ขำไม่ออก รายการตลกฉลองตรุษจีนมี ‘เนื้อหาเหยียดเชื้อชาติ’

  • 16 กุมภาพันธ์ 2018
ประเมินกันว่ารายการนี้เป็นรายการบันเทิงที่มีสถิติผู้ชมมากที่สุดในโลก Image copyright YOUTUBE/CCTV
คำบรรยายภาพ ประเมินกันว่ารายการนี้เป็นรายการบันเทิงที่มีสถิติผู้ชมมากที่สุดในโลก

รายการตลกล้อเลียนประจำปีช่วงตรุษจีนของจีนตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า เหยียดเชื้อชาติจากการใช้นักแสดงหญิงเชื้อสายเอเชียแต่งหน้าทาผิวให้ดูคล้ายคนผิวสี และใส่อุปกรณ์เสริมเพื่อเน้นบั้นท้ายให้ดูใหญ่เป็นพิเศษ

การแต่งหน้าล้อเลียนคนผิวสีเป็นการกระทำที่สร้างความไม่พอใจให้คนจำนวนมาก

แม้มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า การล้อเลียนนี้ไม่ได้มีเจตนาจะสร้างความขุ่นเคืองให้ชาวแอฟริกัน แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รายการบันเทิงของจีนก่อให้เกิดข้อถกเถียงจากการล้อเลียนชนเชื้อสายอื่น

รายการตลกที่ตกเป็นประเด็นในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายการพิเศษยาว 4 ชั่วโมง ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี เมื่อคืนวันพฤหัสบดี มีการประเมินว่ารายการนี้มีผู้ชมมากที่สุดในโลกถึง 800 ล้านคน

ช่วงรายการที่เป็นปัญหา เริ่มด้วยฉากนักเต้นชาวแอฟริกันในชุดชนเผ่า ที่ปรากฏตัวพร้อมนักแสดงในชุดม้าลาย ยีราฟ สิงโตและละมั่ง ตามมาด้วยฉากที่นักแสดงหญิงสาวผิวสี เข้ามาขอให้ชายชาวจีนช่วยถ่ายรูปด้วยและแกล้งทำตัวเป็นสามีเวลาอยู่ต่อหน้าแม่ของเธอ โดยนักแสดงที่สวมบทหญิงสาวดูเหมือนจะเป็นคนผิวสีจริง แต่นักแสดงที่เล่นเป็นแม่ กลับดูเหมือนคนเชื้อสายเอเชียที่แต่งหน้าดำ สวมชุดผู้หญิงชาวแอฟริกัน และมีอุปกรณ์เสริมบั้นท้ายปลอม

ผู้ที่แสดงเป็นแม่ เดินขึ้นเวทีมาพร้อมกับถาดผลไม้เทินศรีษะ ตามมาด้วยนักแสดงที่ดูเหมือนคนผิวสีแต่งเป็นลิงแบกตะกร้าผลไม้อยู่บนหลัง

โชว์ตลกนี้มีเนื้อหายกย่องความร่วมมือระหว่างจีนกับกลุ่มประเทศในทวีปแอฟริกา โดยชี้ให้เห็นว่าชาวแอฟริกันได้ประโยชน์จากการลงทุนของจีนและรู้สึกขอบคุณรัฐบาลจีน ซึ่งในตอนหนึ่ง นักแสดงที่เป็นแม่มีบทพูดว่าเธอรักประเทศจีนมาก

Image copyright YOUTUBE/CCTV
คำบรรยายภาพ นักแสดงชาวจีน สวมบทบาทเป็นชาวแอฟริกัน โดยมีอุปกรณ์เสริมบั้นท้ายให้ดูใหญ่ขึ้น

ทั้งนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนได้เพิ่มการลงทุนในหลายประเทศแอฟริกา ส่วนฉากในรายการล้อเลียนนี้ เป็นเรื่องราวของโครงการรถไฟเส้นทางไนโรบี-มอมบาซา

บทวิเคราะห์โดย จอห์น ซัดเวิร์ธ

บีบีซีนิวส์ กรุงปักกิ่ง

รายการพิเศษทางโทรทัศน์ของจีน ได้กลายเป็นธรรมเนียมที่มาคู่กับการฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ เช่นเดียวกับการรับประทานเกี๊ยวและการประดับโคมไฟไปแล้ว นอกจากจะดึงให้ครอบครัวได้ใช้เวลาในช่วงเทศกาลวันหยุดอยู่ร่วมกันแล้วยังสร้างความรู้สึกของการเป็นหนึ่งเดียวกันในชาติได้อย่างแท้จริง

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีผู้วิจารณ์ว่ารายการพิเศษนี้เริ่มมีสอดแทรกเนื้อหาทางการเมืองเข้ามามากขึ้น ปีนี้ก็เช่นกัน ฉากล้อเลียนชาวแอฟริกัน มีเจตนาชัดเจนว่าต้องการสื่อถึงวิสัยทัศน์ทางการเมืองซึ่งจีนได้หันไปทุ่มงบประมาณลงทุนจำนวนมหาศาลในทวีปแอฟริกา

ทั้งนี้ รัฐบาลจีนมักจะไม่พอใจและปฏิเสธมุมมองที่อ้างถึงการขยายลัทธิอาณานิคมยุคใหม่ โดยยืนยันว่าจีนไม่ได้ต้องการเอาเปรียบ แต่ต้องการเป็นหุ้นส่วนเพื่อประโยชน์ร่วมกันกับประเทศในทวีปแอฟริกา

ทว่า การทำรายการโดยให้หญิงจีนแต่งหน้าทาผิวเป็นคนแอฟริกัน เดินนำผู้ชายที่มีเชื้อสายแอฟริกันจริงแต่สวมชุดเป็นลิงอยู่บนเวที โดยอ้างว่าทำขึ้นเพื่อฉลองความสัมพันธ์ทางการค้านี้ ดูจะขาดวิจารณญาณโดยสิ้นเชิง และไม่ว่าภาพที่ออกมานี้จะเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือบางสิ่งที่ลึกซึ้งกว่า แต่ก็สะท้อนว่าจีนยังอ่อนด้อยในแง่การใช้อำนาจอ่อนอยู่

ประวัติศาสตร์การเหยียดเชื้อชาติในยุโรป

การมองว่าการแต่งหน้าล้อเลียนคนผิวสีถือเป็นการเหยียดเชื้อชาตินั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากการแสดงเปิดหมวกในสหรัฐฯ และยุโรปในช่วงศตวรรษที่ 19 และ 20 ซึ่งมีการใช้นักแสดงผิวขาวมาทาผิวให้เป็นสีเข้ม เพื่อแสดงเป็นคนผิวสี

Image copyright YOUTUBE/CCTV
คำบรรยายภาพ ฉลองความสัมพันธ์จีนกับกลุ่มประเทศแอฟริกาจริงหรือ?

สำหรับจีนนั้นยังมีประชากรจำนวนมากที่ไม่เคยติดต่อสื่อสารกับคนผิวสี และขาดความเข้าใจประวัติศาสตร์การค้าทาสและปัญหาการเหยียดเชื้อชาติ แต่ถึงอย่างนั้น ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของจีนอย่างเวยป๋อ ต่างพากันประณามรายการดังกล่าว บางคนโพสต์ข้อความว่ารายการ "มีแต่เนื้อหาเหยียดเชื้อชาติ" จนถึงขึ้นที่ "ทำให้รู้สึกว่ากำลังอาศัยอยู่ในศตวรรษที่แล้ว" และ "เราจะต้องเสียหน้าในระดับสากล"

ส่วนอีกราย ตั้งคำถามว่า "หากนักแสดงผิวขาวชาวอเมริกัน ทาผิวเป็นสีเหลือง แล้วพูดว่าฉันรักสหรัฐอเมริกา และพูดอะไรอย่างที่ทรัมป์พูดบ้าง คุณจะรู้สึกอย่างไรกัน?"

เรื่องการเหยียดเชื้อชาติในจีนเคยเป็นประเด็นถกเถียงเมื่อปี 2016 จากภาพยนตร์โฆษณาน้ำยาซักผ้าที่มีภาพชายผิวดำซึ่งมีเปื้อนสีบนใบหน้า ถูกหญิงชาวจีนจับใส่เครื่องซักผ้า แต่พอซักเสร็จกลับกลายเป็นชายชาวจีนผิวขาวโผล่ออกมาจากเครื่องซักผ้าแทน

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม