'มนุษย์หัวกระสุน' ในโอลิมปิกฤดูหนาวพยองชาง

'มนุษย์หัวกระสุน' ในโอลิมปิกฤดูหนาวพยองชาง

รูปปั้นเปลือยในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวที่เมืองพยองชางของเกาหลีเหนือ ถูกกล่าวขานถึงอย่างมาก และมีคนนำไปล้อเลียนในโลกออนไลน์ ศิลปินเจ้าของผลงานนี้เปิดเผยถึงแรงบันดาลใจของเขา

โอลิมปิกฤดูหนาวที่พยองชาง นักกีฬาหลายคนได้ฉายาน่าจดจำ เช่น มนุษย์จรวด ยุน ซอง บิน, สุดยอดนักสโนว์บอร์ด โคล คิม หรือนิ่งเป็นน้ำแข็ง มิน ยู รา นักสเก็ตน้ำแข็งที่แข่งต่อจนจบแม้เสื้อหลุด นอกจากนี้ยังมีคนหน้าคล้าย คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือเข้ามาสร้างสีสันระหว่างการจัดการแข่งขันด้วย

นอกจากชื่อคนเหล่านั้นแล้ว ชื่อของรูปปั้นเปลือยที่ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านนักกีฬา 'โมรูเก็ตโซโย' ก็มีคนพูดถึงกันอย่างมากเช่นกัน

งานศิลปะที่อยู่ด้านนอกศูนย์สื่อมวลชนกลายเป็นที่โจษจันในชั่วข้ามคืน ผู้สื่อข่าวได้ไปถามความคิดเห็นของผู้ที่เห็นรูปปั้นเหล่านี้

ผู้หญิงคนหนึ่งบอกว่า มันดูซับซ้อนมาก ส่วนอีกคนคิดว่า มันค่อนข้างประหลาด

ขณะที่ชายชาวต่างชาติ บอกว่า "เป็นอะไรที่คุณเดินผ่านไปเฉย ๆ ไม่ได้ คุณต้องหยุดมอง เพราะมันไม่ธรรมดา"

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงชื่อของรูปปั่น คนเหล่านั้นตอบว่าไม่รู้และไม่แน่ใจ

รูปปั้นนี้ถูกล้อเลียนไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ถึงขั้นมีการทำแอนิเมชั่นการ์ตูนเต้นล้อเลียนรูปปั้นนี้ หลังจากที่หนังสือพิมพ์โตเกียวสปอร์ต เขียนเกี่ยวกับ 'โมรูเก็ตโซโย'

คิม จี ฮยุน คือ ศิลปินเจ้าของผลงานที่ถูกกล่าวขานถึงนี้

เขาบอกว่า "ผมคิดว่า มันเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ ผมเชื่อว่า งานศิลปะขึ้นอยู่กับคนตีความ มันน่าสนใจมากว่า พวกเขาเรียกงานศิลปะนี้ว่าอย่างไร 'โมรูเก็ตโซโย' แปลว่า'ฉันไม่รู้' แต่มันยังหมายถึง ความคลุมเครือไม่ชัดเจนด้วย"

ชื่อเดิมของรูปปั้นนี้คือ 'มนุษย์หัวกระสุน' หรือ 'Bullet Men' รูปปั้นนี้ เคยจัดแสดงที่งานพยองชางบิเอนเนล (Pyeongchang Biennale) ในปี 2013 ปัจจุบันถูกนำกลับมาจัดแสดงอีกครั้ง

"มนุษย์หัวกระสุน หมายถึงรูปปั้นชายที่สวมหมวกผิวเรียบ กระสุน มีผิวมันเงา แต่ก็เป็นสัญลักษณ์ของความรุนแรงด้วย ผมต้องการสื่อถึง ความรุนแรงที่ถูกทำให้ดูน่าดึงดูด ด้วยการสวมมันเป็นหมวกกันน็อก แต่จริง ๆ แล้วข้างในกลวง มันคือการแข่งขันกันไม่จบไม่สิ้น เพื่อก้าวสู่การเป็นที่หนึ่ง" คิม จี ฮยุน กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้

"ผมเชื่อว่า เราไม่ควรสนใจเกี่ยวกับเปลือกนอก แต่ควรให้ความสำคัญกับมนุษย์จริง ๆ"