มนุษย์ยุคใหม่อพยพจากแอฟริกาเร็วกว่าที่คาดนับแสนปี

  • 27 มกราคม 2018
ฟอสซิลฟันและขากรรไกรบน Image copyright ISRAEL HERSHKOVITZ, TEL AVIV UNI
คำบรรยายภาพ ฟอสซิลฟันและขากรรไกรบนที่พบมีอายุเก่าแก่ราว 177,000-194,000 ปี

นักมานุษยวิทยาพบฟอสซิลฟัน 8 ซี่ และขากรรไกรบนของมนุษย์ที่เก่าแก่เกือบ 2 แสนปี ที่ถ้ำมิสลิยาในประเทศอิสราเอล ซึ่งผลการวิเคราะห์พบว่าเป็นร่องรอยเก่าแก่ที่สุดของบรรพบุรุษมนุษย์ยุคใหม่ หรือ โฮโม เซเปียนส์ ที่อาศัยอยู่นอกทวีปแอฟริกา

หลักฐานดังกล่าวลบล้างความเข้าใจแต่เดิมที่ว่า เผ่าพันธุ์มนุษย์เริ่มการอพยพครั้งใหญ่ออกจากแอฟริกาครั้งแรก เมื่อราว 1 แสนปีที่แล้ว ก่อนจะแยกย้ายกันไปตั้งถิ่นฐานตามส่วนต่าง ๆ ของโลก

ผลการค้นพบดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร Science โดยศาสตราจารย์อิสราเอล เฮิร์ชโควิซต์ จากมหาวิทยาลัยเทลอาวีฟ ผู้นำคณะวิจัย คาดว่าฟอสซิลดังกล่าวซึ่งขุดค้นพบเมื่อปี 2002 มีอายุเก่าแก่ระหว่าง 177,000-194,000 ปี นับว่าเก่ากว่าฟอสซิลประเภทเดียวกันที่เคยพบว่าเก่าแก่ที่สุดก่อนหน้านี้ราว 80,000 ปี

Image copyright MINA WEINSTEIN-EVRON, HAIFA UNI
คำบรรยายภาพ ถ้ำมิสลิยา (Misliya) ในอิสราเอล ตั้งอยู่ที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 90 เมตร

ศาสตราจารย์เฮิร์ชโควิซต์ ชี้ว่า มนุษย์ยุคใหม่อาจไม่ได้เริ่มอพยพออกจากแอฟริกาเป็นกลุ่มใหญ่เมื่อราว 1 แสนปีที่แล้ว แต่มีกลุ่มเล็ก ๆ ที่ทยอยกันอพยพออกมาตั้งถิ่นฐานในตะวันออกกลางก่อนหน้านั้นตั้งแต่เมื่อ 2 แสนปีก่อน และน่าจะมีการอพยพเข้าออกจากทวีปแอฟริกากลับไปกลับมาหลายครั้ง ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในแถบตะวันออกกลาง ส่วนในอนาคตมีความเป็นไปได้ว่าจะพบหลักฐานการอพยพที่เก่าแก่ยิ่งกว่านี้

ตลอดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการค้นพบหลักฐานใหม่ซึ่งชี้ว่ามนุษย์อพยพออกจากทวีปแอฟริกาเร็วกว่าที่เคยคาดไว้ ในสถานที่หลายแห่งทั่วโลก เช่น มีการค้นพบซากฟอสซิลที่จีน เกาะสุมาตรา และทางตอนเหนือของออสเตรเลีย ซึ่งมีความเก่าแก่ตั้งแต่ 65,000-70,000 ปี

ในถ้ำมิสลิยาที่ค้นพบฟอสซิลเก่าแก่ที่สุด ยังพบเครื่องมือหินที่สร้างขึ้นอย่างซับซ้อน เช่น ใบมีดที่บ่งบอกว่ามนุษย์กลุ่มดังกล่าวเป็นนักล่าและเก็บของป่าดำรงชีวิต โดยใช้ใบมีดสังหารและแล่เนื้อสัตว์เช่นหมูป่า กระต่าย เต่า และนกกระจอกเทศ ทั้งยังพบร่องรอยการใช้พืชทำเป็นฟูกนอนในถ้ำอีกด้วย

Image copyright MINA WEINSTEIN-EVRON, HAIFA UNI

คณะผู้วิจัยยังสันนิษฐานว่า ภูมิภาคทางตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่มนุษย์ยุคใหม่อพยพมาถึง จะเป็นเสมือน "ชุมทาง" ขนาดใหญ่ที่มนุษย์โฮโม เซเปียนส์ได้พบปะและติดต่อสัมพันธ์กับมนุษย์โบราณเผ่าพันธุ์อื่น ๆ เช่นมนุษย์นีแอนเดอทัลและเดนิโซแวน ซึ่งเดินทางมาถึงแถบนั้นอยู่ก่อนแล้ว ทำให้อาจมีการผสมสายเลือดกันเกิดขึ้น จนคนในภูมิภาคยูเรเชียทุกวันนี้มีดีเอ็นเอของนีแอนเดอทัลปะปนอยู่ราว 1-4%

อย่างไรก็ตาม คณะผู้วิจัยคาดว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์เก่าแก่นอกทวีปแอฟริกาที่ค้นพบในครั้งนี้ น่าจะสูญพันธุ์ไปแล้วโดยไม่ได้มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับมนุษย์ในปัจจุบัน เนื่องจากคนส่วนใหญ่จะมีดีเอ็นเอที่สืบทอดจากบรรพบุรุษที่นับย้อนไปได้ไกลที่สุดราว 60,000 ปีก่อนเท่านั้น