ปธน.ซีเรียลงพื้นที่กูตาตะวันออก เพิ่มขวัญทหารใกล้ตีที่มั่นกบฏแตก

  • 19 มีนาคม 2018
ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด เยี่ยมปลอบขวัญทหารกองทัพรัฐบาลซีเรียที่กำลังสู้รบในเขตกูตาตะวันออก Image copyright REUTERS
คำบรรยายภาพ ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด เยี่ยมปลอบขวัญทหารกองทัพรัฐบาลซีเรียที่กำลังสู้รบในเขตกูตาตะวันออก

ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด ของซีเรีย เดินทางเข้าเยี่ยมเยือนและให้กำลังใจเหล่าทหารของกองทัพรัฐบาลซีเรียที่แนวหน้าในเขตกูตาตะวันออกใกล้กรุงดามัสกัส รวมทั้งพบปะกับพลเรือนผู้หนีภัยการสู้รบจำนวนหนึ่งในค่ายอพยพชั่วคราว หลังจากที่การปราบปรามกลุ่มกบฏดำเนินมาถึงขั้นวิกฤต โดยฝ่ายรัฐบาลใกล้จะเข้ายึดครองพื้นที่ดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์แล้ว

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า หากรัฐบาลซีเรียสามารถขับไล่กลุ่มกบฏออกจากเขตกูตาตะวันออกได้ ก็จะถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งของประธานาธิบดีอัสซาด เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้คือฐานที่มั่นใหญ่แห่งสุดท้ายของกลุ่มกบฏที่ตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวงมากที่สุด

สำนักข่าวซานาของทางการซีเรียรายงานว่า นายอัสซาดกล่าวยกย่องและให้กำลังใจเหล่าทหารที่กำลังรุกรบอย่างหนักหน่วงเพื่อชิงเมืองว่า "พลขับรถถังทุกคนที่รุกคืบไปข้างหน้าแม้เพียง 1 เมตร ก็ถือว่าได้เปลี่ยนแปลงแผนที่ภูมิศาสตร์การเมืองของโลกแล้ว"

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ การเดินทางลงพื้นที่สู้รบแนวหน้าในครั้งนี้ แสดงถึงความมั่นใจของผู้นำซีเรียว่าต้องได้ชัยชนะเหนือกลุ่มกบฏอย่างแน่นอน

นับตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพรัฐบาลซีเรียได้ใช้กลยุทธ์ "แบ่งแยกแล้วปกครอง" เข้าจัดการกับกองกำลังฝ่ายกบฏกลุ่มต่าง ๆ ในเขตกูตาตะวันออกอย่างได้ผล โดยเริ่มจากเข้ายึดเมืองที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ในตอนกลางของเขตดังกล่าว เพื่อสกัดกั้นเครือข่ายการสื่อสาร เส้นทางเคลื่อนย้ายกำลังพล รวมทั้งการขนส่งเสบียงอาหารระหว่างกันของเมืองต่าง ๆ ทำให้เขตกูตาตะวันออกถูกแบ่งออกเป็น 3 พื้นที่ย่อยที่ถูกตัดขาดออกจากกัน

ฝ่ายรัฐบาลซีเรียได้แยกดำเนินการเจรจากับกบฏแต่ละกลุ่มในแต่ละพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ต่างต้องสู้รบอย่างโดดเดี่ยว โดยเสนอให้เลือกระหว่างการทิ้งเมืองเพื่ออพยพไปยังฐานที่มั่นของฝ่ายกบฏด้วยกันในทางตอนเหนือของประเทศ หรือยอมสวามิภักดิ์กับฝ่ายรัฐบาล ซึ่งก็จะได้สถานะเป็นกองกำลังรักษาความปลอดภัยของทางการต่อไป มีรายงานว่าข้อเสนอดังกล่าวทำให้มีกลุ่มกบฏที่ยอมวางอาวุธเพื่อเจรจาแล้วจำนวนมากในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ พลเรือนหลายหมื่นคนอพยพออกจากเมืองอาฟรินเพื่อหนีภัยการสู้รบในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

สำหรับแนวรบด้านพรมแดนตุรกี-ซีเรียนั้น เมื่อวานนี้ (18 มี.ค.) กองทัพตุรกีสามารถบุกเข้าถึงใจกลางเมืองอาฟริน และขับไล่กองกำลังชาวเคิร์ด YPG ออกจากเมืองดังกล่าวได้แล้ว ซึ่งรัฐบาลตุรกีถือว่าเป็นความสำเร็จขั้นแรกในการยกทัพข้ามพรมแดนเพื่อปราบปรามกองกำลังชาวเคิร์ดในซีเรียที่ตุรกีถือว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย

ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอันของตุรกีแถลงว่า กองกำลัง FSA ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลตุรกี ได้เข้าควบคุมใจกลางเมืองอาฟรินเอาไว้ได้แล้วในช่วงเช้าของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

"พวกผู้ก่อการร้ายต่างพากันหนีหางจุกตูด ส่วนที่ใจกลางเมืองสัญลักษณ์แห่งความเชื่อมั่นและเสถียรภาพโบกสะบัดอย่างสง่างาม แทนที่ธงผ้าขี้ริ้วของกลุ่มก่อการร้าย" ประธานาธิบดีแอร์โดอันกล่าว

Image copyright GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ กองทัพตุรกีบุกเข้าถึงใจกลางเมืองอาฟริน และเข้าทำลายรูปปั้นวีรบุรุษของชาวเคิร์ด

มีรายงานว่ากองทัพตุรกียังคงดำเนินปฏิบัติการทางทหารต่อไป โดยเก็บกู้กับระเบิดและปราบปรามกองกำลังชาวเคิร์ดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ประปราย มีการใช้รถดันดินเข้าไถทำลายรูปปั้นของช่างเหล็ก "คาวา" ที่ใจกลางเมือง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เชิดชูวีรบุรุษของชาวเคิร์ดอีกด้วย

ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา สหประชาชาติระบุว่ามีผู้อพยพหนีภัยการสู้รบออกจากเมืองอาฟรินแล้วอย่างน้อย 50,000 คน โดยพากันมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านใกล้เคียงหลายแห่งที่มีกองกำลังรัฐบาลซีเรียประจำการอยู่ อย่างไรก็ตาม โฆษกของฝ่ายกองกำลังชาวเคิร์ดบอกว่าจะต้านทานกองทัพตุรกีไม่ให้รุกคืบต่อไป และการสู้รบยังคงอยู่ในขั้นเริ่มต้นเท่านั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม