หายนะและปีติ บทบาทเกาหลีเหนือเมื่อเกาหลีใต้จัดกีฬาใหญ่

  • 10 มกราคม 2018
North Korean cheer team members wave their national flags during the World Students Games opening ceremony in Daegu on 21 August 2003. Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ทีมเชียร์ของเกาหลีเหนือในกีฬามหาวิทยาลัยโลก ปี 2003

การแข่งขันกีฬามักทำให้ผู้เข้าร่วมแข่งขันและผู้ชมเกิดความรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจในระดับหนึ่ง แต่สำหรับกรณีของประเทศคู่ปรปักษ์อย่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ มหกรรมกีฬาได้นำพาให้เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญที่บั่นทอนสายสัมพันธ์ระหว่างสองชาติ

บีบีซี แผนกภาษาเกาหลี พาไปย้อนดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่มีการจัดมหกรรมการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ ๆ ที่นำมาซึ่งผลลัพธ์สำคัญทั้งความเศร้าและปีติ ในหน้าประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ทางการทูตของสองเกาหลี

ระเบิดเครื่องบิน และโอลิมปิกฤดูร้อน 1988

ปี 2017 เป็นวาระครบรอบ 30 ปี ที่สายลับเกาหลีเหนือก่อเหตุวางระเบิดเครื่องบินโดยสารสายการบินโคเรียนแอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ 858 ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือทั้ง 115 คนเสียชีวิต

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อปี 1987 โดยสายลับเกาหลีเหนือ 2 คน ลอบวางระเบิดบนเครื่องบินลำดังกล่าว แล้วหลบหนีไปขณะที่เครื่องบินแวะพักที่กรุงอาบูดาบี ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นจุดแรก หลายชั่วโมงถัดมาระเบิดได้ระเบิดขึ้นขณะที่เครื่องบินอยู่เหนือทะเลอันดามัน ระหว่างมุ่งหน้าเพื่อแวะพักจุดที่ 2 ที่สนามบินดอนเมือง ในกรุงเทพฯ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เกาหลีเหนือคว่ำบาตรการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนที่กรุงโซล ปี 1988

ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงที่เกาหลีใต้กำลังเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนที่กรุงโซล ซึ่งเกาหลีเหนือตั้งใจที่จะหยุดยั้งมหกรรมโอลิมปิกครั้งนี้ให้ได้

ในเวลาต่อมา บีบีซีได้สัมภาษณ์ คิม ฮยอน-ฮุย หนึ่งในสายลับหญิงผู้ก่อเหตุ ที่ระบุว่า "เจ้าหน้าที่ระดับสูงบอกฉันว่า ก่อนที่โอลิมปิกกรุงโซลจะเริ่มขึ้น เราจะสอยเครื่องบินสายการบินเกาหลีใต้ให้ได้...เพราะมันจะสร้างความโกลาหลและความสับสนให้เกาหลีใต้"

จนถึงทุกวันนี้ ครอบครัวของเหยื่อบนเครื่องบินลำนั้นยังคงเรียกร้องให้รัฐบาลเกาหลีใต้เปิดการสอบสวนเรื่องนี้ โดยชี้ว่าความจริงเบื้องหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่ได้รับการเปิดเผยออกมาทั้งหมด

Image copyright News1
คำบรรยายภาพ ครอบครัวของเหยื่อบนเครื่องบินที่เกิดระเบิดเรียกร้องให้รัฐบาลเกาหลีใต้รื้อฟื้นการสอบสวนเรื่องนี้อีกครั้ง

การปะทะทางทะเล และฟุตบอลโลก 2002

การแข่งขันฟุตบอลโลกเมื่อปี 2002 ที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพร่วมนั้น ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในแวดวงฟุตบอลเกาหลีใต้

ตอนนั้น เกาหลีใต้ซึ่งยังไม่เคยเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก แต่กลับสร้างความประหลาดใจด้วยการเอาชนะทีมชั้นนำของโลกได้ อาทิ โปแลนด์, สหรัฐฯ, โปรตุเกส, อิตาลี และสเปน ส่งผลให้เกาหลีใต้ได้แชมป์อันดับที่ 4 และทำให้นักเตะของประเทศได้ไปเล่นฟุตบอลอาชีพในต่างแดน ขณะที่วัฒนธรรมการเชียร์บอลของชาวเกาหลีใต้ในกรุงโซลตอนนั้นก็ได้รับความสนใจจากสื่อต่างชาติ

Image copyright News1
คำบรรยายภาพ ฟุตบอลโลก 2002 เป็นช่วงเวลาที่สำคัญของเกาหลีใต้

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 29 มิ.ย. ขณะที่เกาหลีใต้กำลังแข่งรอบรองชนะเลิศกับตุรกี ได้เกิดเหตุเรือตรวจการณ์ของเกาหลีเหนือล่วงล้ำข้ามเส้น "แนวจำกัดตอนเหนือ" (Northern Limit Line) ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตน่านน้ำระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ในทะเลเหลือง แล้วเปิดฉากกราดยิงใส่เรือตรวจการณ์ของเกาหลีใต้

เหตุปะทะนองเลือดครั้งนั้นทำให้ชาวเกาหลีใต้เสียชีวิตไป 6 คน และบาดเจ็บอีก 9 คน กลายเป็นเหตุการณ์ที่เรียกว่า "การสู้รบครั้งที่สองที่เกาะยอนพยอง" หลังจากก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุปะทะลักษณะเดียวกันใกล้กับเกาะแห่งนี้เมื่อปี 1999

Image copyright News1
คำบรรยายภาพ ครอบครัวของผู้เสียชีวิตในการสู้รบครั้งที่สองที่เกาะยอนพยอง แสดงความอาลัยผู้จากไปในวาระครบรอบ 15 ปีเหตุปะทะนองเลือด

การจัดงานวันรวมญาติ และเอเชียนเกมส์ ปี 2014

ใช่ว่าเกาหลีเหนือจะจ้องก่อเหตุร้ายในช่วงที่เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ ๆ เพียงอย่างเดียว เพราะในปี 2014 ซึ่งเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพมหกรรมเอเชียนเกมส์ที่เมืองอินชอน เกาหลีเหนือได้แสดงความมีไมตรีด้วยการยอมให้จัดงานวันรวมญาติขึ้นระหว่างสมาชิกครอบครัวคนเกาหลีทั้งสองชาติที่ต้องพลัดพรากจากกันไปในช่วงสงครามเกาหลีระหว่างปี 1950-53

งานรวมญาติถือเป็นหนึ่งในโครงการแลกเปลี่ยนที่สำคัญระหว่างสองเกาหลีที่เริ่มขึ้นในการประชุมของผู้นำทั้งสองประเทศในปี 2000 แต่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก โดยระหว่างปี 2000-2007 มีงานงามญาติเกิดขึ้นเพียง 16 ครั้ง

Image copyright News1
คำบรรยายภาพ ชาวเกาหลีหลายล้านคนต้องพลัดพรากจากครอบครัวในช่วงสงครามเกาหลี

ดังนั้นการจัดงานรวมญาติในเดือน ก.พ. 2014 ซึ่งเกิดขึ้น 7 เดือนก่อนที่เกาหลีใต้จะจัดการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่เมืองอินชอน จึงสร้างความตื่นเต้นดีใจให้แก่คนในเกาหลีใต้ไม่น้อย เพราะเป็นงานรวมญาติที่จัดขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 ปีกับ 4 เดือน ส่วนงานรวมญาติครั้งล่าสุดที่จัดขึ้นคือเมื่อเดือน ต.ค.2015 ด้วยเหตุนี้คนเกาหลีทั้งสองฝั่งจึงตั้งตาให้มีงานนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง

มหกรรมเอเชียนเกมส์ในครั้งนี้ เกาหลีเหนือยังได้ส่งคณะผู้แทนไปร่วม ซึ่งรวมถึง 3 บุคคลทรงอิทธิพลที่สุดของเกาหลีเหนือขณะนั้น คือ นายฮวาง พยอง-โซ, นายโช รยอง-แฮ และนายคิม ยาง-กอน

Image copyright News1
คำบรรยายภาพ นายฮวาง พยอง-โซ (ซ้าย) นายโช รยอง-แฮ (กลาง) และนายคิม ยาง-กอน ร่วมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่เมืองอินชอน ปี 2014

กลับมาญาติดี ในปี 2018 ที่ โอลิมปิกฤดูหนาว

เจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือและใต้พบปะกันในวันที่ 9 ม.ค. นับเป็นการเจรจาของเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของทั้งสองฝ่ายครั้งแรกในรอบ 25 เดือน ซึ่งประสบความสำเร็จด้วยดี โดยเกาหลีเหนือตกลงจะส่งคณะนักกีฬารวมทั้งเจ้าหน้าที่และทีมเชียร์ของตน เข้าร่วมมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่เมืองพยองชังของเกาหลีใต้ในเดือนหน้า

การพบกันครั้งนี้มีขึ้นหลังจากเมื่อปีที่แล้ว เกาหลีเหนือทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 ซึ่งมีอานุภาพมากที่สุดที่เกาหลีเหนือเคยมีมา จนทำให้ชาวเกาหลีใต้บางคนหวั่นวิตกว่าสงครามอาจปะทุขึ้น แม้พวกเขาจะคุ้นชินกับการใช้ชีวิตในภาวะเสี่ยงต่อภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือมาช้านานแล้วก็ตามที

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ การเจรจาของเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของเกาหลีเหนือ-ใต้ ครั้งแรกในรอบ 2 ปี ในวันที่ 9 ม.ค.

อย่างไรก็ตาม ในการแถลงทางโทรทัศน์เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ของนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เขาได้ลดความแข็งกร้าวและมีท่าทีประนีประนอมมากขึ้นกับเกาหลีใต้ โดยเผยเป็นนัยว่าเขาเปิดกว้างต่อการเจรจาระหว่างสองเกาหลี และจะพิจารณาส่งตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวที่เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพด้วย

การพบปะเจรจาของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสองเกาหลีที่ประสบความสำเร็จด้วยดี ครั้งนี้ ทำให้รัฐบาลของประธานาธิบดีมูน แจ อิน แห่งเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นผู้มีแนวคิดเสรีนิยม มีความหวังว่านี่จะเป็นการเริ่มต้นของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากกว่าแค่มหกรรมกีฬาระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม