เพิ่มเติม: จีนเพิ่มงบกลาโหมอีก 8% เป็นกว่า 1 ล้านล้านหยวน

จีนมีกองทัพขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและมุ่งปฏิรูปให้ทันสมัยขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ จีนมีกองทัพขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและมุ่งปฏิรูปให้ทันสมัยขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงของจีน กล่าวรายงานเปิดการประชุมประจำปีของสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) ที่กรุงปักกิ่งว่า จีนจะให้ความสำคัญกับนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจและการทหารมากขึ้น โดยตั้งเป้าการเติบโตของเศรษฐกิจที่ 6.5% ในปีนี้ และเพิ่มงบประมาณด้านการทหารอีก 8% เป็น 1.11 ล้านล้านหยวน หรือราว 5.5 ล้านล้านบาท

ทั้งหมดนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ ที่รัฐบาลจีนมุ่งจะประสบความสำเร็จให้ได้มากขึ้นในปีนี้และปีถัดไป ซึ่งได้แก่การแก้ไขภาวะความเสี่ยงทางการเงินของจีน ปัญหามลภาวะ และการขจัดความยากจน

นายหลี่ยังกล่าวเน้นถึงความสำคัญของการเพิ่มงบประมาณด้านการทหารด้วยว่า กองทัพนั้นจำเป็นต้องแข็งแกร่ง "ประหนึ่งหินผา" ในขณะที่เผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งในสถานการณ์ด้านความมั่นคงของชาติ

หลายฝ่ายมองว่าการเพิ่มงบประมาณปรับปรุงกองทัพในครั้งนี้ แสดงถึงความทะเยอทะยานทางการทหารของจีนที่ต้องการมีกองทัพขนาดใหญ่และทันสมัยที่สุดในโลก รวมทั้งต้องการพัฒนาที่มั่นทางยุทธศาสตร์ในทะเลจีนใต้และชายแดนแถบเทือกเขาหิมาลัยให้มากขึ้นด้วย ซึ่งน่าจะสร้างความไม่พอใจให้กับชาติมหาอำนาจคู่แข่งเช่นสหรัฐฯ

จีนขู่ไต้หวันจะไม่ยอมทนให้เคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดน

การประชุมประจำปีของสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) ได้เริ่มขึ้นแล้วที่อาคารมหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง โดยนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง กล่าวเปิดการประชุมโดยย้ำว่า จีนจะไม่อดทนต่อแผนการและความเคลื่อนไหวเพื่อแบ่งแยกดินแดนของไต้หวันอย่างเด็ดขาด

นายกรัฐมนตรีหลี่ระบุว่า แม้จีนจะยังคงมุ่งสานสัมพันธ์ข้ามช่องแคบไต้หวัน และเดินหน้าแผนการรวมชาติด้วยสันติวิธีต่อไป แต่ก็จะยืนหยัดปกป้องอธิปไตยของชาติรวมทั้งบูรณภาพของดินแดน โดยจะไม่อดทนต่อแผนการและความเคลื่อนไหวเพื่อแบ่งแยกดินแดนไต้หวันออกไป

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ การประชุมประจำปีของสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) มีขึ้นที่อาคารมหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จีนแสดงความไม่พอใจที่สหรัฐฯเตรียมออกกฎหมายเพื่อยกระดับความสัมพันธ์ที่เป็นทางการกับไต้หวัน ซึ่งเนื้อหาของร่างกฎหมายดังกล่าวจะเปิดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลสหรัฐฯทุ กระดับสามารถเดินทางไปไต้หวัน และเข้าพบหารือกับเจ้าหน้าที่ในระดับเดียวกันของไต้หวันได้ ส่วนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไต้หวันนั้น สามารถจะเดินทางเข้าสหรัฐฯ "ด้วยช่องทางและเงื่อนไขที่สมเกียรติ"และพบหารือกับเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯได้เช่นกัน

ทางการจีนได้ตอบโต้ความริเริ่มดังกล่าว โดยขู่ไต้หวันว่าจะต้องถูก "เผาไหม้" หากยังคงแสวงหาหนทางพึ่งพิงต่างชาติอยู่ สื่อของทางการจีนยังเตือนถึงความเสี่ยงที่จะเกิดสงครามจากการกระทำของสหรัฐฯด้วย

จีนเริ่มมีท่าทีแข็งกร้าวกับไต้หวันมากขึ้น หลังนางสาวไช่ อิง เหวิน ซึ่งเป็นนักการเมืองจากพรรคที่สนับสนุนการแยกตัวเป็นเอกราช ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของไต้หวันในปี 2016 แต่อย่างไรก็ตาม ผู้นำหญิงของไต้หวันยืนยันว่าจะยังคงสถานะของไต้หวันไว้เช่นเดิมต่อไป และมุ่งมั่นที่จะทำทุกทางให้เกิดสันติภาพ

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง กล่าวเปิดการประชุมของสภาประชาชนแห่งชาติจีนประจำปี 2018

สำหรับการประชุมประจำปีของสภาประชาชนแห่งชาติจีนนั้น ถือเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองที่สำคัญ โดยผู้แทนจากมณฑลต่าง ๆ รวมทั้งเขตปกครองพิเศษและผู้แทนของกองทัพ 2,980 คน จะลงมติรับรองนโยบายสำคัญประจำปีจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งในปีนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาในธรรมนูญของพรรค ให้ประธานาธิบดีสามารถอยู่ในตำแหน่งได้อย่างไม่มีกำหนด ซึ่งจะเปิดทางให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง อยู่ในตำแหน่งผู้นำประเทศได้ตลอดชีพ

นอกจากการประชุมประจำปีของสภาประชาชนแห่งชาติจีน ซึ่งเป็นเสมือน "สภาตรายาง" ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนแล้ว ยังจะมีการประชุมสภาปรึกษาการเมืองแห่งประชาชนจีน (CPPCC) ซึ่งเปรียบเสมือนสภาสูงหรือวุฒิสภาของต่างประเทศอีกด้วย โดยจะมีผู้แทนจากหลายแวดวงสาขาอาชีพเข้าร่วมทั้งสิ้น 2,158 คน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม