ความตายของ “จงฮยอน” สะท้อนด้านมืดวงการเพลงป็อปเอเชีย

  • 20 ธันวาคม 2017
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
พิธีเคลื่อนศพ จงฮยอน ไปสุสาน

การจากไปอย่างไม่คาดฝันของคิม จงฮยอน นักร้องนำวงชายนี่ (SHINee) ผู้เป็นหนึ่งในตำนานของวงการเค-ป็อปจากเกาหลีใต้ เป็นอีกโศกนาฏกรรมหนึ่งที่อาจมีสาเหตุมาจากการฆ่าตัวตายเพราะอาการเครียดและซึมเศร้ารุนแรง ซึ่งทำให้ประเด็นอื้อฉาวเรื่องความกดดันที่มีต่อตัวศิลปิน อันเนื่องมาจากการควบคุมบังคับอย่างเข้มงวดของค่ายเพลงหลายแห่งของเอเชีย กลับมาอยู่ในความสนใจของบรรดาแฟนเพลงทั่วโลกอีกครั้ง

จงฮยอนได้ฝากข้อความอำลาก่อนจบชีวิตไว้กับเพื่อนสนิทว่า "ข้างในตัวตนของผมแตกสลาย...ชีวิตแบบคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังนั้นไม่ใช่สำหรับผมเลย ช่วยบอกทีเถิดว่าที่ผ่านมาผมทำได้ดีแล้ว ช่วยบอกทีว่าผมทำงานหนักและมันก็เพียงพอแล้ว นี่คือคำอำลาสุดท้ายจากผม"

ข้อความที่จงฮยอนฝากไว้ สะท้อนถึงปัญหาเรื้อรังของสังคมเกาหลีใต้ที่มีการแข่งขันกันสูง แรงกดดันให้ไขว่คว้าความสำเร็จในการงานอาชีพหรือการศึกษาเป็นสาเหตุให้เกาหลีใต้มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงที่สุดในบรรดาประเทศอุตสาหกรรม

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ จงฮยอน นักร้องนำวง SHINee ผู้โด่งดังทั่วเอเชีย อาจฆ่าตัวตายเพราะอาการซึมเศร้ารุนแรง

สำหรับวงการบันเทิงแล้ว เป็นที่รู้กันว่าศิลปินเค-ป็อป และศิลปินของอีกหลายค่ายเพลงในเอเชีย ต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาลจากการแข่งขันในวงการ รวมทั้งต้องทนต่อการควบคุมบังคับจากต้นสังกัดอย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝนอย่างหนัก ไปจนถึงการกินอยู่ การแต่งกาย การใช้โทรศัพท์ การตัดสินใจทำศัลยกรรมความงาม หรือแม้กระทั่งการคบหาเพื่อนหรือมีคนรัก ก็ไม่อาจเล็ดลอดสายตาและคำสั่งบงการจากค่ายเพลงไปได้ ส่วนตัวศิลปินเองนั้นกลับมีรายได้ตอบแทนเป็นเพียงเงินเดือนจำนวนไม่มาก

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ เหล่าสมาชิกวง AKB48 เมื่อปี 2012 ซึ่งมีมินะมิ มิเนะกิชิ รวมอยู่ด้วย

เมื่อปี 2009 นักแสดงสาวปัก จินฮี (Park Jin-hee ) ได้เขียนไว้ในวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทของเธอว่า ศิลปินเกาหลีใต้ถึง 40% ต่างเคยคิดฆ่าตัวตายกันมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต เนื่องมาจากชีวิตที่ขาดความเป็นส่วนตัว ถูกกลั่นแกล้งรังแกทางออนไลน์ มีรายได้ไม่แน่นอน รวมทั้งเกิดความกลัวว่าผู้คนทั่วไปหรือผู้ใหญ่ในวงการจะไม่ชื่นชมความสามารถของตนอีกต่อไปด้วย

เหตุสลดเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก รวมทั้งไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในวงการเพลงป็อปของเกาหลีใต้เท่านั้น ค่ายเพลงหลายแห่งในเอเชียเช่นของญี่ปุ่นและไต้หวัน ต่างก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการใช้อำนาจบาตรใหญ่กดดันและควบคุมนักร้องในสังกัดของตนมาแล้วทั้งสิ้น เมื่อราวสองปีก่อน มินะมิ มิเนะกิชิ นักร้องสาววง AKB48 ถึงกับต้องบันทึกวิดีโอที่เธอโกนหัวและร้องไห้แสดงการขอขมาต่อต้นสังกัด เพื่ออ้อนวอนให้ตนได้อยู่ในวงการต่อไป หลังถูกจับได้ว่าละเมิดกฎข้อบังคับของค่ายเพลงโดยแอบไปค้างคืนกับแฟนหนุ่ม

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ โจว จื่อ-อวี (Chou Tzuyu ) นักร้องดังชาวไต้หวันต้องเผชิญปัญหาเรื่องการเมือง

อำนาจและอิทธิพลของค่ายเพลงเอเชียที่มีเหนือตัวศิลปินอย่างล้นเหลือ ยังเห็นได้ชัดในกรณีนักร้องสาวโจว จื่อ-อวี (Chou Tzuyu ) ชาวไต้หวัน ซึ่งอยู่ภายใต้สังกัดของค่ายเพลง JYP Entertainment ของเกาหลีใต้ โดยเมื่อต้นปีที่แล้วเธอออกมาแถลงเสียใจต่อแฟนเพลงชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งต่างไม่พอใจหลังเธอโบกธงไต้หวันในการแสดงบนเวทีหนึ่ง หลายฝ่ายมองกันว่าเธอน่าจะถูกต้นสังกัดบังคับให้ออกมาขอโทษ โดยขัดกับจุดยืนทางการเมืองส่วนตัวของเธอที่น่าจะสนับสนุนให้ไต้หวันแยกตัวเป็นอิสระจากจีน

นายร็อบ ชวาร์ตซ์ หัวหน้าสำนักงานภาคพื้นเอเชียของนิตยสารบันเทิง Billboard บอกว่า การควบคุมบังคับศิลปินในทุกด้านของชีวิตนั้น แม้จะเป็นเรื่องธรรมดาในเกาหลีใต้ แต่ก็ถูกมองว่ารุนแรงเกินเหตุไปในโลกตะวันตก โดยในยุคทศวรรษ 1940 นั้น ดาราฮอลลีวูดอาจถูกห้ามมีคนรักหรือแต่งงานเพื่อรักษากระแสความนิยมก็จริง แต่ไม่ได้ถูกควบคุมบงการชีวิตไปเสียทุกกระเบียดนิ้วเช่นนี้

Image copyright YOUTUBE - JYP ENTERTAINMENT
คำบรรยายภาพ ภาพจากวิดีโอที่โจว จื่อ-อวี โค้งคำนับแสดงการขออภัยต่อแฟนเพลงชาวจีนแผ่นดินใหญ่

ส่วนนายมาร์ก รัสเซลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมดนตรีเค-ป็อป บอกว่าการควบคุมศิลปินของค่ายเพลงเกาหลีใต้ยิ่งหนักมือขึ้นในปัจจุบัน เนื่องมาจากความพยายามป้องกันกระแสเรื่องอื้อฉาว ซึ่งเคยโหมกระหน่ำโจมตีวงการบันเทิงเกาหลีใต้อย่างหนักในทศวรรษ 1990

หลังเกิดกรณีที่โจว จื่อ-อวี ต้องออกมาขอโทษแฟนเพลงชาวจีนได้ไม่กี่วัน วงการบันเทิงญี่ปุ่นก็เกิดเรื่องคล้ายกันติดตามมาในทันที โดยวงนักร้องบอยแบนด์ที่โด่งดังเป็นอมตะ "สแมป" (SMAP) ต้องออกมาแสดงการขออภัยต่อแฟนเพลงครั้งใหญ่ในรายการรายสัปดาห์ SMAPxSMAP ของพวกเขาเอง หลังมีข่าวลือสะเทือนวงการว่าสมาชิกของวงจะแยกย้ายกันไปสร้างผลงานของตนเอง โดยเตรียมโบกมืออำลาค่าย Johnny & Associates ต้นสังกัดที่ปลุกปั้นผลักดันวงดังนี้มานาน

Image copyright COURTESY OF FUJI TV
คำบรรยายภาพ แม้สมาชิกของวง SMAP จะมีอายุเลยวัยกว่า 40 ปีแล้ว แต่ยังได้รับความนิยมอย่างสูงในญี่ปุ่น

แม้สแมปจะแถลงว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง แต่มองกันว่าการออกมาขอโทษที่ทำให้แฟนเพลงต้องเป็นกังวลในครั้งนี้ ยังถือเป็นการส่งสารแสดงการขออภัยอย่างลึกซึ้งไปยังจอห์นนี คิตะกะวะ ผู้ก่อตั้ง Johnny & Associates ซึ่งเป็นผู้ทรงอิทธิพลอันดับหนึ่งในวงการบันเทิงญี่ปุ่น ผู้ปลุกปั้นศิลปินชื่อดังมาแล้วนับไม่ถ้วน

ในการแถลงขออภัยครั้งนี้ นักร้องนำของสแมปที่เคยมีตำแหน่งยืนตรงกลางเสมอ ถูกจัดให้ไปยืนอยู่ที่ปลายแถว ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ว่านี่คือการลงโทษประจานที่เห็นได้ชัดที่สุดครั้งหนึ่งเลยทีเดียว บางคนวิจารณ์ว่าวงสแมปเองก็ตกเป็น "ทาสของธุรกิจยักษ์ใหญ่" ไม่ต่างกับมนุษย์เงินเดือนชาวญี่ปุ่นทั่วไป

เป็นที่น่าสังเกตว่า สื่อมวลชนญี่ปุ่นต่างก็พากันหลีกเลี่ยงไม่รายงานเรื่องความขัดแย้งระหว่างสแมปกับต้นสังกัดอย่างละเอียด เพราะเกรงกลัวอิทธิพลล้นฟ้าของ Johnny & Associates นั่นเอง แต่อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้การรายงานข่าวและการเปิดเผยเรื่องราวของศิลปินที่ถูกบังคับหรือข่มเหงรังแกเริ่มเปลี่ยนไป ในยุคที่สื่อสังคมออนไลน์เข้ามามีบทบาทมากขึ้น

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม