เตรียมปล่อยยาน RemoveDebris กำจัดขยะอวกาศ

  • 1 ธันวาคม 2017
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
ภารกิจ RemoveDebris กำจัดขยะอวกาศด้วยฉมวกและตาข่าย

ยาน RemoveDebris พร้อมแล้วที่จะปฏิบัติภารกิจเพื่อทดสอบวิธีการต่าง ๆ ในการกำจัดขยะอวกาศ

ยาน RemoveDebris จะพยายามกำจัดดาวเทียมขนาดเล็กด้วยตาข่ายและทดสอบว่าการใช้ฉมวกจับขยะอวกาศได้ผลหรือไม่

ยานนี้ประกอบขึ้นในเมืองเซอร์รีย์ และเตรียมที่จะส่งขึ้นไปปล่อยในอวกาศในช่วงต้นปีหน้า

นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ปัญหาขยะอวกาศที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นกำลังทำให้ยานอวกาศและมนุษย์อวกาศมีความเสี่ยง

มีการประเมินว่า มีขยะที่มนุษย์สร้างขึ้นราว 500,000 ชิ้นโคจรอยู่รอบโลก ตั้งแต่ดาวเทียมขนาดใหญ่ที่ไม่ใช้งานแล้ว ไปจนถึงตัวเสริมพลังงานให้แก่จรวด น็อตและสลัก

การชนกันจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง และทำให้เกิดเศษชิ้นส่วนขยะในอวกาศเพิ่มมากขึ้น

ภารกิจ RemoveDebris นำโดยศูนย์อวกาศเซอร์รีย์ ที่มหาวิทยาลัยเซอร์รีย์

โดยมีการประกอบยานอวกาศ ซึ่งมีขนาดประมาณเครื่องซักผ้า ที่บริษัทเซอร์รีย์แซทเทลไลต์เทคโนโลยี จำกัด (SSTL) และเกือบจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว

ดร.เจสัน ฟอร์ชอว์ ผู้จัดการโครงการขของคณะทำงานภารกิจ RemoveDebris กล่าวว่า "RemoveDebris จะเป็นหนึ่งในภารกิจแรก ๆ ของโลกในงานด้านนี้.... เรามีเทคโนโลยีด้านนี้ ที่ยังไม่เคยทดลองใช้งานในอวกาศมาก่อน"

Image copyright MAX ALEXANDER
คำบรรยายภาพ ยานอวกาศ RemoveDebris ถูกประกอบขึ้นในสหราชอาณาจักร และจะถูกส่งขึ้นไปปล่อยบนสถานีอวกาศ

ยานอวกาศลำนี้จะถูกส่งไปยังสถานีอวกาศนานาชาติก่อนด้วยจรวดนำส่งเสบียงก่อน จากนั้นนักบินอวกาศจะปล่อยมันจากสถานีอวกาศเพื่อเริ่มการทดลอง

RemoveDebris จะมีขยะอวกาศของตัวเองอยู่บนยานด้วย ซึ่งเป็นดาวเทียมขนาดเล็ก มันจะปล่อยหนึ่งในดาวเทียมเหล่านี้เข้าสู่อวกาศ จากนั้นจะใช้ตาข่ายในการจับมันกลับคืนมา

นอกจากนี้ยานจะยิงฉมวกขนาดเล็กออกไปที่แผนที่ทำเป็นเป้าหมายด้วย เพื่อดูว่าเทคโนโลยีนี้สามารถที่จะทำงานในสภาพไร้น้ำหนักได้อย่างแม่นยำหรือไม่

มันจะทดสอบเทคโนโลยีการนำออกจากวงโคจรในอนาคตด้วย โดยขณะที่ยานอวกาศลดระดับสู่โลก มันจะปล่อยใบเรือขนาด 10 ตารางเมตร ซึ่งจะช่วยให้เปลี่ยนความเร็วของยานอวกาศ และทำให้มั่นใจว่ายานจะถูกเผาไหม้ขณะที่เข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก

ดร.ฟอร์ชอว์ อธิบายว่า "มันจะป้องกันยานอวกาศลำนี้ในการกลายเป็นขยะอวกาศเสียเอง"

ภารกิจทดสอบเทคโนโลยีนี้ซึ่งมีมูลค่าราว 700 ล้านบาท ได้รับการคาดหวังว่าจะนำไปสู่การความพยายามกำจัดขยะอวกาศที่เพิ่มมากขึ้น

"ผู้คนกำลังเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องขยะอวกาศ และปัญหาที่เกิดขึ้น" ดร. ฟอว์ชอว์ กล่าว

Image copyright REMOVEDEBRIS MISSION
คำบรรยายภาพ ยานอวกาศจะทดสอบว่าตาข่ายจะสามารจับดาวเทียมขนาดเล็กได้หรือไม่

นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่า ขยะในอวกาศมีน้ำหนักราว 7,500 ตัน และกำลังเพิ่มขึ้นถึงจุดวิกฤต

ดร.ฮิวจ์ ลูอิส อาจารย์อาวุโสด้านวิศวกรรมอวกาศการบินที่มหาวิทยาลัยเซาแทมป์ตัน กล่าวว่า "สำหรับบางคน ขยะอวกาศเป็นหนึ่งในสิ่งที่มอบไม่เห็น ก็ไม่ต้องใส่ใจ"

"แต่ในมุมมองของผม มันเป็นหนึ่งในความหายนะด้านสิ่งแวดล้อมที่เลวร้ายที่สุด ที่เราเคยเผชิญ" เขากล่าว

แม้แต่ขยะชิ้นเล็กมาก ๆ ก็สามารถสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงได้

ปีที่แล้ว คาดว่าเศษสีที่หลุดร่อนออกเป็นสาเหตุให้เกิดรอยร้าวที่หน้าต่างบนสถานีอวกาศนานาชาติ

Image copyright ESA
คำบรรยายภาพ ปีที่แล้ว เศษชิ้นส่วนขนาดเล็กทำให้เกิดรอยร้าวบนหน้าต่างของสถานีอวกาศนานาชาติ

ชิ้นที่ใหญ่ที่สุด ทำให้เกิดปัญหาเร่งด่วนขึ้น

ในปี 2012 ดาวเทียมของยุโรปที่ชื่อว่า เอนวิแซท ซึ่งมีขนาดเท่ากับรถบัส 2 ชั้น ได้หยุดทำงานอย่างกะทันหัน แต่มันก็ยังโคจรรอบโลก และทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะชนกับดาวเทียมสำคัญดวงอื่น ๆ ที่เข้ามาในเส้นทางโคจรของมัน

ดร.ลูอิส อธิบายว่า "ขยะอวกาศชิ้นที่ใหญ่ที่สุดมีมวลขนาดใหญ่ ถ้ามีอะไรมาชนมันเข้า มันก็จะทำให้เกิดเศษชิ้นส่วนขนาดเล็กหลายพันชิ้นขึ้น"

เศษขยะอวกาศที่เพิ่มขึ้น อาจะนำไปสู่การชนกันเพิ่มมากขึ้น ผลกระทบที่ต่อเนื่องกันเป็นลำดับซึ่งรู้จักกันในชื่อ เคสส์เลอร์ซินโดรม โดยมีความกังวลกันว่า สุดท้ายแล้วอวกาศจะไม่สามารถใช้ปฏิบัติการต่าง ๆ ได้

"สภาพแวดล้อมมีความสำคัญต่อบริการที่สำคัญหลายอย่าง เช่น การนำร่อง การจับเวลา การสื่อสาร การพยากรณ์อากาศ และอื่น ๆ" ดร.ลูอิส กล่าว

"กรณีที่เลวร้ายที่สุดน่าจะเป็นการสูญเสียดาวเทียมที่สำคัญบางดวงไป... นั่นหมายความว่า เราจะย้อนกลับไปอาจจะหลายสิบปี ในแง่ของเทคโนโลยีที่เราเห็นเป็นของตายในโลก"

Image copyright HUGH LEWIS
คำบรรยายภาพ ประเมินกันว่ามีขยะอวกาศขนาดราวลูกหิน หรือใหญ่กว่านั้น ราว 500,000 ชิ้น

สำนักงานอวกาศยุโรป กำลังพิจารณาว่า ดาวเทียมที่มีขนาดใหญ่อย่าง เอนวิแซท จะถูกกำจัดได้อย่างไร แต่การกำจัดเศษชิ้นส่วนทีละชิ้นในอวกาศทีละชิ้นจะต้องใช้เงินจำนวนมาก และเป็นเรื่องยาก

แนวทางปฏิบัติด้านอวกาศระหว่างประเทศระบุว่า ดาวเทียมควรจะออกจากวงโคจรด้วยตัวเอง หลังจาก 25 ปี แต่เป็นเรื่องยากที่จะมั่นใจได้ว่าทุกคนปฏิบัติตามกฎ

มาร์ติน พอยต์เทอร์ จาก SSTL กล่าวว่า "ขยะอวกาศเป็นความกังวลของเราอย่างแน่นอน ขณะที่มีดาวเทียมถูกส่งขึ้นไปมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะกลุ่มดาวเทียมขนาดเล็ก ทำให้โอกาสที่จะเกิดการชนกันเพิ่มขึ้น"

"ผมคิดว่า มันคือความรับผิดชอบของเราในการสร้างความมั่นใจว่า เราไม่ได้สร้างขยะในอวกาศเพิ่มขึ้นและหาหนทางต่าง ๆ ทั้งการกำจัดขยะเหล่านั้นเมื่อเลิกใช้งาน หรือบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้น" พอยต์เทอร์ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม