พบซูเปอร์โนวาระเบิดทำลายสถิติได้รวดเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ภาพจากฝีมือศิลปินจำลองเหตุการณ์ดาวฤกษ์ระเบิดภายในเนบิวลา "ดวงตาของพระเจ้า" หรือฮีลิกซ์เนบิวลา (Helix Nebula) Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ภาพจากฝีมือศิลปินจำลองเหตุการณ์ดาวฤกษ์ระเบิดภายในเนบิวลา "ดวงตาของพระเจ้า" หรือฮีลิกซ์เนบิวลา (Helix Nebula)

นักดาราศาสตร์อเมริกันค้นพบเหตุการณ์ดาวฤกษ์ระเบิดเมื่อสิ้นอายุขัยหรือซูเปอร์โนวา (Supernova) ที่มีลักษณะพิเศษ ซึ่งการระเบิดเกิดขึ้นภายในเวลาเพียง 53 ชั่วโมง หรือ 2.2 วัน แทนที่จะกินเวลานานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนตามปกติ นับว่าเป็นปรากฏการณ์ซูเปอร์โนวาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกข้อมูลเอาไว้

ดร.อาร์มิน เรสต์ ผู้นำทีมวิจัยจากสถาบันวิทยาการกล้องโทรทรรศน์อวกาศในเมืองบัลติมอร์ของสหรัฐฯ ตีพิมพ์เผยแพร่ผลการค้นพบดังกล่าวในวารสาร Nature Astronomy โดยระบุว่าได้รวบรวมวิเคราะห์ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ และพบว่ามีสัญญาณของซูเปอร์โนวาที่เขาให้ชื่อว่า KSN 2015K ปรากฏอยู่

การระเบิดของดาวฤกษ์ครั้งนี้ใช้เวลาตั้งแต่ยังอยู่ในระยะที่มองไม่เห็น จนถึงช่วงที่มีแสงสว่างจ้าสูงสุดเพียง 2 วันกับอีก 5 ชั่วโมง ก่อนที่แสงจากการระเบิดจะริบหรี่ลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่งของจุดที่เคยสว่างสูงสุดภายในเวลา 6.8 วันต่อมา

Image copyright NASA/Getty Images
คำบรรยายภาพ ภาพจากฝีมือของศิลปินจำลองการระเบิดของ SN2006gy ซึ่งนักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าเป็นซูเปอร์โนวาที่สว่างที่สุดเท่าที่เคยบันทึกได้

โดยทั่วไปแล้วดาวฤกษ์ที่สิ้นอายุขัยจะเผาผลาญเชื้อเพลิงที่มีไปจนหมด ทำให้แกนกลางภายในยุบตัวลงและเปลือกผิวด้านนอกระเบิดออกอย่างรุนแรง จนกลายเป็นปรากฏการณ์ซูเปอร์โนวาที่เปล่งแสงสว่างจ้าในห้วงอวกาศ

อย่างไรก็ตามซูเปอร์โนวาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมักจะปรากฏเป็นจุดสลัวและไม่สู้มีแสงสว่างมากนัก โดยนักดาราศาสตร์คาดว่าเป็นเพราะดาวฤกษ์เกิดการระเบิดเพียงบางส่วน ซึ่งแตกต่างกับ KSN 2015K ที่เปล่งแสงสว่างจ้าอย่างมาก

Image copyright NASA/Getty Images
คำบรรยายภาพ ภาพถ่ายของเนบูลาปู ซึ่งถ่ายโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล แสดงให้เห็นซากส่วนที่เหลือของการระเบิดของซูเปอร์โนวาครั้งรุนแรง ที่ถูกบันทึกไว้โดยนักดาราศาสตร์ของจีนและญี่ปุ่นเมื่อเกือบหนึ่งพันปีก่อน

ดร.เรสต์ ให้คำอธิบายเบื้องต้นต่อปรากฏการณ์ซูเปอร์โนวาที่ทั้งสว่างจ้าและเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วว่า "เรื่องนี้มีความเป็นไปได้ว่าก่อนจะเกิดการระเบิดขึ้นอย่างเต็มที่ ดาวฤกษ์ได้คายก๊าซที่เป็นเหมือนลมหายใจเฮือกสุดท้ายออกมาห่อหุ้มตัวเองไว้อย่างหนาแน่น เมื่อมวลสารของดาวระเบิดออกในอีกราว 2 เดือนต่อมา ก็จะไปปะทะเข้ากับกลุ่มก๊าซนี้และทำให้เกิดคลื่นกระแทกที่รุนแรง ทำให้พลังงานจลน์จากการระเบิดถูกเปลี่ยนเป็นแสงสว่างจ้าที่เราสังเกตเห็นได้ในที่สุด"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม