‘ระเบิดอิหร่าน, โจมตีเกาหลีเหนือ, ปูตินโกหก’: รวม 6 คำพูดเด็ดของ จอห์น บอลตัน ว่าที่ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ

  • 25 มีนาคม 2018
จอห์น บอลตัน ในปี 2006 Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ การเสนอชื่อ จอห์น บอลตัน ให้ดำรงตำแหน่งทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติในสมัยรัฐบาลของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์เกิดขึ้น

แม้ว่า โดยปกติแล้วมักจะมีการวิพากษ์วิจารณ์เกิดขึ้นเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ แต่ก็ยังไม่เท่ากับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีการประกาศให้นายจอห์น บอลตัน นักการทูตและนักกฎหมาย เข้ามารับตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ

เขาเป็นอนุรักษ์นิยมสายเหยี่ยวซึ่งเคยทำงานในสมัยของประธานาธิบดีสหรัฐฯ 3 คนในอดีต เป็นที่รู้กันดีว่า บอลตันปกป้องอำนาจของสหรัฐฯ อย่างหนักแน่น ซึ่งรวมถึงการแสดงความเห็นที่กลายเป็นที่น่าจดจำหลายเรื่องเกี่ยวกับวิธีการรับมือกับปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เช่น ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ และความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านและเกาหลีเหนือ

ความเห็นที่รุนแรงของเขามักจะถูกพูดถึงอยู่เสมอ โดยเฉพาะหลังจากที่เขาออกจากตำแหน่งทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ และเข้ามาร่วมเป็นนักวิจารณ์ในช่องฟ็อกซ์นิวส์ ซึ่งถือเป็นช่องโทรทัศน์ฝ่ายขวา

นี่คือคำพูดที่โผงผางตรงไปตรงมามากที่สุดของเขา:

"ทางแก้สองรัฐตายไปแล้ว"

บอลตันต่อต้านวิธีการกระแสหลักในการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ นั่นก็คือข้อเสนอที่ให้ตั้งรัฐปาเลสไตน์อิสระเคียงข้างกับอิสราเอล ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน

พูดง่ายกว่าทำ เพราะว่าทั้งสองฝ่ายต่างก็มีข้อพิพาทกันเรื่องพรมแดน ปาเลสไตน์ยืนกรานให้ใช้พรมแดนที่ยอมรับกันก่อนเกิดสงครามหกวัน (ปี 1967) เมื่ออิสราเอลโจมตีเพื่อนบ้านที่เป็นชาติอาหรับและผนวกดินแดนที่เป็นของอียิปต์ ซีเรีย และจอร์แดน มาเป็นของตัวเอง

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ บอลตันเคยทำงานกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ มาแล้ว 3 คนคือ โรนัลด์ เรแกน, จอร์จ บุช และ จอร์จ ดับเบิลยู บุช

ในบทความที่เขียนให้กับหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ในปี 2014 บอลตันเสนอ "ทางแก้สามรัฐ" โดยแย้งว่า แทนที่จะเป็นรัฐปาเลสไตน์ที่มีอธิปไตย ส่วนที่เป็นฉนวนกาซ่าควรจะถูกนำกลับคืนให้แก่อียิปต์ และส่วนที่เป็นเขตเวสต์แบงก์ควรกลับคืนสู่จอร์แดน

เขาเขียนว่า "เหตุผลเดียวที่อยู่ภายใต้การเรียกร้องให้ก่อตั้งรัฐปาเลสไตน์ก็คือ ศัตรูของอิสราเอลมีความจำเป็นทางการเมืองในการทำให้อิสราเอลอ่อนแอลง และโอบล้อมอิสราเอลไว้ ซึ่งจะทำให้อิสราเอลมีศักยภาพลดต่ำลงในการรักษาความมั่นคงและปกป้องพรมแดน"

"ทางเลือกทางการทูตเพียงทางเดียวที่เหลืออยู่คือ การกำจัดระบอบการปกครองในเกาหลีเหนือ"

บอลตันก้าวสู่ทำเนียบขาวในช่วงที่ประธานาธิบดีทรัมป์เพิ่งจะเห็นชอบในการหารือครั้งประวัติศาสตร์กับคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ในเดือนพฤษภาคมนี้

เขาไม่ใช่เพียงแค่เป็นผู้ต่อต้านระบอบการปกครองของเกาหลีเหนือเท่านั้น แต่ยังแนะนำให้มีการ "ชิงโจมตีเกาหลีเหนือก่อนด้วย"

เขาเชื่อว่า เกาหลีเหนือและโครงการนิวเคลียร์ที่เกาหลีเหนือดำเนินการอยู่เป็น "ภัยคุกคามที่จวนตัว" ต่อสหรัฐฯ ซึ่งเขาเพิ่งกล่าวถึงเรื่องนี้กับวอลล์สตรีทเจอร์นัล เมื่อเดือนที่แล้ว และเขาเองยังไม่สนใจแนวทางการเจรจาด้วย

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ บอลตันสนับสนุนการโจมตีระบอบการปกครองของคิม จอง อึน อย่างเปิดเผย

"ผู้อำนวยการซีไอเอกล่าวเมื่อเดือนมกราคมว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือ 'ใช้เวลาอีกเพียงไม่กี่เดือน' ก็จะสามารถยิงหัวรบนิวเคลียร์มาสหรัฐฯ ได้ อเมริกาต้องรออีกนานแค่ไหน ก่อนที่จะลงมือกำจัดภัยคุกคามนั้น?" เขากล่าว นอกจากนี้ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า การโจมตีใด ๆ จะถือเป็นความชอบธรรมอย่างสิ้นเชิง

"ภัยคุกคามนี้จวนจะเกิดขึ้นแล้ว และเราไม่ควรรอจนถึงนาทีสุดท้าย นั่นจะเป็นความเสี่ยงมาก หากโจมตีหลังจากที่เกาหลีเหนือยิงอาวุธนิวเคลียร์มาแล้ว ซึ่งจะเป็นสถานการณ์ที่อันตรายมากกว่า"

ความเห็นของบอลตันต่อประเด็นเกาหลีเหนือทำให้มีผู้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความเชื่อของเขาที่เห็นว่า การโจมตีอาจเกิดขึ้นได้หากจีนซึ่งเป็นพันธมิตรหลักของเกาหลีเหนือเห็นด้วย

"เหตุผลของผมที่จะบอกจีนก็คือ ดูนะ เราจะจัดการเรื่องนี้ให้ง่ายหรือยาก" เขากล่าว

"หยุดยั้งระเบิดของอิร่าน ด้วยการระเบิดอิหร่าน"

บอลตันแสดงความเห็นคัดค้านข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 ระหว่างอิหร่านกับชาติมหาอำนาจ 6 ชาติ คือ สหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร, รัสเซีย, ฝรั่งเศส, จีน และเยอรมนี

เขามีความเห็นไปในทางเดียวกับโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งได้แสดงการต่อต้านข้อตกลงนี้อย่างชัดเจนตั้งแต่ก่อนจะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2016

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ บอลตันเรียกข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านว่า "ความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์อย่างร้ายแรงขนานใหญ่"

อันที่จริงแล้ว มีรายงานว่า นายทรัมป์ปลดนายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศ ก็เพราะว่าความเห็นที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน

บอลตันยังไม่วิพากษ์วิจารณ์เจาะจงไปที่อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา

งานเขียนของเขาเมื่อเดือนมกราคมขณะที่มีการโน้มน้าวทำเนียบขาวระบุว่า "นายทรัมป์เห็นว่าข้อตกลงของนายโอบาม่าเป็นความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์อย่างรุนแรงขนานใหญ่นั้นถูกต้องแล้ว ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นจากความรู้ที่ไม่เพียงพอ และหลักฐานที่บกพร่อง และข้อตกลงนี้สร้างช่องโหว่ขนาดใหญ่ ตอนนี้อิหร่านกำลังผลักดันขีปนาวุธและโครงการนิวเคลียร์จากช่องโหว่นั้น"

ในเดือนมีนาคม ปี 2015 บอลตันเรียกร้องให้มีการดำเนินการทางทหาร โดยให้อิสราเอลโจมตี

"ความจริงที่ยากจะยอมรับคือ มีเพียงการดำเนินการทางทหารเท่านั้นที่จะได้มาในสิ่งที่ต้องการ เหมือนกับที่อิสราเอลโจมตีเตาปฏิกรณ์โอซิรักของซัดดัม ฮุสเซน ในอิรัก ปี 1981 หรือการทำลายล้างเตาปฏิกรณ์ของซีเรียในปี 2007 มีเวลาสั้นมาก แต่หากโจมตีก็จะยังคงทำสำเร็จ"

"ไม่มีสหประชาชาติ"

จอห์น บอลตัน ไม่ใช่ผู้สนับสนุนองค์กรระหว่างประเทศที่มีหน้าที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศและรักษาความสงบเรียบร้อยระหว่างประเทศอย่างสหประชาชาติ

กระนั้น เขาก็ได้ทำหน้าที่ทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2005 ถึงเดือนธันวาคม 2006

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ การเสนอชื่อนายจอห์น บอลตัน ให้ดำรงตำแหน่งทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ในสมัยรัฐบาลบุช ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ขึ้น

คำพูดที่หลายคนรู้จักของเขาเกิดขึ้นในปี 1994 ซึ่งกล่าวว่า ประชาคมโลก "ควรจะนำโดยมหาอำนาจที่แท้จริงที่เหลืออยู่ในโลกเท่านั้น และนั่นคือ สหรัฐฯ เมื่อประชาคมโลกเห็นชอบกับผลประโยชน์ของเรา และเมื่อนั้นเราจะสามารถทำให้คนอื่นก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน"

แต่เขาก็เคยได้รับคำชมเชยเช่นกัน จากการที่ผลักดันการปฏิรูปสหประชาชาติอย่างดุเดือด

"ถ้าชั้น 10 ของอาคารสหประชาชาติในนครนิวยอร์กหายไป ก็คงไม่ได้มีอะไรต่างไปจากเดิมนัก"

"เราไม่น่าบุกอิรักในปี 2003"

ใช่ คุณอ่านไม่ผิดหรอก แต่นี่ไม่ใช่การประณามการบุกอิรักที่นำโดยสหรัฐฯ เมื่อ 15 ปีก่อน ความเห็นของบอลตันก็คือ ซัดดัม ฮุสเซน ผู้นำเผด็จการของอิรักน่าจะถูกกำจัดไปตั้งแต่ 10 ปีก่อนหน้านั้น ในสมัยสงครามอ่าวเปอร์เซีย

"เราควรทำงานให้เสร็จในปี 1991 หลังจากที่กำจัดอิรักผู้รุกรานคูเวตออกไป และก็จะไม่มีคำถามเรื่องอาวุธทำลายล้างสูงเกิดขึ้นหลังจากปี 1991" เขาเขียนในหน้าบทความของเดลีเทเลกราฟ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ บอลตันกล่าวหาว่านายวลาดิเมียร์ ปูติน โกหก

"การกำจัดภัยคุกคามของซัดดัมที่มีต่อสันติภาพและความมั่นคงของตะวันออกกลาง การบุกปี 2003 ก็มีความชอบธรรมในตัวมันเองแล้ว"

"วลาดิเมียร์ ปูติน มองตาโดนัลด์ ทรัมป์ และโกหกเขา"

บอลตันเรียกการแทรกแซงของรัสเซียในการเลือกตั้งสหรัฐฯ ปี 2016 ว่า "การประกาศสงครามอย่างแท้จริง และรัฐบาลสหรัฐฯ จะไม่มีวันยอม"

ในเดือนกรกฎาคม ปี 2017 เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ พบกับ ประธานาธิบดีปูติน และผู้นำรัสเซียปฏิเสธข่าวการแทรกแซงการเลือกตั้งของรัสเซีย นายบอลตันได้เขียนว่า เขากำลัง "โกหกซึ่งเป็นข้อดีที่เขาได้จากการฝึกเคจีบี"

เมื่อไม่นานนี้ หลังจากที่มีการวางยาพิษนายเซอร์เก สกริปาล อดีตสายลับรัสเซียในสหราชอาณาจักร ซึ่งสหราชอาณาจักรกล่าวหาเป็นฝีมือของรัสเซีย นายบอลตันได้กล่าวว่า ชาติตะวันตกควรตอบโต้ด้วย "คำตอบที่รุนแรง"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม