มือระเบิดแมนฮัตตันฝักใฝ่แนวคิดสุดโต่งจากไอเอส

  • 12 ธันวาคม 2017
ตำรวจตรวจตราอุโมงค์ใต้ดินที่เชื่อมไปยังสถานีรถโดยสารการท่าเรือนครนิวยอร์ก Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ตำรวจตรวจตราอุโมงค์ใต้ดินที่เชื่อมไปยังสถานีรถโดยสารการท่าเรือนครนิวยอร์ก

ตำรวจนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ เผยว่า ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดในย่านแมนฮัตตันเอาไว้ได้แล้ว โดยคนร้ายเป็นชาวบังกลาเทศที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาอาศัยในสหรัฐฯ และเชื่อว่าได้รับอิทธิพลจากอุดมการณ์ของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส)

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา ( 11 ธ.ค.) ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนราว 07.30 น. ตามเวลาของนครนิวยอร์ก (19.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย) โดยคนร้ายได้ก่อเหตุระเบิดขึ้นในอุโมงค์ใต้ดินแห่งหนึ่งของย่านแมนฮัตตัน ซึ่งเป็นทางเดินเชื่อมระหว่างสถานีรถโดยสารการท่าเรือนครนิวยอร์กกับสถานีรถไฟใต้ดินใกล้เคียง ทำให้ผู้คนพากันแตกตื่นและวิ่งหนีกันอลหม่าน ทั้งยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 รายด้วย

สำนักข่าวเอพีรายงานว่าคนร้ายใช้ระเบิดท่อ ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นอาวุธที่ประกอบขึ้นเองด้วย "เทคโนโลยีระดับต่ำ" โดยคนร้ายผูกระเบิดติดกับตนเอง ทำให้ได้รับบาดเจ็บมีแผลฉกรรจ์ที่บริเวณส่วนบนของลำตัว แต่ตำรวจได้นำส่งโรงพยาบาลพร้อมทั้งควบคุมตัวไว้สอบสวนแล้ว

เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่า มือระเบิดคือนายอาคาเยด อุลลาห์ วัย 27 ปี ซึ่งเป็นผู้พำนักอาศัยถาวรในสหรัฐฯ เจ้าหน้าที่เชื่อว่านายอุลลาห์ลงมือก่อเหตุเพียงลำพัง และไม่ได้ติดต่อกับเครือข่ายก่อการร้ายโดยตรง แต่อาจได้รับอิทธิพลจากอุดมการณ์แบบสุดโต่งของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) โดยตำรวจได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของเขาในย่านบรูกลินเพื่อค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมในเรื่องนี้แล้ว

Image copyright CBS
คำบรรยายภาพ นายอาคาเยด อุลลาห์ มือระเบิดเชื้อสายบังกลาเทศ

ทางการบังกลาเทศระบุว่า นายอุลลาห์ไม่มีประวัติอาชญากรรมในประเทศมาก่อน และเพิ่งเดินทางกลับมาเยือนบังกลาเทศเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ทางการสหรัฐฯบอกว่า เขาโยกย้ายมาตั้งถิ่นฐานที่สหรัฐฯพร้อมครอบครัวเมื่อปี 2011 โดยใช้วีซ่า F43 ซึ่งปกติออกให้แก่บุตรของผู้ถือวีซ่า F41 ซึ่งต้องเป็นพี่น้องของพลเมืองสหรัฐฯ ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 21 ปี

นางซาราห์ ฮักคาบี แซนเดอร์ส โฆษกประจำทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการจะยุติสิ่งที่เรียกว่า "การย้ายถิ่นฐานแบบลูกโซ่" เช่นนี้มานานแล้ว และว่าเหตุครั้งนี้จะไม่เกิดขึ้น ทั้งคนร้ายจะไม่สามารถเดินทางเข้ามายังสหรัฐฯได้ หากแผนคุมเข้มความปลอดภัยด้านคนเข้าเมือง และแผนปฏิรูปเพื่อควบคุมการโยกย้ายถิ่นฐานของนายทรัมป์ได้มีการนำไปปฏิบัติเสียแต่ก่อนหน้านี้

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ มีการปิดถนนและอพยพผู้คนออกจากสถานีรถไฟใต้ดินใกล้เคียง

นายบิล ดิบลาซีโอ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กกล่าวหลังเกิดเหตุว่า "ผู้ก่อการร้ายจะไม่ได้เป็นฝ่ายชนะ" ส่วนนายแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กระบุว่า "นี่คือนิวยอร์ก สภาพความเป็นจริงของเราคือต้องตกเป็นเป้าโจมตีจากหลายฝ่ายที่ต้องการประกาศต่อต้านประชาธิปไตยและเสรีภาพ เรามีอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพอยู่หน้าอ่าว และมันทำให้เราตกเป็นเป้าโจมตีจากทั่วโลก"

คำบรรยายภาพ สถานีรถโดยสารการท่าเรือนครนิวยอร์ก สถานที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้ จุดที่เกิดเหตุระเบิดอยู่ไม่ไกลจากจัตุรัสไทม์สแควร์มากนัก ส่วนสถานีรถโดยสารการท่าเรือนครนิวยอร์ก ถือเป็นสถานีขนส่งด้วยรถโดยสารที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งยังมีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมากถึง 65 ล้านคนต่อปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง