ยูเอ็นเตือน: เด็กผู้อพยพชาวซีเรียอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรอง

  • 28 ธันวาคม 2017
เด็ก ๆ ในซีเรียเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสงครามรุนแรงที่สุด Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เด็ก ๆ ในซีเรียเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสงครามรุนแรงที่สุด

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเอ็น ระบุถึงความกังวลว่าเด็กป่วยที่กำลังรออพยพออกจากเขตที่ถูกกลุ่มกบฏยึดครองในเมืองหลวงของซีเรีย กำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองระหว่างฝ่ายรัฐบาลและกลุ่มกบฏ

นายยาน เอเกอแลนด์ กล่าวกับบีบีซีว่า ตามความเข้าใจของเขาแล้วกลุ่มกบฏได้ตกลงที่จะปล่อยตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลภายใต้การควบคุมของฝ่ายกบฎ เพื่อให้รัฐบาลอนุญาตให้นำผู้ป่วยซึ่งมีประกอบด้วยเด็กเป็นส่วนใหญ่ออกไปจากเขตที่กบฎยึดครอง

เมื่อวันพุธที่ผ่านมามีผู้ป่วย 12 คนถูกนำตัวออกจากบริเวณตะวันออกของเขตกูตา หลังจากที่ได้อพยพไปก่อนหน้านี้แล้ว 4 คนเมื่อวันอังคาร ส่วนในวันนี้คาดว่าจะมีผู้ป่วยกรณีเร่งด่วนอีก 13 คนที่จะถูกนำตัวออกไป

ข่าวการอพยพประชาชนออกจากเขตกูตาครั้งล่าสุดนี้ มาจากทวิตเตอร์ของสมาคมแพทย์อเมริกันในซีเรีย (Sams) ซึ่งเป็นองค์กรความช่วยเหลือด้านการแพทย์ที่ไม่หวังผลกำไรและไม่ขึ้นกับรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม นายแพทย์โมฮัมหมัด คาทูบ จาก Sams กล่าวกับบีบีซีว่า จัดลำดับกรณีเร่งด่วนที่ต้องอพยพได้ยาก เพราะมีกรณีผู้ป่วยเสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง "คนล่าสุดเป็นเด็กหญิงคนหนึ่งจากรายชื่อ 29 คน เมื่อช่วงเช้านี้ เจ้าหน้าที่ติดต่อไปยังครอบครัวเพื่อแจ้งว่าลูกสาวได้รับอนุญาตให้อพยพแล้ว แต่ครอบครัวระบุว่าเด็กเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วัน"

ชาวซีเรียประมาณ 400,000 คนในเขตสู้รบ ถูกปิดล้อมโดยกองกำลังของรัฐบาลมาตั้งแต่ปี 2013 ซึ่งนายเอเกอแลนด์ กล่าวว่า "ช่วยกันหวังว่าข้อตกลงเหล่านั้นจะเป็นสิ่งที่ดีเมื่อผู้อพยพออกมาได้" และ "มันก็อาจเป็นข้อตกลงที่ไม่ดีด้วย มันไม่น่าใช่ข้อตกลงที่ดี เพราะพวกเขาจะแลกเปลี่ยนผู้ป่วยเด็กกับผู้ที่ถูกจับตัวเอาไว้ ซึ่งนั่นหมายถึงการที่เด็กต้องกลายเป็นเครื่องมือต่อรองในเกมชักเย่อ ซึ่งไม่ควรเป็นเช่นนั้น พวกเขามีสิทธิ์ที่จะได้อพยพและเรามีหน้าที่ช่วยอพยพพวกเขาออกมา"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ผู้ประท้วงถือป้ายเรียกร้องให้ทุกฝ่ายช่วยเหลือให้การอพยพประชาชนจากเมืองอะเลปโปในซีเรียเป็นไปอย่างปลอดภัยทีสุด ก่อนที่ฝ่ายกบฏจะวางอาวุธยอมแพ้ต่อฝ่ายรัฐบาล เมื่อปีที่แล้ว

ด้านกลุ่มจาเอช อัลอิสลาม ซึ่งเป็นกลุ่มกบฏที่มีอิทธิพลที่สุดในบริเวณตะวันออกของเขตกูตา ระบุผ่านทวิตเตอร์ก่อนหน้านี้ว่า ฝ่ายรัฐบาลเห็นชอบข้อเสนอที่จะให้มีการอพยพผู้ป่วยกับเพื่อแลกกับการปล่อยตัวนักโทษของกลุ่ม 29 คนออกไป

นายเอเกอแลนด์ ระบุว่าประชาชนที่ยังอยู่ในบริเวณตะวันออกของเขตกูตา เข้าถึงบริการด้านการแพทย์ได้น้อยมาก "สงครามซีเรีย เป็นสงครามที่ต่อต้านแพทย์ในหลายแง่มุม... โรงพยาบาลหลายแห่งถูกทิ้งระเบิด ถูกโจมตีทั้งสองฝ่าย แพทย์และพยาบาลนับร้อยเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นสิ่งที่เหลืออยู่ในเมืองโกห์วตา สำหรับประชาชน 400,000 คน ถือว่ามีไม่มากนัก"

บริเวณตะวันออกของเขตกูตา ถูกกำหนดให้เป็น "เขตลดความรุนแรง" โดยรัฐบาลซีเรียและพันธมิตรซึ่งประกอบด้วยรัสเซียและอิหร่าน รวมถึงตุรกีซึ่งให้การสนับสนุนฝ่ายค้าน แต่ความขัดแย้งเริ่มกลับมารุนแรงขึ้นในช่วงหกสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อกองทัพซีเรียเปิดการโจมตีหนักขึ้น เพื่อตอบโต้ปฏิบัติการของกลุ่มกบฏ และมีรายงานว่ามีประชาชนเสียชีวิตหลายสิบคน

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ากำลังเกิดภาวะขาดแคลนอาหาร เชื้อเพลิง และยารักษาโรค รวมถึงอากาศหนาวเย็นกำลังทำให้สภาพความยากลำบากเลวร้ายลง

เมื่อวานนี้ คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ยืนยันว่าผู้ป่วยหนักสี่รายพร้อมครอบครัว ถูกนำตัวไปยังโรงพยาบาลในกรุงดามัสกัส และหวังว่าจะมีประชาชนอีก 29 คนได้รับการอพยพในอีกไม่กี่วันนี้

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เด็กซีเรียคนนี้มากับครอบครัวที่อพยพมาจากเขตสู้รบในวาเออร์มายังเมืองที่ปลอดภัยกว่าภายใต้การดูแลของฝ่ายรัฐบาล (แฟ้มภาพ)

น.ส.อานาสตาเซีย อิสยุค โฆษกของกาชาดกล่าวกับบีบีซี ว่า "ปฏิบัติการนี้เป็นพัฒนาการในแง่ดีอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนที่อยู่บริเวณตะวันออกในเขตกูตารู้สึกผ่อนคลายขึ้นบ้าง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการการรักษาเพื่อให้รอดชีวิต"

"เราหวังว่าการอพยพผู้ป่วยจะเป็นจุดเริ่มต้นให้มีผู้อพยพออกมาได้มากขึ้นขณะที่มีผู้ต้องการความช่วยเหลือจำนวนมาก ซึ่งองค์กรด้านมนุษยธรรมต่าง ๆ จำเป็นต้องเข้าถึงประชาชนในบริเวณตะวันออกของเขตกูตา เพื่อแจกจ่ายความช่วยเหลืออย่างสม่ำเสมอ โดยปราศจากเงื่อนไข"

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายเอเกอแลนด์ กล่าวว่า เอกสารที่ได้รับในเดือนพฤจิกายน ระบุรายชื่อประชาชน 494 คนที่ต้องอพยพด้วยเหตุผลด้านการแพทย์เป็นกรณีเร่งด่วน และตัวเลขนี้กำลังลดลง ซึ่งไม่ใช่เพราะได้รับการอพยพ แต่เป็นเพราะประชาชนกำลังล้มตาย "เราพยายามทุกสัปดาห์ มาตลอดเวลาหลายเดือน เพื่ออพยพผู้ป่วยออกมา และส่งอาหารรวมถึงสิ่งจำเป็นอื่น ๆ เข้าไป"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม