จีนจี้มาเลเซียส่ง 11 อุยกูร์ที่หนีจากไทยคืน

  • 8 กุมภาพันธ์ 2018
กลุ่มผู้ขอลี้ภัยซึ่งเชื่อว่าเป็นชาวอุยกูร์จากจีน ขณะถูกนำตัวไปยังศาลในจังหวัดสงขลาเมื่อวันที่ 15 มี.ค.2557 Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ภาพกลุ่มผู้ขอลี้ภัยซึ่งเชื่อว่าเป็นชาวอุยกูร์จากจีนที่เดินทางเข้าไทยอย่างผิดกฎหมาย ขณะถูกนำตัวไปยังศาลในจังหวัดสงขลาเมื่อวันที่ 15 มี.ค.2557

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อ 8 ก.พ. โดยอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่า ทางการมาเลเซียได้ควบคุมชาวอุยกูร์ 11 คน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผู้ที่หลบหนีจากอาคารควบคุมคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองที่จังหวัดสงขลาเมื่อ พ.ย. ที่แล้ว โดยจีนเรียกร้องให้ส่งตัวกลับประเทศ

แหล่งข่าว 3 รายที่ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อระบุว่า ทางการมาเลเซียได้คุมตัวชาวอุยกูร์ทั้ง 11 คน ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และทางการจีนกำลังเจรจากับมาเลเซียเรื่องการส่งตัวพวกเขากลับจีน

"พวกเขา(ทางการมาเลเซีย) ได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากจีนให้ส่งตัวพวกเขากลับสู่จีน ไม่ใช่ประเทศไทย" แหล่งข่าวคนหนึ่งระบุ ในขณะที่อีกแหล่งข่าวบอกว่า มาเลเซียยังไม่เต็มใจที่จะส่งตัวชาวอุยกูร์กลับเนื่องจากยังแคลงใจเรื่องความโปร่งใสว่าทางการจีนจะปฏิบัติกับพวกเขาอย่างไรเมื่อกลับคืนสู่ประเทศ

ทั้งกระทรวงมหาดไทยและสำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซียไม่ได้ตอบกลับคำร้องของคำชี้แจงจากรอยเตอร์ แหล่งข่าวยังบอกอีกว่า กลุ่มเรียกร้องสิทธิ์ต่างชาติต่าง ๆ พยายามเรียกร้องไม่ให้มาเลเซียทำตามที่จีนต้องการ

ชาวอุยกูร์ทั้ง 11 คนเป็นส่วนหนึ่งของชาวอุยกูร์ 20 คน ที่หลบหนีจากอาคารควบคุมคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองที่จังหวัดสงขลาเมื่อ พ.ย. ที่แล้ว โดยใช้เศษกระเบื้องขุดเจาะผนังห้องขังและใช้ผ้าห่มช่วยในการหลบหนี โดยพวกเขาเหล่านี้เป็นเป็นส่วนหนึ่งของชาวอุยกูร์มากกว่า 200 คนที่ทางการไทยคุมตัวไว้เมื่อปี 2014

เมื่อปี 2015 ไทยได้ส่งตัวชาวอุยกูร์กว่า 100 คน กลับจีน ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติเพราะพวกเขาอาจต้องเจอกับการกระทำทรมานโดยทางการจีนได้

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
ภาพจากกล้องวงจรปิด ตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา

การส่งตัวกลับในครั้งนั้นส่งผลให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ชาวอุยกูร์นานาชาติ เกิดเหตุกลุ่มผู้ประท้วงชาวตุรกีรุมถล่มสถานกงสุลไทยในนครอิสตันบูลของตุรกีเมื่อเดือน ก.ค. และตามมาด้วยการลอบวางระเบิดที่ศาลพระพรหมเอราวัณ เมื่อ 17 สิงหาคม 2558 จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 20 คน และบาดเจ็บกว่า 130 คน ซึ่งนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงระหว่างประเทศหลายคนเชื่อว่าเป็นการตอบโต้ของกลุ่มชาวอุยกูร์ แต่ทางการไทยปฏิเสธว่าไม่ใช่

สองวันหลังจากการหลบหนีที่ไทยเมื่อเดือน พ.ย. ทางการมาเลเซียระบุว่า ได้จับกุมตัวชาวอุยกูร์หนึ่งคนที่เดินทางข้ามแดนเข้าสู่รัฐเคดาห์ทางตอนเหนือของมาเลเซียได้ และบอกว่าจะส่งตัวกลับไทย

อย่างไรก็ตาม ทางการมาเลเซียไม่ได้เปิดเผยเรื่องการจับกุมชาวอุยกูร์อีกหลังจากนั้น

สำนักข่าวเบอร์นามาของมาเลเซียรายงานว่า เมื่อเดือน ก.ย. นายอาหมัด ซาฮิด ฮามิดี รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2011 ทางการได้จับกุมตัว "กลุ่มติดอาวุธ" ชาวอุยกูร์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลามหรือไอเอส ทั้งหมด 29 คน และได้ส่งตัวพวกเขากลับจีน

เมื่อปี 2014 มาเลเซียได้ควบคุมตัวชาวอุยกูร์ 155 คน ที่อาศัยอย่างแออัดในอพาร์ทเมนท์สองแห่งในกรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นเด็ก และยังไม่แน่ชัดว่าพวกเขาถูกส่งตัวกลับจีนหรือไม่

Image copyright Khaosod
คำบรรยายภาพ กำแพงทำจากอิฐบล็อกซึ่งชาวอุยกูร์สามารถเจาะเพื่อหลบหนีออกไปได้จากห้องกัก ที่ตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา

ที่ผ่านมาทางการจีนกล่าวโทษขบวนการแบ่งแยกดินแดนชาวอุยกูร์ว่า อยู่เบื้องหลังเหตุก่อการร้ายในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์หลายครั้ง แต่กลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชนแย้งว่าเหตุไม่สงบในพื้นที่นี้เกิดจากนโยบายที่กดขี่บังคับของรัฐบาลจีน และการออกกฎหมายใหม่นี้จะยิ่งกดดันให้ชาวอุยกูร์บางส่วนหันเข้าหาแนวทางสุดโต่งในการต่อสู้มากยิ่งขึ้น

ชาวอุยกูร์เป็นมุสลิมเชื้อสายเติร์ก มีจำนวนประชากรคิดเป็นร้อยละ 45 ของผู้ที่อาศัยในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ เคยจัดตั้งรัฐเตอร์กิสถานตะวันออกขึ้นปกครองตนเองในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนจะถูกจีนเข้ายึดครองเมื่อปี 1949 ซึ่งหลังจากนั้นมีชาวจีนเชื้อสายฮั่นจำนวนมากพากันอพยพเข้าไปตั้งหลักแหล่งในเขตปกครองแห่งนี้

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อาจมีชาวอุยกูร์ถึงหลายพันคนที่ได้แอบเดินทางหนีความไม่สงบในในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ด้วยเส้นทางผ่านภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปยังตุรกี