เตือนสารในหน่อไม้ฝรั่งทำให้มะเร็งเต้านมลุกลามยิ่งขึ้น

  • 10 กุมภาพันธ์ 2018
หน่อไม้ฝรั่ง Image copyright Getty Images

นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานเพิ่มเติมซึ่งยืนยันว่าสาร "แอสพาราจีน" (Asparagine ) ซึ่งมีอยู่ในหน่อไม้ฝรั่งและอาหารอีกหลายชนิด เป็นตัวการที่ช่วยให้เซลล์มะเร็งเต้านมแพร่กระจายและเจริญเติบโตลุกลามไปทั่วร่างกายได้มากยิ่งขึ้น

ผลการค้นพบดังกล่าวซึ่งตีพิมพ์ในวารสารเนเจอร์ระบุว่า นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิจัยมะเร็งแห่งสหราชอาณาจักร ซึ่งประจำอยู่ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้ทำการทดลองกับหนูที่ป่วยด้วยมะเร็งเต้านมชนิดรุนแรง ซึ่งปกติแล้วจะต้องตายภายในเวลาเพียง 2-3 สัปดาห์ หลังเซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปทั่วร่าง

แต่ผลการวิจัยพบว่า หนูทดลองดังกล่าวกลับยังมีชีวิตอยู่รอดได้ หลังได้รับอาหารชนิดพิเศษที่มีสารแอสพาราจีนต่ำ หรือได้รับยาที่ป้องกันการดูดซึมสารแอสพาราจีนในร่างกาย โดยเซลล์มะเร็งเต้านมชะลอการแพร่กระจายตัวลงในทันที

ศาสตราจารย์เกรก แฮนนอน ผู้นำคณะวิจัยบอกว่า "ปรากฏการณ์ที่เซลล์มะเร็งเต้านมไม่สามารถแพร่กระจายตัวได้นี้ ถือว่าหาพบได้ยากมาก และช่วยยืนยันว่ามะเร็งบางชนิดจะเสพติดสารบางอย่างในอาหารที่เรากินเข้าไป เพราะมีความสำคัญในการทำให้มันแพร่กระจายตัวได้"

โดยทั่วไปแล้ว มะเร็งที่เป็นเนื้อร้ายในขั้นต้นจะไม่สามารถทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ แต่มะเร็งในระยะลุกลามนั้นจะเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยในขั้นตอนนี้เซลล์มะเร็งจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างมากเพื่อแตกตัวออกจากเนื้อร้ายก้อนหลัก รวมทั้งต้องดำรงชีวิตอยู่ให้ได้ในกระแสเลือดและเจริญขึ้นต่อไปในที่แห่งใหม่ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้หากขาดสารอย่างแอสพาราจีนเสียแล้วจะเกิดขึ้นได้ยากมาก

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
12 ข้อบ่งชี้มะเร็งเต้านม

ศาสตราจารย์แฮนนอนย้ำว่า การค้นพบนี้จะปูทางให้มีการคิดค้นอาหารเหลวหรือเครื่องดื่มพิเศษที่ปราศจากแอสพาราจีน เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านม หรืออาจนำไปสู่การพัฒนายายับยั้งไม่ให้เซลล์มะเร็งดูดซึมสารแอสพาราจีนได้ คล้ายกับยา L-asparaginase ที่ใช้กับผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองและมะเร็งเม็ดเลือดขาวอยู่แล้วในปัจจุบัน

ทั้งนี้ สารแอสพาราจีนเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งซึ่งเป็นส่วนประกอบของโปรตีน สามารถพบได้ในอาหารหลายชนิดนอกเหนือจากหน่อไม้ฝรั่ง เช่น ไข่ ผลิตภัณฑ์นม เนื้อวัว เนื้อสัตว์ปีก อาหารทะเล มันฝรั่ง ถั่ว ผลิตภัณฑ์ถั่วเหลือง และเมล็ดพืชหลายชนิด จึงเป็นการยากที่จะหลีกเลี่ยงไม่รับประทานอาหารที่มีสารแอสพาราจีนอยู่ไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งไม่มีความจำเป็นที่คนทั่วไปซึ่งมีสุขภาพแข็งแรงจะต้องหลีกเลี่ยงสารอาหารนี้ เพราะส่งผลในทางลบกับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมเท่านั้น

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ผลการค้นพบในครั้งนี้ยังคงต้องมีการทดสอบซ้ำเพื่อยืนยันอีกครั้ง และไม่แนะนำให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมงดอาหารที่มีสารแอสพาราจีนเอง โดยไม่ปรึกษาแพทย์เสียก่อน

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม