อดีตทหารอเมริกันแปรพักตร์ไปเข้ากับเกาหลีเหนือเสียชีวิตแล้ว

  • 12 ธันวาคม 2017
นายเจนกินส์ Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ นายเจนกินส์เดินข้ามเขตปลอดทหาร และเข้ายอมจำนนต่อทหารเกาหลีเหนือเมื่อมีอายุได้ 24 ปี

นายชาร์ลส์ เจนกินส์ อดีตทหารอเมริกันผู้แปรพักตร์ไปเข้ากับฝ่ายเกาหลีเหนือในช่วงสงครามเกาหลี เสียชีวิตแล้วในวัย 77 ปี ที่บ้านพักบนเกาะซะโดะในจังหวัดนีงะตะของญี่ปุ่น

นายเจนกินส์เป็นหนึ่งในทหารอเมริกัน 4 นาย ที่แปรพักตร์ไปเข้ากับเกาหลีเหนือในช่วงทศวรรษ 1960 เขามีฐานะเป็นเชลยศึกอยู่นานถึง 40 ปี ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวให้เดินทางออกจากเกาหลีเหนือได้พร้อมครอบครัวในปี 2004 โดยเขาเป็นทหารอเมริกันแปรพักตร์เพียงคนเดียวที่ทางการเกาหลีเหนือยอมปล่อยตัวออกมา

สำนักข่าวเกียวโดของญี่ปุ่นรายงานว่า นายเจนกินส์ได้เสียชีวิตลงเมื่อวานนี้ (11 ธ.ค.) ที่บ้านพักซึ่งเขาอาศัยอยู่กับภรรยาชาวญี่ปุ่น แต่ไม่มีการแถลงถึงสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด

นายเจนกินส์เคยเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ขณะที่เขาเป็นทหารอเมริกันซึ่งประจำการอยู่ตรงเขตปลอดทหาร (DMZ) ในปี 1965 เขาเกิดความคิดที่จะแปรพักตร์และหนีข้ามไปยังฝั่งเกาหลีเหนือ เพราะกลัวว่าจะต้องถูกยิงตายระหว่างออกลาดตระเวน หรือจะต้องถูกส่งไปประจำการในเวียดนาม เขาวางแผนว่าเมื่อเดินข้ามพรมแดนไปถึงเกาหลีเหนือแล้ว จะเข้าขอลี้ภัยต่อสถานทูตรัสเซีย ซึ่งอาจทำให้เขาได้รับการส่งตัวกลับสหรัฐฯ ตามโครงการแลกเปลี่ยนตัวเชลยศึกที่มีในขณะนั้น

Image copyright AFP/JIJI PRESS
คำบรรยายภาพ นายเจนกินส์และครอบครัวเมื่อเดินทางออกจากเกาหลีเหนือในช่วงปี 2004

อย่างไรก็ตาม แผนการของนายเจนกินส์ไม่เป็นไปตามคาดหวัง ฝ่ายรัสเซียไม่ยอมให้เขาและทหารอเมริกันแปรพักตร์คนอื่น ๆ ได้สถานะผู้ลี้ภัย ทำให้เขาต้องตกเป็นเชลยศึกของเกาหลีเหนือและถูกควบคุมตัวเอาไว้

ชีวิตของนายเจนกินส์ในเกาหลีเหนือค่อนข้างยากลำบาก เขาบอกว่ามักถูกผู้คุมทุบตีทำร้ายบ่อยครั้ง ทั้งชอบนำเขาไปตรวจร่างกายและตรวจสุขภาพโดยไม่จำเป็นอยู่เสมอ ซึ่งบางครั้งการตรวจร่างกายแบบนี้เป็นเหมือนการทำร้ายทรมาน มีครั้งหนึ่งเขาถูกกรีดผิวหนังโดยไม่ใช้ยาชา เพื่อเอารอยสักที่เป็นสัญลักษณ์ของกองทัพสหรัฐฯ ออก

นอกจากนี้ เขายังถูกบังคับให้อ่านและศึกษาคำสอนของนายคิม อิล ซุง ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือในขณะนั้น พร้อมทั้งต้องแปลแนวคิดและอุดมการณ์เหล่านี้ออกมาเป็นภาษาอังกฤษจำนวนมากด้วย อย่างไรก็ตาม เขาได้เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ และได้เป็นคนดังของประเทศในยุคหนึ่ง หลังร่วมแสดงในภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อ โดยได้รับบทเป็นตัวร้ายชาวตะวันตกบ่อยครั้ง

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เจนกินส์ขณะเรียนคอมพิวเตอร์ที่สอนโดยทหารสหรัฐฯ

ทางการเกาหลีเหนือสั่งให้นายเจนกินส์แต่งงานกับนางโซกะ หญิงชาวญี่ปุ่นที่ถูกลักพาตัวมาในช่วงทศวรรษ 1980 ทั้งสองมีบุตรสาวด้วยกัน 2 คน ซึ่งต่อมาในปี 2002 เมื่อนางโซกะได้รับการปล่อยตัวหลังการเจรจาระหว่างรัฐบาลเกาหลีเหนือกับญี่ปุ่น นายเจนกินส์และบุตรสาวก็ได้รับการปล่อยตัวเช่นกันในอีก 2 ปีต่อมา

ทั้งหมดพากันไปอาศัยอยู่ที่บ้านเกิดของนางโซกะในญี่ปุ่น โดยนายเจนกินส์ทำงานเป็นพนักงานต้อนรับนักท่องเที่ยว ไม่นานหลังจากนั้นนายเจนกินส์ได้เข้ามอบตัวต่อกองทัพสหรัฐฯในญี่ปุ่น และได้รับคำสั่งปลดประจำการอย่างเป็นทางการ โดยไม่มีการเชิดชูเกียรติเหมือนกับทหารอเมริกันทั่วไป

คาดว่าทหารอเมริกันแปรพักตร์คนอื่น ๆ ที่อาศัยอยู่ในเกาหลีเหนือตลอดช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมานี้ ต่างเสียชีวิตกันไปหมดแล้ว โดยเมื่อปีที่ผ่านมามีข่าวว่านายเจมส์ เดรสน็อก ทหารอเมริกันแปรพักตร์อีกผู้หนึ่งได้เสียชีวิตลงด้วยโรคหลอดเลือดสมอง ส่วนตัวนายเจนกินส์เองเคยให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ลอสแอนเจลิสไทมส์ว่า ทางการเกาหลีเหนือต้องการกำจัดเขา ทำให้เกรงว่าจะมีการวางแผนลอบสังหารตัวเขาหรือคนในครอบครัวก็เป็นได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง