หุ่นยนต์พลิกเบอร์เกอร์ถูกสั่งพักงานหลังทำไปได้แค่วันเดียว

  • 10 มีนาคม 2018
ก่อนหน้านี้ผู้ผลิตบอกว่าหุ่นยนต์ฟลิปปี้สามารถปิ้งเบอร์เกอร์ได้สูงสุดถึงวันละ 2,000 ชิ้น Image copyright MISO ROBOTICS
คำบรรยายภาพ ก่อนหน้านี้ผู้ผลิตบอกว่าหุ่นยนต์ฟลิปปี้สามารถปิ้งเบอร์เกอร์ได้สูงสุดถึงวันละ 2,000 ชิ้น

หุ่นยนต์ "ฟลิปปี้" (Flippy) ซึ่งเพิ่งเข้าเป็นพนักงานพลิกเบอร์เกอร์บนเตาปิ้งของร้านแคลิเบอร์เกอร์ในเมืองพาซาดีนาของสหรัฐฯ เมื่อไม่กี่วันก่อน ถูกสั่งพักงานเสียแล้วหลังแสดงฝีมือไปได้เพียงวันเดียว เนื่องจากทำงานช้าเกินไปจนไม่สามารถจะรองรับลูกค้าจำนวนมากได้

เว็บไซต์ยูเอสเอทูเดย์รายงานว่า คำสั่งพักงานนี้มีขึ้นชั่วคราว โดยทางร้านปิดสวิตช์หุ่นยนต์ฟลิปปี้ที่ยังคงยืนอยู่ด้านหลังเตาปิ้งเบอร์เกอร์ พร้อมติดป้ายข้อความว่า "จะกลับมาทำอาหารในเร็ว ๆ นี้" แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นเมื่อใด

มีรายงานว่าหุ่นยนต์ฟลิปปี้ต้องพบกับชะตากรรมดังกล่าว เพราะข่าวการนำนวัตกรรมใหม่มาใช้ทำอาหารของทางร้าน แพร่ไปตามสื่อต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง จนผู้คนจำนวนมากพากันมาใช้บริการอย่างล้นหลามเกินกว่าที่ทางร้านจะรับไหว

ด้านบริษัท Miso Robotics ผู้ผลิตหุ่นยนต์ฟลิปปี้แถลงว่า กำลังทดสอบรหัสควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์ เพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถรับคำสั่งที่ให้ทำงานในปริมาณมากได้อย่างรวดเร็วในอนาคต โดยก่อนหน้านี้ทางบริษัทผู้ผลิตบอกว่าหุ่นยนต์ฟลิปปี้สามารถปิ้งเบอร์เกอร์ได้สูงสุดถึงวันละ 2,000 ชิ้น

ส่วนทางร้านแคลิเบอร์เกอร์ (Cali Burger) นายจ้างของหุ่นยนต์พลิกเบอร์เกอร์ตัวนี้บอกว่า กำลังฝึกอบรมพนักงานที่เป็นมนุษย์ให้ช่วยฟลิปปี้ด้วยอีกแรงหนึ่งเพื่อให้มันทำงานได้เร็วขึ้น โดยฝึกวิธีเตรียมก้อนเบอร์เกอร์ดิบและเครื่องปรุงอื่น ๆ รวมทั้งวิธีวางเบอร์เกอร์บนเตาปิ้งที่เหมาะสมที่สุด

นายแอนโธนี โลเมลีโน หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีของทางร้านบอกว่า พนักงานที่เป็นมนุษย์จะต้องเรียนรู้ท่วงท่าและจังหวะในการขยับทำงาน เพื่อให้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของแขนหุ่นยนต์ที่มีปลายเป็นตะหลิวพลิกเบอร์เกอร์ติดอยู่

ก่อนหน้านี้ร้านแคลิเบอร์เกอร์ระบุว่า ได้ริเริ่มนำหุ่นยนต์มาใช้งานแทนที่มนุษย์ เนื่องจากพนักงานปกติของทางร้านมีอัตราการลาออกสูงหลังเข้าทำงานไปได้เพียงไม่กี่เดือน ทำให้ต้องเสียเวลาและงบประมาณในการรับสมัครและฝึกอบรมพนักงานใหม่จำนวนมาก โดยทางร้านมีแผนการจะติดตั้งหุ่นยนต์ฟลิปปี้ตามสาขาต่าง ๆ 50 แห่งทั่วประเทศ

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม