ลอดรั้ว “โรงเรียนสอนหญิง” ของจีน ล้างสมองให้เป็นทาสชายจริงหรือ ?

  • 12 ธันวาคม 2017
สาวจีน Image copyright Getty Images

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทางการเมืองฝู่ชุ่นในมณฑลเหลียวหนิงของจีน สั่งปิดสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งในท้องถิ่น ที่พบว่ามีการสอนนักเรียนหญิงแบบโบราณ โดยให้เชื่อฟังและยอมสยบต่อเพศชายอย่างไม่มีเงื่อนไข

สำนักงานการศึกษาของเมืองจำต้องมีคำสั่งปิดโรงเรียนดังกล่าว หลังได้รับเรื่องร้องเรียนและเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนาหูว่า คำสอนที่ล้าสมัยเช่นนี้ขัดต่อ "คุณค่าแบบสังคมนิยมของจีน" ที่หญิงชายควรจะต้องเท่าเทียมเสมอภาคกันในสังคมยุคใหม่

ผู้สื่อข่าวบีบีซีซึ่งประจำอยู่ในกรุงปักกิ่งรายงานว่า สถาบันสอนวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมของจีนแก่สตรี หรือ "โรงเรียนสอนหญิง" แบบนี้ กำลังเป็นที่นิยมและแพร่ขยายสาขาออกไปอย่างรวดเร็วตามเมืองเล็ก ๆ ในชนบทของจีน ซึ่งคุณค่าแบบโบราณตามคำสอนของขงจื๊อยังคงเป็นที่ยึดถือกันอย่างเหนียวแน่น แตกต่างจากผู้คนในเมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้หรือปักกิ่งที่หัวสมัยใหม่กว่า

พ่อแม่นิยมส่งลูกสาวที่กระโดกกระเดกดื้อรั้นมาเข้าหลักสูตรอบรมระยะสั้น เพื่อ "ซ่อม" ให้กลับเป็นคนว่านอนสอนง่ายและมีกิริยาสมเป็นกุลสตรี บางครั้งสามีก็ส่งภรรยาที่ "ไม่ได้ดั่งใจ" มาเข้ารับการอบรมปรับทัศนคติให้เป็นคนอ่อนหวาน รู้จักเอาอกเอาใจ และเชี่ยวชาญเรื่องงานบ้านงานเรือนมากขึ้น

Image copyright PEAR VIDEO
คำบรรยายภาพ นักเรียนกล่าว "สารภาพบาป" และคำนับขอขมาต่อรูปของขงจื๊อ

ประสบการณ์เข้าค่าย 7 วัน บ่มเพาะความเป็นหญิง

"จิ้ง" เป็นเด็กสาววัย 17 ปี เคยผ่านหลักสูตรระยะสั้นของโรงเรียนสอนหญิงเมืองฝู่ชุ่นที่ถูกทางการสั่งปิดมาแล้ว เธอบอกว่าดีใจที่โรงเรียนนี้ถูกปิดไปเสียได้ เพราะระหว่างที่แม่ส่งเธอไปเข้าค่ายอบรมความเป็นหญิงที่นั่นราวหนึ่งสัปดาห์ จิ้งถูกบังคับให้ต้องทำเรื่องยากลำบากหลายอย่าง ทั้งต้องทนฟังคำสอนแปลกประหลาดที่ว่าหญิงเกิดมารับใช้ชายอีกด้วย

"ฉันถูกบังคับให้ล้างห้องน้ำด้วยมือเปล่า ช่างน่าขยะแขยงเหลือเกิน แม้แต่ถุงมือหรืออุปกรณ์ทำความสะอาดก็ไม่มีให้ นักเรียนถูกบังคับให้ท่องจำคำสอนโบราณ ทั้งฝึกทำงานบ้านหลายอย่างตลอดทั้งวัน" จิ้งบอกกับผู้สื่อข่าวบีบีซี

นักเรียนยังถูกบังคับให้ "สารภาพบาป" โดยเผยความผิดของตนต่อพ่อแม่และบรรพบุรุษ หรือไม่ก็ให้กล่าวสารภาพและขอขมาต่อหน้ารูปของขงจื๊อ

Image copyright PEAR VIDEO

แต่สิ่งที่ทำให้จิ้งขยะแขยงที่สุด คือการดูวิดีโอบันทึกบทสัมภาษณ์ผู้หญิงที่ "ผ่านการแก้ไข" แล้ว ซึ่งหญิงในวิดีโอบอกว่า ผู้หญิงที่ผ่านการหลับนอนกับผู้ชายมากกว่าหนึ่งคนจะติดโรคและทรมานเจ็บปวดไปทั้งตัว แต่อาการนี้กลับหายไป หลังได้มาเรียนรู้คุณค่าแบบโบราณและกลับตัวกลับใจเป็น "ผู้หญิงที่ดี" วิดีโอนี้ทำให้จิ้งทนการล้างสมองต่อไปไม่ไหว และปีนกำแพงโรงเรียนหนีออกไปในคืนที่ 4 ของการอบรม

ก่อนหน้านี้ วิดีโอที่เผยแพร่ทางเว็บไซต์ข่าวออนไลน์เผยว่า ครูในโรงเรียนสอนหญิงที่จิ้งหนีออกมา ได้สอนนักเรียนให้ปฏิบัติตนสวนทางกับแนวคิดเรื่องความเสมอภาคทางเพศอยู่หลายประการ เช่น ไม่ให้แสวงหาความก้าวหน้าในการงานอาชีพ หรือให้พยายามอยู่ในตำแหน่งงานระดับต่ำ ไม่สู้หรือตอบโต้เมื่อถูกทุบตีดุด่าว่ากล่าว เชื่อฟังพ่อ สามี และบุตรชายอย่างไม่มีเงื่อนไข

ครูผู้หนึ่งที่ปรากฏตัวในวิดีโอบันทึกการสอนบอกกับนักเรียนหญิงว่า "ไม่ว่าสามีจะสั่งให้ทำอะไร เธอต้องตอบว่า 'ได้เลยค่ะ' เท่านั้น"

Image copyright PEAR VIDEO
คำบรรยายภาพ ภาพจากวิดีโอบันทึกคำสอนของครูผู้หนึ่งที่บอกว่า "ไม่ว่าสามีจะสั่งให้ทำอะไร เธอต้องตอบว่า 'ได้เลยค่ะ' เท่านั้น"

แหล่งทำเงินใหม่ของธุรกิจการศึกษาในชนบท

แม้โรงเรียนสอนหญิงและสถาบันสอนวัฒนธรรมดั้งเดิมของจีนเหล่านี้มักจะจดทะเบียนเป็นองค์กรการกุศลไม่แสวงผลกำไร และหลายแห่งอ้างว่าบริหารงานด้วยเงินบริจาคที่ได้จากนักเรียนและผู้ปกครองเท่านั้น แต่ความจริงแล้วการที่โรงเรียนได้รับความนิยมอย่างสูง โดยบางแห่งมีนักเรียนกว่า 10,000 คนตามเครือข่ายสาขาต่าง ๆ ทำให้เชื่อได้ว่าโรงเรียนมีรายได้จากการเปิดอบรมหลักสูตรสอนหญิงจำนวนไม่น้อย

มีการโฆษณาหลักสูตรของโรงเรียน โดยมุ่งเป้าไปยังครอบครัวซึ่งมีลูกสาวที่เป็น "เด็กมีปัญหา" ทั้งยังเสนอหลักสูตรอบรมวัฒนธรรมจีนโบราณแก่บรรดาบริษัทและองค์กรต่าง ๆ เพื่อช่วยสร้างบรรยากาศในการทำงานที่ทุกคนมีความปรองดองกลมเกลียวกันอีกด้วย

"ลูกค้า" ของหลักสูตรอบรมการเป็นหญิงจีนตามขนบโบราณ มักได้แก่ผู้ปกครองและสามีของหญิงสาวในชนบท ซึ่งคนกลุ่มนี้ไม่สู้มีการศึกษามากนัก ส่วนเด็กสาวที่ถูกส่งมาเข้ารับการอบรมมักไม่ได้รับการสนับสนุนให้ศึกษาต่อในขั้นสูง ซึ่งเป็นค่านิยมที่สอดคล้องกับคำกล่าวโบราณที่ว่า การไม่มีความรู้ความสามารถ คือคุณความดีของผู้หญิง

แม้การแสวงหารายได้ภายใต้ชื่อขององค์กรการกุศลจะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทางการจีนจะต้องตรวจสอบกันต่อไป ในขณะที่สำนักงานการศึกษาเมืองฝู่ชุ่นให้คำมั่นว่า จะตรวจสอบโดยละเอียดในวงกว้าง ว่ายังมีโรงเรียนที่คำสอนสวนทางกับศีลธรรมของสังคมปัจจุบันเช่นนี้อยู่อีกหรือไม่

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม