เกาหลีเหนือทดลองนิวเคลียร์นานแล้ว แต่ทำไมยังมีอาฟเตอร์ช็อกอยู่ ?

  • 11 ธันวาคม 2017
North Korea insists on its right to pursue nuclear tests Image copyright RODONG SINMUN
คำบรรยายภาพ เกาหลีเหนือแย้งประชาคมโลกโดยยืนยันว่าตนมีสิทธิทดลองอาวุธนิวเคลียร์ต่อไป

สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) รายงานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี้ (9 ธ.ค.) ว่าพบแรงสั่นสะเทือนในพื้นดินคล้ายอาฟเตอร์ช็อกที่ตามมาหลังเกิดแผ่นดินไหวถึง 2 ครั้ง ที่บริเวณศูนย์ทดสอบนิวเคลียร์ใต้ดินหมู่บ้านปุงเก (Punggye-ri) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาหลีเหนือ

แม้ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีการสั่นสะเทือนขนาดเล็กตามมาหลังการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ที่มีอานุภาพร้ายแรง แต่หลายฝ่ายยังสงสัยว่าการทดลองนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 ของเกาหลีเหนือได้ผ่านไปนานกว่า 3 เดือนแล้ว แต่เหตุใดจึงยังมีอาฟเตอร์ช็อกเกิดตามมาได้อีก หรือจะมีความเคลื่อนไหวผิดปกติใด ๆ ที่โลกยังไม่รู้หรือไม่ ?

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ เกาหลีเหนือทดลองนิวเคลียร์ทั้ง 6 ครั้ง ที่ศูนย์ทดสอบใต้ดินหมู่บ้านปุงเก (Punggye-ri) ทางตะวันออกเฉียงเหนือ

เกิดอะไรขึ้นระหว่างการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 6

เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือดำเนินการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ที่มีอานุภาพร้ายแรงที่สุดของตน ที่ศูนย์ทดสอบใต้ดินหมู่บ้านปุงเก (Punggye-ri) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับพรมแดนจีน โดยอ้างว่าประสบความสำเร็จในการทดสอบระเบิดไฮโดรเจน ซึ่งเป็นอาวุธที่ทรงพลังยิ่งกว่าระเบิดนิวเคลียร์แบบดั้งเดิมหลายเท่า

ผู้เชี่ยวชาญต่างกังวลกันว่า แรงระเบิดมหาศาลนี้จะส่งผลให้ภูมิประเทศที่เป็นหุบเขาซึ่งตั้งอยู่รายล้อมศูนย์ทดสอบได้รับผลกระทบ จนอาจทำให้สภาพทางธรณีวิทยาของพื้นที่เปลี่ยนแปลงไปได้ โดยการทดลองได้ทำให้เกิดคลื่นไหวสะเทือนหรือแผ่นดินไหวที่มีขนาดถึง 6.3

เหตุใดจึงยังมีอาฟเตอร์ช็อกอยู่ ?

แรงสั่นสะเทือนขนาด 2.4 และ 2.9 ที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์นั้น จัดว่าเป็น "เหตุการณ์คลายตัว" (Relaxation events) ตามนิยามของสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐฯ เนื่องจากแรงระเบิดมหาศาลของอาวุธนิวเคลียร์จะไปทำให้แผ่นเปลือกโลกเคลื่อน และจะต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าที่การไหวตัวนี้จะหยุดนิ่งลงอย่างสมบูรณ์ ซึ่งนับแต่การทดลองนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 ของเกาหลีเหนือเป็นต้นมา ก็ได้มีการตรวจพบอาฟเตอร์ช็อกในบริเวณดังกล่าวมาก่อนแล้ว 2-3 ครั้ง

ดร. จาสชา โพเลต ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวและธรณีฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัย California State Polytechnic ในสหรัฐฯบอกว่า การเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาในช่วงหลายเดือนหลังการทดลองนิวเคลียร์ที่รุนแรงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจแต่อย่างใด เพราะชั้นหินจะเคลื่อนตัวไปมาเพื่อปลดปล่อยความเค้น (Stress)ที่สะสมอยู่ "การที่ภูมิประเทศถูกแรงระเบิดเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดการกระจายพลังงานออกไป จนมีทั้งส่วนที่มีความเค้นเพิ่มขึ้นและลดลงจากเดิม ซึ่งส่งผลต่อการเกิดอาฟเตอร์ช็อกในเวลาต่อมา" ดร. โพเลตกล่าว

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
เหตุใดเกาหลีเหนือจึงมุ่งพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

อย่างไรก็ตาม ผลวิจัยเรื่องการทดลองนิวเคลียร์ที่ศูนย์ทดสอบรัฐเนวาดาของสหรัฐฯ ซึ่งมีการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ติดต่อกันหลายครั้งตลอดช่วงหลายสิบปีก่อนหน้านี้ กลับไม่พบว่าเกิดอาฟเตอร์ช็อกที่มีความรุนแรงและยาวนานในระดับเดียวกับของเกาหลีเหนือ โดยระเบิดนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ที่มีอานุภาพทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดเท่ากัน มีการเกิดอาฟเตอร์ช็อกที่เบากว่าและน้อยครั้งกว่า

แรงระเบิดจะทำลายสถานที่ทดลองได้ไหม ?

ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์จากหลายชาติระบุว่า พบหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่าการทดลองนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ทำให้บางส่วนของอุโมงค์ทดลองใต้ดินพังถล่มลง และปลดปล่อยกัมมันตรังสีบางส่วนออกสู่บรรยากาศโลก

นางไมกา แม็กคินนอน นักวิจัยด้านธรณีฟิสิกส์และภัยพิบัติบอกกับบีบีซีว่า ยิ่งทดลองระเบิดที่มีความรุนแรงมากขึ้นเท่าไหร่ พลังงานที่ปลดปล่อยออกมาก็จะยิ่งมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ทำให้เกิดความเค้นกระจายไปทั่ว จนชั้นหินแตกร้าวพังทลายลงมาได้ ซึ่งการที่ชั้นหินแตกพังและทยอยร่วงยุบลงมานี้ อาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการไหวสะเทือนขนาดย่อมคล้ายอาฟเตอร์ช็อกตามมาได้ แม้การทดลองจะผ่านไปนานแล้ว

"เป็นเรื่องยากที่จะบอกได้ว่า เครือข่ายอุโมงค์ทดลองนิวเคลียร์ที่เกาหลีเหนือขุดลึกเข้าไปใต้ภูเขานั้น พังถล่มลงมาทั้งหมดแล้วหรือยัง เพราะเรื่องนี้มีปัจจัยทางวิศวกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่เป็นไปได้ว่าอุโมงค์เหล่านี้อาจใช้งานไม่ได้อีกต่อไป เพราะเกาหลีเหนือแถลงเป็นนัยไว้ว่า การทดสอบนิวเคลียร์ครั้งต่อไปอาจจะทำบนพื้นดิน" นางแม็กคินนอนกล่าว

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ภาพล่าสุดของนายคิม จอง อึน บนยอดเขาเพ็กตูซึ่งถือกันว่าเป็นภูเขาไฟศักดิ์สิทธิ์

แรงสั่นสะเทือนจะทำให้ภูเขาไฟระเบิดได้ไหม ?

ศูนย์ทดสอบนิวเคลียร์ใต้ดินหมู่บ้านปุงเกนั้น ตั้งอยู่ใกล้กับเขาเพ็กตู ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่มอดดับ และถือกันว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของชนชาติเกาหลี

"แรงสั่นสะเทือนและพลังงานจากการทดลองนิวเคลียร์ อาจเข้าปะทะเข้าถึงตัวภูเขาไฟและถึงห้องกักเก็บหินหนืด (แม็กมา)ที่ภายใต้ภูเขาไฟได้ แต่ไม่น่าจะทำให้เกิดการระเบิดขึ้น " นางแม็กคินนอนกล่าว

ภูเขาไฟเพ็กตูเคยปะทุครั้งล่าสุดเมื่อปี 1903 และมีความกังวลกันว่าการทดลองนิวเคลียร์บ่อยครั้งจะทำให้เกิดโศกนาฏกรรมจากภัยภูเขาไฟระเบิดติดตามมาได้ แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการที่ช่วยยืนยันในเรื่องนี้ ส่วนบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารเนเจอร์เมื่อปีที่แล้วระบุไว้เพียงว่า การทดลองนิวเคลียร์ที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.0 จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของความเค้นที่ใต้ดินอย่างมีนัยสำคัญเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่านายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ จะยังคงเชื่อมั่นในความปลอดภัยบริเวณภูเขาไฟแห่งนี้อยู่ เพราะสื่อทางการเพิ่งรายงานว่าเขาปีนขึ้นไปถึงปากปล่องภูเขาไฟเพ็กตูเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูง เพื่อเน้นย้ำให้เห็นถึง "วิสัยทัศน์ทางการทหาร" อันยอดเยี่ยมของเขานั่นเอง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม