อิรักประกาศสิ้นสุดสงครามปราบไอเอสแล้ว

  • 10 ธันวาคม 2017
ตำรวจอิรักโบกธงเฉลิมฉลองชัยชนะเหนือกองกำลังไอเอสที่เมืองโมซุลเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ตำรวจอิรักโบกธงเฉลิมฉลองชัยชนะเหนือกองกำลังไอเอสที่เมืองโมซุลเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา

นายไฮดาร์ อัล อาบาดี นายกรัฐมนตรีอิรัก แถลงว่า สงครามปราบปรามกลุ่มที่เรียกตนเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) ในดินแดนอิรักได้สิ้นสุดลงแล้ว และขณะนี้กองกำลังรัฐบาลสามารถเข้าควบคุมพื้นที่ชายแดนด้านที่ติดต่อกับซีเรีย ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ยึดครองของไอเอสมาก่อนได้ทั้งหมดแล้ว

ผู้นำอิรักประกาศดังข้างต้นในการแถลงข่าวที่กรุงแบกแดด โดยระบุว่า "ศัตรูต้องการทำลายอารยธรรมของเรา แต่เราได้รับชัยชนะด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวและความมุ่งมั่นของพวกเราเอง เราจึงได้ชัยชนะในเวลาไม่นาน"

ด้านกองทัพอิรักได้ออกแถลงการณ์ด้วยเช่นกันว่า อิรักได้รับการปลดปล่อยจากไอเอสอย่างสมบูรณ์แล้ว หลังไอเอสเสียฐานที่มั่นติดแนวพรมแดนแห่งสุดท้ายที่เมืองราวาไปเมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ยุทธการชิงเมืองโมซุลคืนจากไอเอสเป็นการสู้รบนองเลือดที่สุดสำหรับทั้งฝ่ายทหารและพลเรือน

ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์แสดงความยินดี โดยระบุว่าชาวอิรักที่ต้องอยู่ภายใต้การปกครองที่ป่าเถื่อนโหดร้ายของไอเอสมานาน บัดนี้เป็นอิสระแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม การต่อสู้เพื่อปราบปรามการก่อการร้ายและกองกำลังไอเอสที่หลงเหลืออยู่ในอิรักยังคงไม่สิ้นสุดลง

การประกาศชัยชนะของอิรักในครั้งนี้มีขึ้นหลังรัสเซียประกาศว่าได้ประสบความสำเร็จและจบสิ้นภารกิจในการปราบปรามไอเอสในซีเรียเมื่อ 2 วันก่อน ซึ่งรัสเซียระบุด้วยว่า หลังจากนี้จะยังคงกองกำลังของตนให้อยู่ในซีเรียต่อไป แต่เพื่อมุ่งรักษาสันติภาพและข้อตกลงหยุดยิง

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ตัวเลขประมาณการจำนวนพลเรือนที่เสียชีวิตนั้นไม่แน่นอน แต่มีบางกระแสระบุว่าอาจสูงถึง 40,000 คน

เมื่อปี 2014 กองกำลังไอเอสได้เข้ายึดครองพื้นที่ในหลายเมืองของอิรักและซีเรีย โดยประกาศก่อตั้ง "รัฐกาหลิบ" ขึ้นปกครองพลเมืองราว 10 ล้านคน แต่ไอเอสประสบความพ่ายแพ้แก่กองกำลังรัฐบาลและพันธมิตรนานาชาติหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเสียเมืองโมซุลซึ่งเป็นฐานที่มั่นใหญ่ในอิรักไปเมื่อเดือน ก.ค.นี้ ทั้งยังเสียเมืองรักกาในซีเรียซึ่งเป็นเสมือนเมืองหลวงของตนไปเมื่อเดือนที่แล้ว

มีรายงานว่า กองกำลังไอเอสที่ยังหลงเหลืออยู่ ต่างพากันหลบหนีเข้าไปยังพื้นที่ชนบทของซีเรีย บ้างก็สามารถหลบหนีข้ามพรมแดนเข้าไปยังตุรกีได้ ความพ่ายแพ้ของไอเอสในตะวันออกกลางและแอฟริกาทำให้หวั่นเกรงกันว่า สมาชิกไอเอสที่แตกหนีกระจัดกระจายจะหันมาก่อเหตุร้ายในต่างประเทศกันมากขึ้น