อียูเดินเครื่องโครงการดาวเทียมเฝ้าระวังพายุสุริยะ

  • 4 กุมภาพันธ์ 2018
ดาวเทียมลากรานจ์ Image copyright ESA
คำบรรยายภาพ ดาวเทียมลากรานจ์จะคอยสังเกตและเฝ้าระวังพายุสุริยะจากด้านข้างของดวงอาทิตย์

องค์การอวกาศยุโรป (ESA) ลงนามความร่วมมือกับบริษัทด้านเทคโนโลยีหลายแห่งในสหราชอาณาจักร เพื่อเดินหน้าออกแบบและสร้างดาวเทียมเฝ้าระวังพายุสุริยะ "ลากรานจ์" (Lagrange) ซึ่งจะถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรในอวกาศภายในช่วงทศวรรษ 2020

ดาวเทียมดังกล่าวจะทำหน้าที่ตรวจจับความเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวดวงอาทิตย์ และแจ้งเตือนล่วงหน้าหากพบแนวโน้มการปะทุของเปลวสุริยะ ซึ่งจะทำให้เกิดกลุ่มก๊าซที่อนุภาคมีประจุไฟฟ้าจำนวนมหาศาล (พลาสมา) พุ่งมาปะทะบรรยากาศโลก สร้างความเสียหายต่อระบบพลังงานและการสื่อสารโทรคมนาคมได้เป็นอย่างมาก พายุสุริยะนี้ยังสามารถสร้างความเสียหายต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในเที่ยวบินต่าง ๆ ได้ด้วย

ตามแผนการที่กำหนดไว้ ดาวเทียมลากรานจ์จะถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรที่จุดสำคัญซึ่งเรียกว่า "จุดลากรานเจียนที่ 5" (Fifth Lagrangian Point - L5) ซึ่งเป็นจุดสมดุลแรงโน้มถ่วงที่ทำมุม 60 องศากับทั้งโลกและดวงอาทิตย์ ดาวเทียมที่อยู่ในจุดนี้จะสามารถประหยัดพลังงานได้มาก เนื่องจากเกิดสมดุลระหว่างแรงดึงดูดของโลกและดวงอาทิตย์ กับแรงหนีศูนย์กลางของดาวเทียม

Image copyright NAS/SDO
คำบรรยายภาพ การปะทุของเปลวสุริยะสร้างความเสียหายต่อระบบพลังงานและการสื่อสารโทรคมนาคมได้เป็นอย่างมาก

ตำแหน่ง L5 ยังเป็นจุดสังเกตการณ์ที่ด้านข้างของดวงอาทิตย์ ซึ่งทำให้มองเห็นพื้นผิวด้านที่กำลังจะหมุนมาเผชิญหน้ากับโลกได้ก่อนอย่างชัดเจน ซึ่งจะทำให้ดาวเทียมพยากรณ์หรือแจ้งเตือนพายุสุริยะได้อย่างรวดเร็วทันการณ์

เมื่อปีที่ผ่านมา รายงานที่จัดทำโดยรัฐบาลสหราชอาณาจักรชี้ว่า เศรษฐกิจของประเทศอาจต้องประสบกับความสูญเสียถึงวันละกว่า 1 พันล้านปอนด์ (ราว 4.4 หมื่นล้านบาท) หากระบบนำร่องด้วยดาวเทียมหรือระบบบ่งพิกัดจีพีเอสไม่สามารถใช้งานได้ ผู้พัฒนาเทคโนโลยีในภาคเอกชนต่างก็ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเห็นความสำคัญของ "การพยากรณ์สภาพในอวกาศ" (Space weather forecast) มากยิ่งขึ้น

Image copyright ESA
คำบรรยายภาพ จุดลากรานเจียนที่ 5 (L5) คือจุดสมดุลแรงโน้มถ่วงที่ดาวเทียมลากรานจ์จะโคจรอยู่ในอวกาศ ส่วนดาวเทียมเฝ้าระวังพายุสุริยะของสหรัฐฯ อาจใช้ตำแหน่ง L1

ในการลงนามความร่วมมือโครงการออกแบบและพัฒนาดาวเทียมลากรานจ์นั้น บริษัทแอร์บัสยูเคได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ออกแบบและประกอบสร้างตัวดาวเทียม ส่วนอีกหลายบริษัทของอังกฤษได้รับมอบหมายให้ดูแลการสร้างชุดอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ชุดอุปกรณ์ตรวจจับระยะไกลที่บอกสถานะความเคลื่อนไหวของพื้นผิวดวงอาทิตย์ได้ รวมทั้งชุดอุปกรณ์ตรวจวัดอนุภาคและสนามแม่เหล็กที่ดวงอาทิตย์ปลดปล่อยออกมา

นอกจากนี้ ยังจะมีการติดตั้งอุปกรณ์บังแสงสว่างจ้าที่บริเวณวงแหวนรอบนอกของดวงอาทิตย์หรือโคโรนากราฟ (Coronagraph) ชิ้นใหม่บนดาวเทียมลากรานจ์ ซึ่งจะทำให้มองเห็นความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวดวงอาทิตย์ได้ดีขึ้น และแทนที่การใช้งานโคโรนากราฟของดาวเทียมโซโห (Soho) ซึ่งมีอายุการใช้งานมานานกว่า 20 ปีแล้ว

Image copyright NASA/ESA/SOHO
คำบรรยายภาพ ภาพที่ใช้อุปกรณ์บังแสงสว่างจ้าที่บริเวณวงแหวนรอบนอกของดวงอาทิตย์หรือโคโรนากราฟ (Coronagraph)

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม