รัสเซียเผยซีไอเอช่วยหยุดยั้งแผนก่อการร้าย

  • 18 ธันวาคม 2017
ทรัมป์ กับปูติน Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ ผู้นำสหรัฐฯ และผู้นำรัสเซียระหว่างพบกันที่การประชุมเอเปคเมื่อเดือน พ.ย. ที่ประเทศเวียดนาม

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย โทรศัพท์มาแสดงการขอบคุณต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมทั้งสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ หรือซีไอเอ ที่ได้ให้ข้อมูลซึ่งช่วยหยุดยั้งแผนโจมตีวิหารคาซานในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก โดยแผนก่อการร้ายนี้เป็นของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส)

ทำเนียบประธานาธิบดีของทั้งสองประเทศ ได้แถลงยืนยันถึงการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างผู้นำของตนซึ่งมีขึ้นเมื่อวานนี้ (17 ธ.ค.) โดยสำนักงานความปลอดภัยกลางของรัสเซีย (FSB) แถลงว่าข้อมูลข่าวกรองที่ได้จากซีไอเอ ทำให้สามารถเข้าจับกุมตัวสมาชิก 7 คนของแหล่งซ่องสุมก่อการร้ายแห่งหนึ่งที่ภักดีต่อไอเอส รวมทั้งยึดวัตถุระเบิดและอาวุธได้อีกเป็นจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่ของรัสเซียพบว่า คนกลุ่มนี้มีแผนจะเข้าโจมตีวิหารคาซาน ซึ่งเป็นศาสนสถานสำคัญแห่งหนึ่งของรัสเซียด้วยระเบิดฆ่าตัวตาย ในช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมา รวมทั้งเตรียมโจมตีสถานที่สำคัญอื่น ๆ ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กอีกหลายแห่งในวันเดียวกัน ซึ่งอาจทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

นอกจากแสดงการขอบคุณทางโทรศัพท์แล้ว ผู้นำรัสเซียยังได้กล่าวกับประธานาธิบดีทรัมป์ว่า ทางรัสเซียจะแจ้งข้อมูลข่าวกรองที่ได้ทราบเกี่ยวกับภัยก่อการร้ายให้ทางสหรัฐฯ เป็นการตอบแทนต่อไปด้วย และขอให้ผู้นำสหรัฐฯ ช่วยส่งคำขอบคุณจากรัสเซียไปยังซีไอเอและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง

ด้านทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯแถลงว่า ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องกันว่าความร่วมมือทางข้อมูลข่าวสารในครั้งนี้ "เป็นตัวอย่างของผลลัพธ์ในทางบวกที่จะเกิดขึ้นได้เมื่อประเทศของเราทำงานร่วมกัน"

Image copyright GETTY CREATIVE STOCK
คำบรรยายภาพ วิหารคาซานในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กที่ตกเป็นเป้าหมายก่อการร้าย

แม้ก่อนหน้านี้หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ซึ่งรวมทั้งซีไอเอเชื่อว่า นายทรัมป์สมคบคิดกับทางการรัสเซีย เพื่อให้รัสเซียเข้าแทรกแซงช่วยเหลือให้ตนได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่นายทรัมป์ยืนกรานปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว และเน้นย้ำถึงความสำคัญในการร่วมมือกับรัสเซีย "ในทางสร้างสรรค์"

เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา เหตุระเบิดในระบบรถไฟใต้ดินของนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย โดยเชื่อว่าเหตุนี้เป็นฝีมือกลุ่มก่อการร้าย ทางการรัสเซียระบุว่า เมื่อไม่นานมานี้สมาชิกของไอเอสเริ่มเดินทางกลับมาจากซีเรียกันมากขึ้น ซึ่งคนกลุ่มนี้ทำให้รัสเซียเสี่ยงต่อภัยก่อการร้ายในประเทศสูงขึ้น