ผลสำรวจชี้ 1 ใน 3 ของแนวปะการัง 'มีพลาสติกติดอยู่'

  • 26 มกราคม 2018
ขวดพลาสติก ติดอยู่บนแนวปะการัง Image copyright Kathryn Berry
คำบรรยายภาพ ขวดพลาสติก ติดอยู่บนแนวปะการัง

นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าแนวปะการังในเอเชียแปซิฟิก กำลังต้องเผชิญกับพลาสติก ซึ่งนับเป็นอันตรายอันดับสอง รองจากอุณหภูมิน้ำที่เพิ่มขึ้น จากการสำรวจพบว่ามีพลาสติกกว่า 1,100 ล้านชิ้นในรูปต่าง ๆ เช่น ถุง ขวดน้ำ และกระสอบข้าวที่ทำจากพลาสติก ติดอยู่ตามหนึ่งในสามของแนวปะการัง และตัวเลขนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1,500 ล้านชิ้นภายในปี 2025

การค้นคว้าพบว่า พลาสติกทำให้แนวปะการังมีโอกาสติดโรคได้มากขึ้นถึงกว่า 20 เท่า "ในขณะนี้ นอกจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศแล้ว พลาสติกนับเป็นหนึ่งในความเสี่ยงอันดับต้น ๆ ในมหาสมุทร" ดร.โจเลียห์ แลมบ์ จากมหาวิทยาลัยคอร์แนลล์ ของสหรัฐฯ กล่าว

"จำนวนชิ้นพลาสติกที่พบในแนวปะการังเป็นเรื่องน่าเศร้า... หากเราสามารถระบุตัวการ สร้างมลภาวะจากพลาสติกเหล่านั้นได้ ก็หวังว่าเราจะสามารถลดปริมาณพลาสติกที่ไปติดตามแนวปะการังได้"

แหล่งทรัพยากรที่มีคุณค่า

ปัจจุบันมีประชากรโลกกว่า 275 ล้านคนที่ต้องพึ่งพาแนวปะการังเพื่อเป็นแหล่งอาหาร ช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว หรือในแง่ความสำคัญทางวัฒนธรรม

Image copyright Joleah Lamb
คำบรรยายภาพ แนวปะการังติดเชื้อ มีพลาสติกติดอยู่

เชื่อกันว่าพลาสติกเพิ่มโอกาสการแพร่โรคในสัตว์ทะเลที่ไม่มีกระดูกสันหลังที่มีส่วนสำคัญในการช่วยให้แนวปะการังเติบโต และแนวปะการังที่มีลักษณะเป็นกิ่งก้านแผ่ออก ยิ่งมีโอกาสให้ขยะพลาสติกลอยมาติดได้มากขึ้น

ดร.แลมบ์ หัวหน้าคณะนักวิจัยกล่าวว่า "มีหลายครั้งที่เราพบกระสอบข้าวขนาดใหญ่ หรือถุงพลาสติกติดอยู่" และ "เราพบว่าแนวปะการังที่ซับซ้อน เช่นจำพวกที่มีกิ่งก้านยื่นออกมา มีโอกาสจะไปพันกับพลาสติกมากขึ้นถึงแปดเท่า"

การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการไซแอนซ์ (Science) เป็นผลจากลงพื้นที่เก็บข้อมูลตามแนวปะการังกว่า 150 แห่งในสี่ประเทศ ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ระหว่างปี 2011 และ 2014

Image copyright Joleah Lamb
คำบรรยายภาพ ขยะพลาสติกบนชาดหายเกาะสุลาเวสี ของอินโดนีเซีย

จากพลาสติกที่พบอยู่ตามหนึ่งในสามของแนวปะการังที่สำรวจ พบว่าแนวปะการังที่อยู่ใกล้อินโดนีเซีย มีจำนวนพลาสติกมากที่สุด ในขณะที่ออสเตรเลียพบน้อยที่สุด ส่วนไทยและเมียนมาอยู่ในระดับปานกลาง

ปัจจุบัน แนวปะการังกำลังเผชิญกับอันตรายหลายด้าน เช่น การฟอกขาวที่เกิดจากอุณหภูมิน้ำที่อุ่นขึ้น โดยหินปะการังที่สูญเสียสาหร่ายไปจากเนื้อเยื่อที่ปกคลุมอยู่ จะทำให้เกิดการฟอกขาว แต่ภาวะนี้ฟื้นฟูได้หากอุณหภูมิน้ำกลับมาเป็นเหมือนเดิมภายในเวลาอันสั้น แต่กระบวนการที่ว่า อาจจะต้องใช้เวลาหลายปี

ในกรณีของการเกิดโรค ผลการค้นคว้าก่อนหน้านี้ชี้ว่าขยะพลาสติกทำให้แนวปะการังตกอยู่ในภาวะเสี่ยง เนื่องจากเศษพลาสติกเหล่านี้จะบดบังแสงและออกซิเจน จึงเพิ่มโอกาสให้จุลชีพที่ก่อโรคเพิ่มจำนวนได้

Image copyright Kathyrn Berry
คำบรรยายภาพ พลาสติกลอยอยู่เหนือแนวปะการัง

จากการคาดคะเนจำนวนขยะที่ถูกปล่อยลงสู่มหาสมุทร ทีมนักวิจัยชี้ว่า จำนวนพลาสติกที่อาจไปติดอยู่ตามแนวปะการังในเอเชียแปซิฟิค อาจเพิ่มขึ้นจาก 1.11 พันล้าน เป็น 1.57 พันล้านภายในปี 2025 โดยในแต่ละปี มีขยะพลาสติกประมาณ 4.8 ถึง 12.7 ล้านตันที่ถูกทิ้งลงสู่มหาสมุทร และกว่าสามในสี่ของพลาสติกเหล่านี้มากจากบนบก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม