จีน-อิหร่าน ร่วมประณามแผนพัฒนานิวเคลียร์ขนาดเล็กของสหรัฐฯ

  • 5 กุมภาพันธ์ 2018
กองทัพสหรัฐฯ ประจำการหัวรบนิวเคลียร์ทั้งบนบก ในเรือดำน้ำ และในเครื่องบินโจมตีทางอากาศ Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ กองทัพสหรัฐฯ ประจำการหัวรบนิวเคลียร์ทั้งบนบก ในเรือดำน้ำ และในเครื่องบินโจมตีทางอากาศ

กระทรวงกลาโหมของจีนออกแถลงการณ์คัดค้านนโยบายยุทธศาสตร์นิวเคลียร์ฉบับใหม่ของสหรัฐฯ โดยเรียกร้องให้เลิกใช้ "แนวคิดแบบยุคสงครามเย็น" ซึ่งมองจีนและรัสเซียเป็นภัยต่อความมั่นคง

"สันติภาพและการพัฒนาคือแนวทางหลักที่ไม่อาจหวนกลับได้ของโลกทุกวันนี้ ชาติที่ครอบครองหัวรบนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่สุด จึงควรดำเนินนโยบายคล้อยตามกระแสดังกล่าว แทนที่จะต่อต้าน" กระทรวงกลาโหมจีนระบุ

รัฐบาลจีนยังยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาในรายงานทบทวนสถานะทางนิวเคลียร์ (NPR) ของสหรัฐฯ ซึ่งประเมินว่าจีนกำลังขยายแสนยานุภาพทางนิวเคลียร์และเป็นภัยในระดับที่สูงเกินจริง ทั้งยังย้ำว่านโยบายด้านความมั่นคงของจีนเป็นไปเพื่อการป้องกันตนเองเท่านั้น

"เราหวังว่าสหรัฐฯ จะเลิกใช้แนวคิดแบบยุคสงครามเย็น และหันมาดำเนินนโยบายปลดอาวุธนิวเคลียร์ที่ตนต้องรับผิดชอบอยู่ต่อไป เรายังขอให้สหรัฐฯ เข้าใจเจตนารมณ์ของแผนยุทธศาสตร์จีนอย่างถูกต้อง และพิจารณาแผนการป้องกันประเทศของจีนโดยปราศจากอคติ" กระทรวงกลาโหมจีนระบุ

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (3 ก.พ.) กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานทบทวนสถานะทางนิวเคลียร์ (NPR) ซึ่งเสนอแนะว่าควรพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ที่มีขนาดเล็กลง และมีอานุภาพทำลายล้างลดลงเหลือต่ำกว่า 20 กิโลตัน เพื่อปรับปรุงยุทธศาสตร์ด้านนิวเคลียร์ให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งมาตรการสะสมอาวุธเพื่อป้องปรามภัยนิวเคลียร์จากรัสเซียไม่ได้ผลอีกต่อไป เนื่องจากรัสเซียมองว่าอาวุธนิวเคลียร์ที่สหรัฐฯ ครอบครองอยู่มีขนาดใหญ่เกินกว่าจะนำมาใช้งานจริงได้

คำบรรยายภาพ แผนภาพแสดงจำนวนหัวรบนิวเคลียร์โดยประมาณที่แต่ละประเทศครอบครองอยู่ โดยอิสราเอลนั้นไม่เคยยอมรับหรือปฏิเสธว่าครอบครองอาวุธนิวเคลียร์หรือไม่

ด้านประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่าน แถลงตำหนินโยบายใหม่ด้านอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ เช่นกันว่า "พวกคนอเมริกันกำลังข่มขู่รัสเซียอย่างไร้ความละอายด้วยอาวุธปรมาณูชนิดใหม่ พวกคนกลุ่มเดียวกันที่เชื่อว่าการใช้อาวุธอานุภาพทำลายล้างสูงเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ กลับมาพูดถึงอาวุธชนิดใหม่ที่เอาไว้ข่มขู่หรือใช้ทำลายศัตรูคู่แข่งเสียเอง"

ส่วนนายโมฮัมหมัด จาวาด ซารีฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน เผยแพร่ข้อความทางทวิตเตอร์ซึ่งระบุว่า นโยบายด้านยุทธศาสตร์นิวเคลียร์ฉบับใหม่ของสหรัฐฯนั้น "นำมนุษยชาติให้เข้าใกล้การถูกทำลายล้างมากยิ่งขึ้น" ทั้งยังตำหนิประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ด้วยว่า แผนการดังกล่าวและการที่เขาทำลายข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านไปก่อนหน้านี้ ล้วนมาจากความไม่ระมัดระวังและไม่รู้จักควบคุมตนเองของผู้นำสหรัฐฯ

นายซิกมาร์ กาเบรียล รัฐมนตรีต่างประเทศของเยอรมนี แสดงความห่วงกังวลด้วยว่า การตัดสินใจพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ขนาดเล็กของสหรัฐฯนั้น แสดงให้เห็นว่าการแข่งขันกันสะสมอาวุธนิวเคลียร์รอบใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว ซึ่งจะทำให้โลกและภูมิภาคยุโรปตกอยู่ภายใต้ความเสี่ยงจากภัยนิวเคลียร์เหมือนกับในยุคสงครามเย็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม