หญิงอินเดียสู้คดีพ่อแม่บังเกิดเกล้าหลัง 'บงการฆ่าสามี' เพราะเป็น 'จัณฑาล'

  • 28 มกราคม 2018
เกาซัลยา ชังการ์ Image copyright NATHAN G

มีนาคม 2016 ชายวัย 22 ปีถูกฟันและแทงเสียชีวิตกลางวันแสก ๆ บนถนนที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนทางใต้ของอินเดีย เพียงเพราะเขาแต่งงานกับผู้หญิงที่มีวรรณะสูงกว่า ภรรยาของเขารอดชีวิตจากการลอบทำร้ายในครั้งนั้นและได้ให้การต่อสู้คดีกับพ่อแม่ของเธอเอง นอกจากนี้ยังรณรงค์ต่อต้านความเลวร้ายของการแบ่งชนชั้นวรรณะ โซติก บิสวาส ผู้สื่อข่าวบีบีซี รายงาน

ในวันสุดท้ายของชีวิต ชังการ์ และเกาซัลยา ตื่นนอนราว 9 โมงเช้า ในกระท่อมของพวกเขา ตอนนั้นทั้งสองคนแต่งงานกันมาได้ 8 เดือนแล้ว

วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ ทั้งสองคนขึ้นรถโดยสารประจำทางไปยังตลาดในเมืองอูดูมาลเปต (Udumalpet) ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 14 กิโลเมตร พวกเขาหาซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ชังการ์ ซึ่งกำลังจะเริ่มทำงานที่วิทยาลัยของเขาในวันต่อมา

พวกเขาเข้าไปในร้านเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง เธอเห็นเสื้อสีชมพู และคิดว่าเหมาะกับสามีของเธอ จึงซื้อเสื้อตัวนั้น แต่เมื่อพวกเขากำลังเดินออกจากร้าน ชังการ์เห็นหุ่นที่สวมเสื้อสีเขียวในร้าน เขาจึงพูดว่า "ผมว่าผมชอบตัวนี้มากกว่า"

ฆาตกรรมอย่างไม่สะทกสะท้าน

พวกเขาเดินกลับเข้าไปในร้านอีกครั้งเพื่อขอเปลี่ยนเสื้อ และเมื่อออกจากร้านก็เริ่มเบียดเสียดกับฝูงชนบนท้องถนน เพื่อขึ้นรถประจำทางกลับบ้าน ตอนแรกชังการ์บอกกับเกาซัลยาว่า เขาอยากจะซื้อขนมที่เธอชอบให้เธอ

"วันหลังแล้วกัน" เกาซัลยา พูด

เธอมีเงินเหลือในกระเป๋าแค่ 64 รูปี (หรือประมาณ 32 บาท) และเงินคงไม่พอซื้อ พวกเขาก็เลยตัดสินใจกลับบ้าน โดยชังการ์รับปากว่าจะทำกับข้าวมื้อพิเศษให้แก่เธอ

ภาพจากกล้องวงจรปิด แสดงให้เห็นว่า คู่สามีภรรยากำลังเดินตรงไปยังถนน แต่ก่อนที่พวกเขาจะข้ามถนน มีชาย 5 คนขี่มอเตอร์ไซค์ 2 คัน มาจอดอยู่หลังพวกเขา ชาย 4 ใน 5 คนเดินทอดน่องมายังทั้งคู่ และทำร้ายพวกเขาด้วยมีดยาว ราวกับฟันพุ่มไม้

คำบรรยายภาพ ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ออกอากาศผ่านสถานีโทรทัศน์หลายช่องของอินเดีย แสดงให้เห็นคู่สามีภรรยากำลังเดินอยู่บนถนนที่เต็มไปด้วยผู้คน ในช่วงที่พวกเขาถูกทำร้าย

ชังการ์ เลือดท่วมตัวและพยายามตะเกียกตะกายเอาตัวรอด ส่วนเกาซัลยาเดินกระเผลกไปยังรถตู้เอนกประสงค์ที่จอดอยู่ ก่อนที่เธอจะล้มลงเพราะคนเหล่านั้นตามมาทำร้าย

เหตุการณ์เกิดขึ้นเพียง 36 วินาที ชายเหล่านั้นกลับขึ้นมอเตอร์ไซค์และขับจากไปอย่างใจเย็น ขณะที่ฝูงชนเริ่มเข้ามามุงดูเหตุการณ์ (ต่อมาตำรวจพบว่า มีชาย 6 คนขี่มอเตอร์ไซค์ 3 คัน ในจำนวนนี้ 2 คันติดแผ่นป้ายทะเบียนปลอม ชาย 5 คนจาก 6 คนนั้นเป็นผู้ลงมือทำร้ายคู่สามีภรรยา ขณะที่อีกคนดูต้นทาง)

รถพยาบาลมาถึงในเวลาไม่นาน และนำตัวคนทั้งสองที่นอนจมกองเลือดอยู่ขึ้นรถ เพื่อเดินทางไปโรงพยาบาลซึ่งอยู่ห่างออกไป 60 กิโลเมตร ขณะที่เจ้าหน้าที่พยาบาลนั่งอยู่เบาะหน้า เกาซัลยานอนอยู่บนเปลพยายาล สายตาพร่าเลือน และต้องถือถุงยาที่ให้ทางเส้นเลือดดำเอง ส่วนชังการ์นอนนิ่ง

"เอาหัวคุณมาหนุนบนอกผม" เขาบอกภรรยา เกาซัลยาจึงขยับเข้าไปอยู่ข้าง ๆ เขา

ไม่กี่นาทีต่อมา ขณะที่รถพยาบาลเดินทางมาถึงโรงพยาบาล ชังการ์ก็หยุดหายใจ

เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพพบบาดแผลที่เกิดจากการฟันและแทง 34 รอยบนร่างของชังการ์ เขาเสียชีวิตจาก "อาการช็อกและการตกเลือดมากจากบาดแผลมากมายที่เกิดจากการแทงและฟัน"

เกาซัลยาใช้เวลา 20 วันรักษาตัวในโรงพยาบาล ใบหน้าของเธอถูกพันด้วยผ้าพันแผล และต้องรอให้รอยเย็บ 36 เข็มหายดี รวมถึงกระดูกที่หักเชื่อมต่อกัน เธอบอกกับตำรวจขณะที่อยู่ในโรงพยาบาลว่า พ่อแม่ของเธอเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการลอบทำร้ายนี้

"ทำไมเธอไปรักมัน" หนึ่งในคนร้ายร้องตะโกนถามขณะที่ใช้มีดแทงเธอ "ทำไม"

ชังการ์ และเกาซัลยา ได้ละเมิด "กฎหมายรัก" ที่อรุณฮาตี รอย เขียนไว้ในนิยายที่ได้รับรางวัลของเธอเรื่อง The God of Small Things โดยกฎดังกล่าว "กำหนดว่าใครควรถูกรัก...และรักอย่างไร...และมากเท่าไหร่"

คำบรรยายภาพ ภาพของเกาซัลยาซึ่งกำลังนั่งอยู่ที่เตียงในโรงพยาบาล พร้อมกับผ้าพันแผลที่โชกเลือด ถูกส่งต่ออย่างรวดเร็วในอินเดีย

ชังการ์เป็นจัณฑาล และเป็นลูกชายของคนงานในฟาร์มที่ต้องหาเช้ากินค่ำไม่มีที่ดินของตัวเอง สมาชิก 4 คนของบ้านอาศัยอยู่ในกระท่อมที่มีเพียงห้องเดียวในหมู่บ้านกูมาราลิงกัม ส่วนเกาซัลยา มาจากวรรณะกษัตริย์ เป็นลูกสาวของผู้ให้บริการแท็กซี่และธุรกิจปล่อยเงินกู้ที่ก่อตั้งมานาน 38 ปี พวกเขาอาศัยอยู่ในบ้านสองชั้นในเมืองปาลานี

เมื่อเธอบอกกับพ่อแม่ว่า เธออยากจะเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน พวกเขาปฏิเสธความคิดนี้เพราะว่าเธอต้องสวมกระโปรงสั้น หลังจากเธอจบการศึกษาในปี 2014 พ่อแม่ได้พายังวัดประจำตระกูลเพื่อพบกับบรรดาชายหนุ่มที่พวกเขาอยากให้เธอแต่งงานด้วย เมื่อเธอปฏิเสธ พวกเขาก็ส่งเธอไปเข้าวิทยาลัยเอกชนเพื่อเรียนวิทยาการคอมพิวเตอร์และวิศวกรรม

เธอเกลียดวิทยาลัยแห่งนี้ "มีข้อจำกัดมากเกินไป เราไม่สามารถออกไปนอกวิทยาเขตได้เลย เราคุยกับผู้ชายไม่ได้ นักศึกษาชายและหญิงต้องนั่งแยกกันในชั้นเรียน ส่วนบนรถบัสของวิทยาลัย เราถูกแบ่งให้นั่งคนละส่วน ถ้ายามเห็นเราคุยกับเด็กผู้ชาย เขาจะแจ้งผู้ปกครองเรา มันน่าอึดอัดมาก"

'เพื่อนที่ให้เกียรติกัน'

แต่ความรักก็เกิดขึ้นได้แม้แต่ในสถานที่ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น มีนักศึกษาวิศวกรรมผอมสูงคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเธอ และแนะนำตัวว่าเขาชื่อ ชังการ์ เขาถามเธอว่า "มีคนรักรึยัง"

เกาซัลยา บอกว่า เธอไม่ได้ตอบ และเดินจากไปอย่างเขินอาย

วันต่อมา ชังการ์มาหาเธอและถามคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบอีกรอบ "มีคนรักหรือยัง เพราะผมคิดว่า ผมรักคุณ" เธอเดินเลี่ยงจากไปอีกรอบ

วันที่ 3 เมื่อชังการ์เดินมาหาเธออีก เธอบอกให้เขา "ไปหาผู้หญิงคนอื่น" เธอบอกว่า "ผู้คนจะรู้ ถ้าเราออกไปข้างนอก มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำความรู้จักกับคุณ"

แต่แล้วเธอก็เริ่มรู้สึกชอบเขาอย่างช้า ๆ ชังการ์เลิกบอกว่าเขาชอบเธอ เพื่อที่ "เราจะได้ทำตัวเหมือนกับ เพื่อนที่ให้เกียรติกัน" "ฉันก็ไม่ได้บอกเขาว่าฉันชอบเขา แต่พอเวลาผ่านไปฉันก็รู้สึกชอบเขามากขึ้นทีละนิด"

Image copyright NATHAN G

มันเป็นความรักที่มาพร้อมกับความทุกข์ เนื่องจากเธอไม่สามารถออกมานอกบ้านได้เพียงลำพังเพื่อคุยโทรศัพท์ พวกเขาจึงส่งข้อความทางวอทสแอป (WhatsApp) หากันเวลานั่งรถเมล์ไปเรียน พวกเขาส่งข้อความคุยกันเช่นนี้ทุกวันเป็นเวลา 18 เดือน พวกเขาพูดถึงความหวังและความฝันของตัวเอง

"ผมมีความฝัน 2 อย่าง" เขาส่งข้อความหาเธอในวันหนึ่ง "สร้างบ้านดี ๆ ให้ครอบครัวสักหลัง และรักคุณตลอดไป"

ในการเรียนปีที่สองที่นี่ เธอลงทะเบียนเรียนวิชาภาษาญี่ปุ่น เพื่อที่จะได้เรียนนอกช่วงเวลาที่ทางวิทยาลัยกำหนด และจะได้นั่งรถเมล์กลับบ้านเอง ชังการ์ก็จะมารอเธอกลับบ้าน และพวกเขาก็เริ่มคุยกันบนรถ

แต่วันหนึ่งในเดือนกรกฎาคม 2015 พนักงานเก็บค่าโดยสารบนรถเห็นพวกเขาคุยกัน และรู้ว่าเกาซัลยาอาศัยอยู่ที่ไหน จึงได้แจ้งแม่ของเธอ คืนเดียวกันนั้น พ่อแม่ของเธอได้ยึดโทรศัพท์เธอ และโทรหาชังการ์เตือนให้เขาอยู่ห่างลูกสาว พวกเขาบอกเธอว่า ชังการ์จะ "ทำเธอท้องแล้วก็ทิ้งเธอไป" วันถัดมา พวกเขาก็ให้เธอออกจากวิทยาลัยดังกล่าว

เธอร้องไห้ทั้งคืน และตื่นมาในบ้านที่ว่างเปล่า พ่อแม่ของเธอออกไปข้างนอก เธอหาโทรศัพท์จนพบ และโทรหาชังการ์เพื่อบอกเขาเกี่ยวกับเรื่องที่ทะเลาะกับพ่อแม่ เธอถามเขาด้วยว่า เขาคิดจะทำเธอท้องแล้วก็ทิ้งไปหรือเปล่า

"ถ้าคุณรู้สึกเช่นนั้น เราหนีไปกันตอนนี้เลย แล้วก็แต่งงานกัน" ชังการ์กล่าว

Image copyright Courtesy: Kausalya Shankar
คำบรรยายภาพ ชังการ์และเกาซัลยา แต่งงานกันในเดือนกรกฎาคม 2015

เกาซัลยาเก็บกระเป๋า ออกจากบ้านและไปที่ป้ายรถเมล์ วันต่อมา 12 กรกฎาคม 2015 พวกเขาไปวัดและแต่งงานกันที่นั่น จากนั้นก็ไปสถานีตำรวจ แจ้งเรื่องที่พวกเขาแต่งงานข้ามวรรณะ และขอความคุ้มครองจากตำรวจ เพราะคนที่เป็นจัณฑาลและคนเผ่าต่าง ๆ เผชิญกับการถูกทำร้ายเกี่ยวกับเรื่องวรรณะในรัฐทมิฬนาฑูของอินเดีย ซึ่งมีการแจ้งความว่าเกิดเหตุร้ายต่อคนกลุ่มนี้มากกว่า 1,700 ครั้งในปีนั้นเพียงปีเดียว

Image copyright The News Minute
คำบรรยายภาพ พ่อของเกาซัลยา (ขวา) ถูกพิพากษาประหารชีวิต และแม่ของเธอถูกศาลยกฟ้อง

เกาซัลยา เล่าว่า 8 เดือนต่อมา "เป็นช่วงเวลาที่อิสระที่สุด และมีความสุขที่สุด" ในชีวิตของเธอ เธอย้ายไปอยู่ที่กระท่อมของชังการ์ ซึ่งพวกเขาต้องอยู่ร่วมกับพ่อของชังการ์ น้องชาย 2 คน และย่าของเขา เธอออกจากวิทยาลัย และเริ่มทำงานเป็นพนักงานขายมีรายได้ต่อเดือนราว 5,000 รูปี (ประมาณ 2,500 บาท)

พ่อแม่และญาติ ๆ ของเธอ พยายามอย่างหนักเพื่อแยกเธอและสามีออกจากกัน พวกเขาแจ้งความกับตำรวจ ระบุว่า ชังการ์ลักพาตัวลูกสาว และหนึ่งสัปดาห์หลังการแต่งงาน พวกเขาได้ลักพาตัวเธอ และนำตัวไปหาหมอผีและนักบวชซึ่งป้ายขี้เถ้าบนหน้าเธอ บังคับให้เธอกินยาหม้อ กดดันให้เธอทิ้งสามี พวกเขาไม่อาจทัดทานเธอได้ ชังการ์พาเธอกลับบ้าน จากนั้นพ่อแม่ของเธอก็เสนอเงิน 1 ล้านรูปี (ประมาณ 5 แสนบาท) ให้กับชังการ์ เพื่อขอให้เขาทิ้งเกาซัลยา

เกาซัลยาเล่าว่า หนึ่งสัปดาห์ก่อนการฆาตกรรม พ่อแม่ของเธอมาหาเธอที่บ้านของเธอและสามี และสั่งให้เธอกลับไปกับพวกเขา เธอปฏิเสธ

'เราไม่รับผิดชอบ'

"ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเธอหลังจากวันนี้ เราไม่รับผิดชอบ" พ่อของเธอบอก ก่อนจะกลับไป

ตำรวจพบว่า พ่อของเกาซัลยาได้ว่าจ้างชายที่เคยมีประวัติอาชญากรรม 5 คน ด้วยเงิน 50,000 รูปี (ประมาณ 25,000 บาท) เพื่อให้พวกเขาฆ่าลูกสาวและลูกเขยช่วงกลางวันแสก ๆ "เพื่อเป็นการบอกผู้คน" ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อผู้หญิงรักกับผู้ชายที่มีวรรณะต่ำกว่า

มีพยานราว 120 คนที่เห็นเหตุฆาตกรรมนี้ เกาซัลยาเองคัดค้านการประกันตัวพ่อแม่เธอ 58 ครั้งในชั้นศาล "แม่ของฉันขู่ฉันซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า จะฆ่าฉัน เธอบอกฉันว่า ให้ฉันตายดีกว่าที่จะให้ฉันแต่งงานกับเขา" เกาซัลยากล่าวต่อผู้พิพากษา

Image copyright NATHAN G
คำบรรยายภาพ เกาซัลยาฝึกตีกลองตามประเพณีที่ชาวจัณฑาลเล่น

ในเดือนธันวาคม ผู้พิพากษาอาลาเมลู นาทาราชัน พิพากษาลงโทษประหารชีวิตชาย 6 คน รวมถึงพ่อของเกาซัลยา และให้ยกฟ้องแม่ของเธอพร้อมกับอีกสองคน เกาซัลยาเตรียมยื่นอุทธรณ์การยกฟ้อง เพราะเธอเชื่อว่า แม่ของเธอมีความผิดไม่น้อยไปกว่าผู้ชายเหล่านั้น

ช่วงหลังจากการก่อเหตุฆาตกรรม มีบางช่วงที่เกาซัลยาเล่าว่า เธอรู้สึกควบคุมอารมณ์ความรู้สึกไม่ได้อยู่บ่อย ๆ และต้องการจะฆ่าตัวตาย เธอจึงตัดผมสั้น และเริ่มเรียนคาราเต้ อ่านหนังสือเกี่ยวกับวรรณะ เธอเริ่มพบปะกับกลุ่มต่อต้านชนชั้นวรรณะ และพูดต่อต้านอาชญากรรมที่เกี่ยวกับชนชั้นวรรณะ เธอยังเรียนตีกลองปาไร ซึ่งเป็นกลองโบราณของชาวจัณฑาลด้วย

ปัจจุบัน เธอได้ทำให้ความฝันของชังการ์เป็นจริงแล้ว ด้วยการสร้างบ้านที่มี 4 ห้องให้แก่ครอบครัวของสามี จากค่าชดเชยที่เธอได้รับจากรัฐบาล เธอเริ่มก่อตั้งศูนย์สอนพิเศษให้แก่นักเรียนยากจนในหมู่บ้าน นอกจากนี้เธอยังต้องทำงานเป็นเสมียนในหน่วยงานของรัฐเพื่อหาเงินมาดูแลครอบครัวด้วย ช่วงสุดสัปดาห์เธอเดินทางไปทั่วทั้งรัฐทมิฬนาฑู เพื่อพูดต่อที่ประชุมต่อต้านชนชั้นวรรณะ การฆ่าเพื่อรักษาเกียรติ และเน้นย้ำถึง "ความสำคัญของความรัก"

"ความรักก็เหมือนกับน้ำ มันเป็นเรื่องธรรมชาติ" เธอกล่าว "รักเกิดขึ้นได้ และผู้หญิงต้องปฏิวัติต่อต้านระบบชนชั้นวรรณะ มันต้องถูกหยุดยั้ง" ผู้คนจำนวนมากไม่ชอบที่เธอรณรงค์และขู่ฆ่าเธอผ่านทางเฟซบุ๊ก เธอจึงได้รับการดูแลความปลอดภัยจากตำรวจ

หลังจากชังการ์เสียชีวิต แพทย์ได้ยื่นโทรศัพท์ของเขาให้แก่เธอ ในนั้นมีความทรงจำในช่วงที่เขาและเธอจีบกันอยู่

"ผมไม่รู้ว่าจะพูดอะไร แต่ผมคิดถึงคุณ" ชังการ์ ส่งข้อความหาเธอในค่ำคืนหนึ่งของฤดูร้อนปี 2015

"ฉันก็เช่นกัน" เธอตอบเขา

เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์เกี่ยวกับผู้หญิงอินเดียที่ต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมกัน

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม