สหรัฐฯ คว่ำบาตรสองผู้นำโครงการนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ

  • 27 ธันวาคม 2017
นายรี พยอง ชอล (ซ้าย) และนายคิม จอง ซิก (ขวา) Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ นายรี พยอง ชอล (ซ้าย) และนายคิม จอง ซิก (ขวา)

สหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีเหนือสองราย โดยระบุว่าทั้งคู่เป็น "ผู้นำคนสำคัญ" ในโครงการพัฒนาขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ แถลงว่าได้ใช้มาตรการคว่ำบาตรกับนายรี พยอง ชอล และนายคิม จอง ซิก โดยจะอายัดทรัพย์สินของทั้งสองที่มีอยู่ในสหรัฐฯ รวมทั้งระงับการทำธุรกรรมใด ๆ ของทั้งคู่ที่มีขึ้นในสหรัฐฯ ด้วย

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ของเกาหลีเหนือทั้งสองรายนี้ มักปรากฏตัวในภาพที่ถ่ายร่วมกับนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนืออยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการทดสอบยิงขีปนาวุธครั้งต่าง ๆ รวมทั้งครั้งล่าสุดที่เกาหลีเหนืออ้างว่าเป็นขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป (ICBM) ที่สามารถโจมตีได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วสหรัฐฯ

รอยเตอร์ยังระบุว่า นายคิม จอง อึน เป็นผู้คัดเลือกบุคคลทั้งสองรวมทั้งนายจาง ชัน ฮา ให้ดำรงตำแหน่งระดับสูงในโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ด้วยตนเอง ทั้งยังเป็นบุคคลที่ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือนิยมชมชอบเป็นอย่างมาก

"พวกเขาดูสนิทสนมเป็นกันเอง แตกต่างไปจากเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ที่มักจะต้องวางตัวนอบน้อมประจบประแจงท่านผู้นำจนเกินเหตุ พวกเขาไม่เหมือนกับเจ้าหน้าที่ทั่วไปที่ต้องคอยก้มโค้งคำนับและยกมือป้องปากกระซิบกระซาบเวลาพูดกับท่านผู้นำ" แหล่งข่าวของรอยเตอร์กล่าว

นายรี พยอง ชอล นั้นสำเร็จการศึกษาจากรัสเซียและเป็นนายพลในกองทัพอากาศมาก่อน ส่วนนายคิม จอง ซิก เป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาจรวดและขีปนาวุธของเกาหลีเหนือผู้มีประสบการณ์มายาวนาน ชื่อของทั้งสองยังรวมอยู่ในรายชื่อชาวเกาหลีเหนือ 16 คนที่สหประชาชาติคว่ำบาตรเมื่อสัปดาห์ที่แล้วด้วย

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (22 ธ.ค.) คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ออกมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมแก่เกาหลีเหนือ โดยยกระดับมาตรการให้มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการลงโทษหลังจากที่เกาหลีเหนือยังคงทดสอบขีปนาวุธอยู่อย่างไม่ลดละ

Image copyright KCNA/REUTERS
คำบรรยายภาพ นายรี พยอง ชอล มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดอย่างยิ่ง

มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ให้ตัดลดปริมาณน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ต่างชาติส่งออกไปยังเกาหลีเหนือลงถึงร้อยละ 90 ของปริมาณนำเข้าปกติ ทั้งยังกำหนดให้แรงงานเกาหลีเหนือที่ทำงานในต่างประเทศ จะต้องกลับคืนสู่ภูมิลำเนาภายในเวลา 24 เดือนหลังจากนี้ อันจะเป็นการขจัดแหล่งรายได้หลักของเกาหลีเหนือที่เป็นเงินตราต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าได้นำไปใช้ในโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีเหนือแถลงตอบโต้ว่า มติคว่ำบาตรเพิ่มเติมครั้งใหม่ของสหประชาชาตินั้นเป็นการปิดล้อมทางเศรษฐกิจอย่างสมบูรณ์ และเท่ากับการทำสงคราม

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม