เจ้าชายแฮร์รี-พระคู่หมั้นประทานสัมภาษณ์ครั้งแรก เผยเส้นทางรักแสนหวาน

  • 28 พฤศจิกายน 2017
คู่หมั้นแห่งปี เจ้าชายแฮรี่ และ เมแกน มาร์เคิล Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ คู่หมั้นแห่งปี เจ้าชายแฮรี่ และ เมแกน มาร์เคิล

เจ้าชายแฮร์รีแห่งราชวงศ์อังกฤษ ประทานสัมภาษณ์กับบีบีซีเป็นครั้งแรก หลังมีการประกาศว่าได้ทรงหมั้นและเตรียมจะเสกสมรสกับ น.ส.เมแกน มาร์เคิล นักแสดงสาวชาวอเมริกันในต้นปีหน้า ทรงเผยว่าการได้มาพบและตกหลุมรัก น.ส.มาร์เคิลอย่างรวดเร็วเหลือเชื่อนั้น เป็นเหมือนโชคชะตาที่ "ดวงดาวช่างเป็นใจ" ให้ได้มาเป็นคู่ครองกัน

รัชทายาทลำดับที่ 5 ของราชวงศ์อังกฤษตรัสว่าได้ทรงขอ น.ส.มาร์เคิลให้เสกสมรสกับพระองค์ ระหว่างที่ทั้งสองกำลังช่วยกันทำไก่อบในครัวที่พระตำหนักเคนซิงตัน

"ทรงทำให้ฉันประหลาดใจมาก เมื่อทรงคุกพระชานุ (เข่า) ลงข้างหนึ่ง และขอแต่งงาน ช่างเป็นช่วงเวลาที่แสนหวาน แต่ก็เป็นธรรมชาติและโรแมนติกจริง ๆ" น.ส. มาร์เคิลกล่าว

เจ้าชายแฮร์รีตรัสว่า "เธอไม่ยอมให้ผมพูดจบด้วยซ้ำ เธอบอกเลยว่า ฉันตอบตกลงได้ไหม ?"

"จากนั้นเราสวมกอดกัน ผมเตรียมแหวนรอไว้อยู่ก่อนแล้ว เลยบอกเธอว่าขอสวมแหวนให้ได้ไหม เธอบอกเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า โอ้ใช่...แหวน"

"มันเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก มีกันแค่เราสองคน" เจ้าชายแฮร์รี่ตรัส

ทั้งสองเผยว่าได้รู้จักกันเมื่อช่วงกลางปี 2016 ผ่านการนัดบอดที่เพื่อนสาวของทั้งคู่เป็นผู้จัดแจงแนะนำให้ หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ทั้งสองได้นัดพบกันอีกครั้ง ก่อนที่เจ้าชายแฮร์รีจะชวนให้ น.ส.มาร์เคิลเดินทางไปประเทศบอตสวานา เพื่อร่วมตั้งแคมป์ในป่ากับพระองค์เป็นเวลา 5 วัน และได้สานสัมพันธ์จนใกล้ชิดกันเรื่อยมา

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ น.ส.มาร์เคิลพบเจ้าชายแฮร์รีเมื่อเดือน ก.ค. 2016 ผ่านการนัดบอดที่เพื่อนสาวของทั้งคู่เป็นผู้จัดแจงให้

น.ส.มาร์เคิลบอกว่าก่อนที่จะได้มาพบกัน เธอไม่รู้เรื่องส่วนพระองค์ของเจ้าชายแฮร์รีมากนัก ส่วนเจ้าชายเองก็ไม่รู้จักหรือได้ยินชื่อ น.ส.มาร์เคิลมาก่อน ทั้งไม่เคยได้ทอดพระเนตรผลงานการแสดงของเธอแม้แต่เรื่องเดียว

น.ส.มาร์เคิลวัย 36 ปี ซึ่งปรากฏตัวในละครซีรีส์ทางโทรทัศน์ Suits ของสหรัฐฯ บอกว่า เธอจะขออำลาวงการนักแสดง และจะหันมาทุ่มเทให้กับบทบาทใหม่ในฐานะพระสุณิสา (สะใภ้) แห่งราชวงศ์อังกฤษอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะอุทิศตนให้กับประเด็นทางสังคมที่เธอให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ซึ่งก่อนหน้านี้เธอได้ช่วยเหลือและให้การสนับสนุนงานด้านมนุษยธรรมและสถานภาพสตรีของสหประชาชาติมาก่อนแล้ว

Image copyright PA
คำบรรยายภาพ หลังเข้าพิธีเสกสมรสช่วงต้นปีหน้า ทั้งคู่จะพำนักที่น็อตติงแฮม คอตเทจ ภายในพระตำหนักเคนซิงตัน

"ฉันไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องของการเสียสละอะไรทั้งสิ้น ตรงกันข้าม ฉันคิดว่ามันคือการเปลี่ยนแปลง และเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิต" น.ส.มาร์เคิลกล่าว เธอหันไปมองเจ้าชายแฮร์รีและพูดว่า "นี่คือเวลาที่ฉันจะทำงานเป็นทีมเดียวกันกับคุณ"

เจ้าชายแฮร์รีตรัสเสริมว่า "ผมรู้ว่าเธอจะต้องทำงานส่วนนี้ได้ดีเหลือเชื่ออย่างแน่นอน เราต่างมีความปรารถนาอย่างเต็มเปี่ยมที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งให้ดีขึ้น"

อย่างไรก็ตาม น.ส.มาร์เคิลบอกว่ารู้สึกเสียกำลังใจอยู่บ้าง ที่มีผู้ให้ความสนใจต่อเรื่องเชื้อสายบรรพบุรุษของเธอจนเกินควร โดย น.ส.มาร์เคิลนั้นมีพ่อเป็นคนผิวขาว และมีแม่เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน "แต่ในที่สุดแล้ว ฉันภูมิใจในสิ่งที่ฉันเป็นและพื้นเพของตนเอง" พระคู่หมั้นของเจ้าชายแฮร์รีกล่าว

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
แหวนหมั้นแทนใจ

เมื่อวานนี้ (27 พ.ย.) เจ้าชายแฮร์รีทรงจูงมือ น.ส. มาร์เคิลออกให้สื่อมวลชนฉายพระรูปที่พระตำหนักเคนซิงตัน ในกรุงลอนดอน และให้สื่อมวลชนบันทึกภาพพระธำมรงค์หมั้นซึ่งทรงออกแบบเอง โดยใช้เพชรเม็ดใหญ่จากบอตสวานาซึ่งเป็นสถานที่แห่งความทรงจำของทั้งสอง นอกจากนี้ ยังทรงนำเพชรอีก 2 เม็ดของเจ้าหญิงไดอานา พระมารดา มาประดับรวมไว้ในแหวนนี้ด้วย ซึ่งนักแสดงสาวพระคู่หมั้นชมว่าเป็นความละเอียดอ่อนช่างใส่พระทัยของเจ้าชายแฮร์รี่

น.ส.มาร์เคิลเกิดและเติบโตที่นครลอสแอนเจลิสของสหรัฐฯ สำเร็จการศึกษาด้านนิเทศศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์น ขณะกำลังเริ่มต้นอาชีพการแสดง เธอเคยผ่านการสมรสมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่จะได้รับอนุญาตให้เข้าพิธีเสกสมรสกับเจ้าชายแฮร์รีได้ เนื่องจากศาสนจักรแห่งอังกฤษเห็นชอบให้ผู้ที่ผ่านการหย่าร้าง สามารถเข้าพิธีสมรสอย่างถูกต้องตามหลักศาสนาได้อีกครั้งตั้งแต่ปี 2002

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม