เตือนครีมทาผิวผสมพาราฟินทำคนเสียชีวิตจากเพลิงไหม้สูงกว่าที่คาด

  • 11 กุมภาพันธ์ 2018
ทาครีม Image copyright Getty Images

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงอาวุโสและผู้เชี่ยวชาญเรื่องเหตุเพลิงไหม้ของสหราชอาณาจักร ออกมาเตือนว่าการใช้ครีมทาผิวที่มีส่วนผสมของขี้ผึ้งพาราฟิน (Paraffin) เป็นประจำ โดยไม่หมั่นเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สวมใส่และผ้าปูที่นอน จะทำให้เกิดเหตุเพลิงไหม้ได้ง่าย เมื่อผ้าที่เปื้อนพาราฟินเหล่านี้สัมผัสกับประกายไฟจากบุหรี่หรือแหล่งกำเนิดความร้อนอื่น ๆ

เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว รายการข่าวสืบสวน 5 Live Investigates ของสถานีวิทยุบีบีซีเรดิโอ 5 พบว่า นับแต่ปี 2010 เป็นต้นมา มีเหตุผู้เสียชีวิตจากเพลิงไหม้ในสหราชอาณาจักรถึง 37 ราย ที่มีความเกี่ยวข้องกับการใช้ครีมทาผิวผสมพาราฟิน ทั้งยังเชื่อว่ามีผู้เสียชีวิตในลักษณะนี้อีก 8 ราย นับแต่ช่วงปลายปี 2016

นายคริส เบลล์ ผู้บังคับการหน่วยดับเพลิงและกู้ภัยเขตเวสต์ยอร์กเชียร์คาดว่า น่าจะมีผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้เพราะผ้าที่ดูดซึมครีมพาราฟินติดไฟเป็นจำนวนสูงกว่าที่ทราบกันอยู่มาก ซึ่งอาจจะมีถึงระดับหลายร้อยคน เพราะในปัจจุบันมีผู้ใช้ครีมทาผิวชนิดนี้เป็นประจำหลายแสนคน เพื่อรักษาโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง (Eczema) หรือบรรเทาอาการของโรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis)

นอกจากนี้ ที่ผ่านมายังไม่มีทีมสืบสวนเฉพาะและวิธีการตรวจสอบอย่างละเอียดพอที่จะชี้ให้ทราบได้ว่า เหตุเพลิงไหม้ลุกติดเสื้อผ้าหรือเพลิงไหม้บนที่นอนหลายกรณี มาจากการใช้ครีมผสมขี้ผึ้งชนิดนี้

เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว นายไบรอัน ไบแคต วัย 82 ปี ชาวเมืองแบรดฟอร์ดของสหราชอาณาจักรต้องเสียชีวิตลง หลังเสื้อผ้าที่ชุ่มด้วยพาราฟินจากครีมทาผิวติดไฟลุกไหม้ขึ้น เพราะโดนประกายไฟจากบุหรี่ที่เขาสูบ เหตุดังกล่าวทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยมีแผลไหม้รุนแรงระดับ 3 ที่ท่อนบนของร่างกายรวมทั้งศีรษะ และได้เสียชีวิตลงในเวลาต่อมา

ผลการสำรวจล่าสุดของบีบีซีเรดิโอ 5 ยังพบว่า ครีมทาผิวที่มีส่วนผสมของพาราฟินหลายยี่ห้อ ยังไม่ระบุคำเตือนเรื่องความเสี่ยงต่อเหตุติดไฟลุกไหม้บนฉลากสินค้าอย่างชัดเจน แม้สำนักงานกำกับควบคุมเวชภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (MHRA) ของสหราชอาณาจักร จะมีคำสั่งให้ผู้ผลิตทุกรายทำเช่นนั้นตั้งแต่ปีที่แล้ว

สำนักงาน MHRA แถลงว่า กำลังติดตามตรวจสอบกรณีดังกล่าว และกำลังทบทวนวิธีการให้ข้อมูลเรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพที่อาจติดไฟลุกไหม้ได้ง่ายอยู่ในขณะนี้

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม