เทเรซา เมย์ มอบสารคดี "บลู แพลนเน็ต" เป็นของขวัญแด่ผู้นำจีน

  • 1 กุมภาพันธ์ 2018
นางเมย์ และนายสี Image copyright EPA

นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ มอบดีวีดีรายการสารคดีธรรมชาติ "บลู แพลนเน็ต 2" ของบีบีซี ให้นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ย้ำให้คำนึงถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม

นางเมย์ซึ่งเดินทางเยือนจีนเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ได้นำนักธุรกิจคนสำคัญราว 50 คน ร่วมคณะไปด้วย เพื่อร่วมพูดคุยกับฝ่ายจีนในประเด็นทางการค้า ความมั่นคง โครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งนางเมย์ถือโอกาสนี้มอบดีวีดีสารคดีธรรมชาติชุดบลูแพลนเน็ต 2 พร้อมลายเซ็นของเซอร์เดวิด แอทเทนเบอเรอห์ ผู้ดำเนินรายการ ให้นายสีด้วย

สารคดีธรรมชาติชุดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมอันเป็นผลพวงมาจากพฤติกรรมของมนุษย์ ซึ่งนางเมย์ เคยหยิบยกสารคดีนี้มาอ้างอิงเมื่อเดือนที่แล้วในระหว่างประกาศกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อมระยะยาว 25 ปี ซึ่งรวมถึงจะกำจัดขยะพลาสติกที่สามารถหลีกเลี่ยงไม่ใช้ได้ ให้หมดไปจากสหราชอาณาจักรภายในปี 2042

Image copyright EPA

ก่อนหน้าการเยือนจีนของนางเมย์ นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ได้ไปเยือนจีนเมื่อต้นเดือนมกราคมเช่นกัน และได้มอบม้าเพศผู้ อายุ 9 ปี สีน้ำตาลแก่นายสี โดยม้าตัวดังกล่าวเป็นม้าพันธุ์ดีที่สุดของฝรั่งเศส และยังเคยปฏิบัติงานในกองกำลัง French Republican Guard เป็นเวลาถึง 6 ปีด้วย

ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส ออกมาระบุในขณะนั้นว่าการเลือกของขวัญดังกล่าวเป็นการ "แสดงท่าทีทางการทูตที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน" หลังจากที่ฝรั่งเศสได้ทราบว่าประธานาธิบดีสีรู้สึกชื่นชอบทหารม้า 104 นายที่ให้การอารักขาเมื่อครั้งเดินทางเยือนกรุงปารีสในปี 2014 ขณะที่สื่อตั้งชื่อเรียกการมอบของขวัญดังกล่าวว่าเป็น "การทูตอาชา"

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าของขวัญทางการทูตเป็นเรื่องที่ "ควรจะต้องศึกษาธรรมเนียมไว้ล่วงหน้า"

ของขวัญ "ต้องห้าม"

การมอบของขวัญให้กันและกันในการเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการนี้เคยเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์มาแล้ว อย่างกรณีของนางซูซาน แครมเมอร์ อดีตรัฐมนตรีช่วยคมนาคมอังกฤษ ได้เดินทางเยือนไต้หวันเมื่อปี 2015 และมอบนาฬิกาเป็นของขวัญแก่นายโก เหวิน เจ๋อ นายกเทศมนตรีนครไทเปของไต้หวันในขณะนั้น โดยไม่ทราบว่า การให้นาฬิกาเป็นสิ่งต้องห้ามในธรรมเนียมจีน เพราะหมายถึงว่าเวลาของผู้รับกำลังจะหมดลง

นายวิลเลียม แฮนสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านมารยาทสังคมกล่าวว่าของขวัญทางการทูตนั้น มักจะเป็นที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้าก่อน และไม่ว่าอย่างไรก็ตาม "ควรจะต้องศึกษาธรรมเนียมไว้ล่วงหน้า"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ การให้นาฬิกาเป็นสิ่งต้องห้ามในธรรมเนียมจีน เพราะหมายถึงว่าเวลาของผู้รับกำลังจะหมดลง

อย่างไรก็ดี ความผิดพลาดของนางแครมเมอร์ ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะความแตกต่างทางวัฒนธรรม ทำให้ของขวัญที่ล้ำค่าในวัฒนธรรมหนึ่ง อาจจะกลายเป็นของที่แสดงการดูถูกในอีกวัฒนธรรมได้ ยกตัวอย่างเช่น ดาบที่ใช้ในพิธีกรรม ซึ่งในบางพื้นที่ของทวีปแอฟริกาเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ แต่ในสวิตเซอร์แลนด์ มันกลับกลายเป็นสัญลักษณ์ของการรุกราน

นอกจากนี้ ในเกือบทุก ๆ วัฒนธรรม จะมีข้อห้ามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความตาย เลข 4 เป็นสัญลักษณ์ของความโชคร้ายในจีน เพราะคำนี้มีเสียงพ้องกับคำว่าความตาย ขณะที่เลข 8 เป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี เพราะมีเสียงที่พ้องกับคำว่าความร่ำรวย

ในอังกฤษ คนมักจะไม่ให้มีดเป็นของขวัญ เพราะถือเป็นลางว่ามิตรภาพจะถูกตัดรอน เช่นเดียวกันกับประเทศญี่ปุ่น ที่การให้มีดแก่เพื่อนร่วมงานอาจถูกตีความได้ว่าแนะนำให้คนนั้นไปฆ่าตัวตายเสีย

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ คนในสวิตเซอร์แลนด์ ถือว่าดาบเป็นสัญลักษณ์ของการรุกราน

ดอกเบญจมาศก็ถือเป็นของขวัญที่ไม่ควรให้ในสเปน เพราะเป็นดอกไม้ที่เกี่ยวข้องกับความตาย เหมือนกันกับที่คนอังกฤษจะไม่ให้ดอกลิลลี่สีขาว

ที่จริงแล้วการให้ดอกไม้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าปวดหัว ดอกกุหลาบสีแดงมักถูกมองว่าเป็นของขวัญของคู่รัก จึงไม่ควรให้ดอกกุหลาบแดงในการพบปะเชิงธุรกิจ และการให้ดอกกุหลาบสีเหลืองในฝรั่งเศสก็สามารถหมายถึงการทรยศ นอกใจ ส่วนในเม็กซิโกหมายถึงความตาย นอกจากนี้ตามความเชื่อเรื่องโชคลาง เราควรให้ดอกไม้ที่มีจำนวนดอกเป็นเลขคี่ แต่ไม่ใช่ 13 ดอก

ดังนั้น เราจึงไม่สามารถมั่นใจได้ว่า การให้ของขวัญจะไม่ถูกตีความไปอย่างผิด ๆ

"หนังสือเป็นสิ่งที่น่าจะปลอดภัยที่สุด เวลาที่ผมแนะนำบริษัทต่าง ๆ ผมก็จะบอกว่าหนังสือเกี่ยวกับลอนดอน หรือเกี่ยวกับอังกฤษ ที่เอาไว้อ่านตอนดื่มกาแฟ น่าจะเป็นของขวัญที่ดูโอเคมากที่สุด" นายแฮนสันกล่าวสรุป

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม