3 เรื่องน่ารู้ การเยือนเวียดนามครั้งประวัติศาสตร์ของเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ “ยูเอสเอส คาร์ล วินสัน”

US navy

ที่มาของภาพ, US Dept of Defense

คำบรรยายภาพ,

ยูเอสเอส คาร์ล วินสัน จะเป็นเรือรบขนาดใหญ่และทรงพลังมากที่สุดของสหรัฐฯ ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าจอดเทียบท่าเรือในเวียดนามนับแต่แต่สงครามเวียดนามสิ้นสุดลง

เรือบรรทุกเครื่องบินที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ "ยูเอสเอส คาร์ล วินสัน" (USS Carl Vinson) ของกองทัพสหรัฐฯ กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์เข้าเทียบท่าในเวียดนามเป็นครั้งแรกนับแต่สงครามเวียดนามสิ้นสุดลง การเยือนครั้งนี้ไม่เพียงจะเป็นก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ด้านการทหารระหว่างเวียดนามและสหรัฐฯ แต่ยังมีนัยสำคัญด้านนโยบายกลาโหมของสหรัฐฯ และภูมิศาสตร์การเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เรือยูเอสเอส คาร์ล วินสัน จะเข้าเทียบท่าที่เมืองดานัง ระหว่างวันที่ 5-9 มี.ค.นี้โดยแผนการเยือนเวียดนามครั้งนี้มีขึ้นหลังการพบปะกันของนายโง ซวน ลิกห์ รัฐมนตรีกลาโหมของเวียดนามกับนายจิม แมททิส รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว

แม้การเยือนเวียดนามของเรือยูเอสเอส คาร์ล วินสัน จะเป็นภารกิจระยะสั้น ๆ เพียงครั้งเดียว แต่ก็มีประเด็นที่น่าสนใจหลายประการด้วยกัน ทั้งเรื่องความสัมพันธ์สหรัฐฯ-เวียดนาม, นโยบายกลาโหมสหรัฐฯ และความสัมพันธ์ของสหรัฐฯกับทั้งภูมิภาค

1. สหรัฐฯ ส่งทหารไปปฏิบัติภารกิจครั้งใหญ่ที่สุดในเวียดนามนับแต่สงครามเวียดนามสิ้นสุดลงเมื่อปี 1975

ศ.คาร์ล เธเยอร์ จากสถาบันกลาโหมออสเตรเลีย (Australian Defence Force Academy) สังกัดมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวบีบีซีแผนกภาษาเวียดนามว่า เรือยูเอสเอส คาร์ล วินสัน มีลูกเรือกว่า 6,000 คน ทั้งยังมีเรือพิฆาตติดจรวดนำวิถีติดตาม ซึ่งมีลูกเรือราว 370 คน แม้จะไม่ใช่ว่าลูกเรือทุกคนได้รับอนุญาตให้ขึ้นฝั่ง แต่ก็เชื่อว่าทหารเรือและนักบินอเมริกันที่จะขึ้นฝั่งไปปฏิบัติภารกิจที่เมืองดานังครั้งนี้จะมีจำนวนมากที่สุดนับแต่สงครามเวียดนามสิ้นสุดลง

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ,

กองเรือจู่โจมที่ติดตามเรือยูเอสเอส คาร์ล วินสัน

2. สัญลักษณ์การกระชับความสัมพันธ์ทางทหารเวียดนาม-สหรัฐฯ

ศ. เธเยอร์ กล่าวว่า การที่เรือยูเอสเอส คาร์ล วินสัน ซึ่งมีระวางขับน้ำ 101,300 ตัน เป็นเรือรบขนาดใหญ่ที่สุดและทรงพลังมากที่สุดได้รับอนุญาตให้เข้าจอดเทียบท่าเรือในเมืองดานังนั้น เป็นการสะท้อนถึงความก้าวหน้าอีกขั้นในความสัมพันธ์ด้านการทหารของเวียดนามกับสหรัฐฯ ต่างจากการเยือนฟิลิปปินส์ก่อนหน้านี้ที่เรือยูเอสเอส คาร์ล วินสัน ต้องทอดสมออยู่ห่างจากชายฝั่งฟิลิปปินส์ 10 กิโลเมตร

ภารกิจครั้งในเมืองดานังครั้งนี้ ลูกเรือยูเอสเอส คาร์ล วินสัน จะจัดกิจกรรมด้านสังคมและกีฬาต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์กับชาวเวียดนาม ขณะเดียวกันบุคลากรของกองทัพเรือเวียดนามก็จะได้มีโอกาสได้เรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีของเรือยูเอสเอส คาร์ล วินสัน ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์

3. ยุทธศาสตร์กลาโหมของสหรัฐฯ ในเอเชียแปซิฟิก

เว็บไซต์ The Diplomat ซึ่งนำเสนอข่าวการเมือง สังคม และวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก วิเคราะห์ว่า ภารกิจของเรือยูเอสเอส คาร์ล วินสัน ครั้งนี้มีนัยสำคัญในยุทธศาสตร์ด้านกลาโหมของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ มักใช้เรือรบเป็นเครื่องมือในการเสริมสร้างอิทธิพลของตนในภูมิภาค โดยเฉพาะในแถบทะเลจีนใต้ที่จีนพยายามเข้าไปขยายอิทธิพลและมีข้อพิพาทเรื่องการอ้างกรรมสิทธิ์ทับซ้อนกับหลายประเทศ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ,

การเยือนเวียดนามของเรือยูเอสเอส คาร์ล วินสัน ครั้งนี้เป็นการสร้างความมั่นใจให้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังให้ความสำคัญและไม่ทอดทิ้งมิตรประเทศในภูมิภาคนี้

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ชี้ว่า การส่งเรือเข้าไปในน่านน้ำดังกล่าวมีขึ้นเป็นประจำ โดยเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นการรับประกันเสรีภาพในการเดินเรือและเดินอากาศในทุกหนแห่งทั่วโลก เท่าที่กฎหมายระหว่างประเทศอนุญาตให้กระทำได้

ที่ผ่านมา เวียดนามสนับสนุนการที่สหรัฐฯ ส่งเรือรบเข้ามายังทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ ตราบใดที่เป็นการกระทำเพื่อสร้างสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค โดยเฉพาะในยุคที่จีนกำลังเร่งแผ่ขยายขยายอิทธิพลทางการทหาร

นอกจากนี้ ศ. เธเยอร์ ยังมองว่าการเยือนเวียดนามของเรือยูเอสเอส คาร์ล วินสัน ครั้งนี้เป็นการสร้างความมั่นใจให้ประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังให้ความสำคัญและไม่ทอดทิ้งมิตรประเทศในภูมิภาคนี้