ฟอสซิลในอำพันชี้ชัด ไดโนเสาร์ก็มีเห็บเหมือนกัน

  • 13 ธันวาคม 2017
ฟอสซิลตัวเห็บในก้อนอำพันได้มาจากประเทศเมียนมา Image copyright E PENALVER ET AL
คำบรรยายภาพ ฟอสซิลตัวเห็บในก้อนอำพันได้มาจากประเทศเมียนมา

มีการค้นพบฟอสซิลของเห็บสายพันธุ์โบราณชนิดหนึ่ง ในก้อนอำพันที่ได้จากประเทศเมียนมา ซึ่งมีความเก่าแก่ถึง 99 ล้านปี โดยฟอสซิลตัวเห็บนี้เกาะติดอยู่ในขนของไดโนเสาร์กลุ่มเทอโรพอด (Theropods) ที่บางส่วนมีวิวัฒนาการมาเป็นสัตว์จำพวกนกในปัจจุบัน

การค้นพบดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร Nature Communications โดยระบุว่าพบฟอสซิลของเห็บชนิดที่สูญพันธุ์ไปแล้วซึ่งนักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อว่า Deinocroton draculi หรือ "เห็บที่น่าสะพรึงกลัวของแดร็กคิวลา" ภายในอำพัน 4 ก้อน โดยตัวหนึ่งติดอยู่กับขนของไดโนเสาร์ที่มีลักษณะคล้ายขนนก อีกตัวหนึ่งดูดเลือดเข้าไปจนพุงกาง ส่วนอีกสองตัวติดอยู่กับขนของด้วงหนังสัตว์ (Skin beetle) ซึ่งแสดงว่าเห็บชนิดนี้อาศัยอยู่ในรังของไดโนเสาร์เช่นเดียวกับแมลงอื่น ๆ ด้วย

นายเอนริเก เปนญาลแวร์ ผู้นำทีมวิจัยจากสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาของสเปน (IGME) ซึ่งค้นพบและศึกษาฟอสซิลนี้ระบุว่า "ถือเป็นครั้งแรกที่ได้พบหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชี้ถึงบทบาทของเห็บในระบบนิเวศยุคดึกดำบรรพ์ แม้ไดโนเสาร์จะสูญพันธุ์ไปเมื่อราว 66 ล้านปีก่อน แต่เห็บยังคงสามารถดำรงเผ่าพันธุ์และวิวัฒนาการมาเป็นเห็บที่เรารู้จักกันดีในปัจจุบัน"

ทีมวิจัยยังบอกว่า แม้ไม่อาจรู้ถึงชนิดที่แน่นอนของไดโนเสาร์มีขนที่ถูกเห็บเกาะนี้ได้ แต่ก็พบว่าขนแบบที่ติดอยู่ในก้อนอำพันนั้น สามารถพบได้ทั่วไปในไดโนเสาร์กลุ่มเทอโรพอด ซึ่งมีทั้งสายพันธุ์ที่เดินบนบกและสายพันธุ์ที่บินได้

Image copyright NATURE COMMUNICATIONS/E PENALVER
คำบรรยายภาพ ซากฟอสซิลของเห็บติดอยู่กับขนไดโนเสาร์ ซึ่งถูกอำพันเคลือบรักษาไว้นานเกือบร้อยล้านปี

แม้การค้นพบนี้จะคล้ายกับเรื่องราวในภาพยนตร์ยอดนิยมเรื่องจูราสสิก พาร์ก ที่มีการสกัดเอาดีเอ็นเอของไดโนเสาร์ออกมาจากเลือดในท้องยุงซึ่งติดอยู่ในก้อนอำพัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถจะสกัดเอาดีเอ็นเอของสัตว์ดึกดำบรรพ์ออกมาจากก้อนอำพันได้ เพราะโมเลกุลที่ซับซ้อนและเปราะบางของดีเอ็นเอจะได้รับความเสียหาย

Image copyright E PENALVER
คำบรรยายภาพ เห็บในยุคปัจจุบันจากประเทศสเปน

แต่อย่างไรก็ตาม ก้อนอำพันโบราณที่เกิดจากยางไม้ได้ช่วยรักษาสภาพชีวิตในยุคดึกดำบรรพ์ให้คงเดิมมานานนับร้อยล้านปี เหมือนกับการบันทึกภาพเอาไว้ ซึ่งทำให้นักวิทยาศาสตร์ได้เห็นและได้ศึกษากันในทุกวันนี้

อ่านข่าววิทยาศาสตร์และติดตามเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดได้ทุกวันทางเว็บไซต์ bbcthai.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม