รัสเซียสั่งขับนักการทูตสหรัฐฯ 60 คน ออกนอกประเทศ

  • 30 มีนาคม 2018
สถานกงสุลสหรัฐฯ ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซีย กำลังจะถูกปิด Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ สถานกงสุลสหรัฐฯ ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซีย ได้รับคำสั่งให้ปิดทำการ

รัสเซียสั่งขับนักการทูตสหรัฐฯ 60 คน ออกนอกประเทศ พร้อมประกาศว่าจะสั่งขับนักการทูตของประเทศอื่น ๆ ที่ร่วมกับสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ ต่อต้านรัฐบาลรัสเซียในกรณีอดีตสายลับรัสเซียถูกวางยาพิษ

การตอบโต้ของรัสเซียครั้งนี้ ถือเป็นการสั่งขับนักการทูตต่างชาติออกนอกประเทศจำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่ยุคสงครามเย็น โดยเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ได้รับแจ้งให้ปิดสถานกงสุลสหรัฐฯ ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กด้วย

ด้านทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ว่า การตัดสินใจของรัสเซียเป็นสัญญาณว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียกำลังถดถอยลงอีก แต่ "การตอบโต้ของรัสเซีย ไม่ใช่เรื่องที่ไม่ได้คาดหมายมาก่อน และสหรัฐฯ จะจัดการกับเรื่องนี้"

การที่รัสเซียสั่งขับนักการทูตครั้งนี้ เหมือนกับที่หลายชาติตะวันตกได้สั่งขับนักการทูตรัสเซียก่อนหน้านี้ และดูเหมือนว่ารัฐบาลรัสเซียจะไม่ต้องการให้การเผชิญหน้าบานปลายในกรณีของนายเซอร์เก สกริปาล อดีตสายลับรัสเซียและนางสาวยูเลีย สกริปาล ซึ่งเป็นลูกสาว ที่ถูกวางยาพิษในเมืองซอลส์บรี เมื่อวันที่ 4 มีนาคม

ก่อนหน้านี้ องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต มีคำสั่งขับนักการทูตรัสเซีย 7 รายที่ประจำอยู่ในสำนักงานใหญ่ที่กรุงบรัสเซลล์ของเบลเยียมกลับประเทศ หลังจากสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรรวมทั้งสมาชิกสหภาพยุโรปหรืออียู ได้สั่งขับนักการทูตรัสเซียในประเทศของตนแล้วกว่า 140 ราย

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุก่อนหน้านี้ว่าอาจโต้กลับ "การกระทำที่ไม่มีเหตุผลและน่าเสียใจ" ของรัสเซีย ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าวิกฤตนี้อาจรุนแรงขึ้นอีก

Image copyright EPA/ YULIA SKRIPAL/FACEBOOK
คำบรรยายภาพ นายสกริปาล วัย 66 ปี และนางสาวยูเลีย ลูกสาววัย 33 ปี ถูกพบหมดสติอยู่บนม้านั่งในย่านใจกลางเมืองซอลส์บรี

"เราขอสงวนสิทธิ์ที่จะตอบโต้เพิ่ม ซึ่งเรากำลังทบทวนทางเลือกที่มีอยู่" นางเฮเธอร์ นูเอิร์ท โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวพร้อมเสริมว่าการทำร้ายนายสกริปาลและลูกสาว ถือว่าละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศที่ห้ามอาวุธเคมี แต่ปฏิเสธที่จะอธิบายว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ อาจใช้มาตรการอะไรเพิ่มเติมบ้าง

รัฐบาลสหราชอาณาจักร กล่าวหารัสเซียว่าอยู่เบื้องหลังการวางยาพิษ และได้รับแรงสนับสนุนจากหลายประเทศตะวันตกที่ร่วมกันสั่งขับนักการทูตรัสเซีย โดยสหรัฐฯ อ้างว่านักการทูตรัสเซีย 60 ที่เลือกสั่งขับออกนอกประเทศครั้งนี้ เป็นเจ้าหน้าที่ข่าวกรองที่ใช้ตำแหน่งทางการทูตบังหน้า

"สหรัฐฯ ร่วมกับประเทศอื่น ตัดสินใจขับสายลับรัสเซียออกนอกประเทศ" นางนูเอิร์ท กล่าว "เราไม่ได้มองว่านี่เป็นการตอบโต้ทางการทูต"

แม้รัสเซียจะปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำร้ายนายสกริปาลและลูกสาว แต่กรณีนี้ทำให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน กำลังต้องเผชิญกับอุปสรรคทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางการแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกันของชาติตะวันตกที่ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยนัก โดยแม้แต่ประเทศที่เป็นมิตรกับรัสเซียก็ยังร่วมตอบโต้ด้วย

Image copyright REUTERS
คำบรรยายภาพ องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต มีคำสั่งขับนักการทูตรัสเซีย 7 รายที่ประจำอยู่ในสำนักงานใหญ่ที่กรุงบรัสเซลล์ของเบลเยียมกลับประเทศ

นายจอน ฮันส์ท์แมน เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ถูกเชิญไปยังกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียและแจ้งว่านักการทูตสหรัฐฯ 60 คน มีเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่จะออกจากรัสเซีย เนื่องจากก่อนหน้านี้รัฐบาลสหรัฐฯ ได้สั่งขับนักการทูตรัสเซียจำนวน 60 คนเท่ากัน และในระหว่างการเข้าพบนายเซอร์เก รยาบคอฟ รัฐมนตรีช่วยฯ ต่างประเทศรัสเซีย เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ยังได้รับแจ้งว่ารัสเซียจะปิดสถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เพื่อตอบโต้ที่รัฐบาลสหรัฐฯ สั่งปิดสถานกงสุลรัสเซียในเมืองซีแอตเติลด้วย

นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียกล่าวว่า "ส่วนประเทศอื่น ๆ เราจะตอบโต้ทุกอย่างเท่ากันในแง่ของจำนวนนักการทูตที่จะสั่งขับออกนอกประเทศ และในขณะนี้จะตอบโต้เพียงเท่านี้"

มาตรการตอบโต้นี้ จะมีผลกับหลายประเทศ รวมถึงฝรั่งเศส เยอรมนี และโปแลนด์ ซึ่งจะถูกขับนักการทูตออกจากรัสเซียประเทศละ 4 คน เท่า ๆ กัน ยูเครนมีนักการทูต 13 คนที่ต้องส่งกลับ และเดนมาร์ก อัลเบเนีย และสเปนประเทศละสองคน ส่วนสหราชอาณาจักร รัสเซียได้ตอบโต้ด้วยการสั่งขับนักการทูต 23 คนก่อนหน้านี้แล้ว

ลูกสาวอาการดีขึ้น

นายสกริปาล อายุ 66 ปี เป็นอดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซียซึ่งได้ย้ายไปอยู่ในสหราชอาณาจักรพร้อมลูกสาววัย 33 ปี ในโครงการแลกเปลี่ยนตัวสายลับเมื่อปี 2010 ทั้งสองถูกพบหมดสติอยู่บนม้านั่งที่ศูนย์การค้าในเมืองซอลส์บรี เมื่อวันที่ 4 มีนาคม

ทางโรงพยาบาลระบุว่า ขณะนี้นายสกริปาลยังคงมีอาการสาหัส แต่ลูกสาวกำลังมีอาการดีขึ้น ด้านรัฐบาลสหราชอาณาจักรระบุว่าทั้งคู่ถูกพยายามฆ่าด้วยสารโนวีชอก ที่มีฤทธิ์ทำลายระบบประสาท ซึ่งผลิตขึ้นในสมัยอดีตสหภาพโซเวียต

นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของสหราชอาณาจักร กล่าวว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังการลอบทำร้ายดังกล่าว และเรียกร้องให้ประเทศพันธมิตรประณามรัฐบาลรัสเซียในกรณีการใช้อาวุธเคมีอย่างอุกอาจบนแผ่นดินยุโรปซึ่งนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลรัสเซียอ้างว่าสหราชอาณาจักรไม่ได้แสดงหลักฐานที่หนักแน่นพอที่จะระบุได้ว่ารัสเซียมีความผิด และกล่าวหารัฐบาลสหราชอาณาจักรกับสหรัฐฯ ว่าใช้แรงกดดันให้ประเทศอื่นเข้าร่วมการรณรงค์ระดับนานาชาติเพื่อ "สร้างความเกลียดกลัวรัสเซีย" ซึ่งอาจทำให้โลกเข้าสู่ยุคสงครามเย็นครั้งใหม่

ส่วนความคืบหน้าการสืบสวน ตำรวจหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายของสหราชอาณาจักรเชื่อว่า สารทำลายระบบประสาทถูกนำไปทาทิ้งไว้ที่ประตูหน้าบ้านของนายสกริปาลและลูกสาว

สำนักงานตำรวจนครบาลกรุงลอนดอนระบุว่า "ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ พบความเข้มข้นของสารทำลายระบบประสาทมากที่สุด บนประตูหน้าบ้านตามที่อยู่ดังกล่าว" และขณะนี้ตำรวจยังคงสั่งปิดพื้นที่สนามเด็กเล่นใกล้บ้านของนายสกริปาลเพื่อป้องกันไว้ก่อน

พญ.คริสทีน บลันชาร์ด จากโรงพยาบาลเขตซอลส์บรี ซึ่งเหยื่อทั้งสองกำลังรับการรักษา ระบุว่านางสาวยูเลีย สกริปาล อาการดีขึ้นหลังจากตกอยู่ในช่วงวิฤกตมาสามสัปดาห์ "เธอตอบสนองต่อการรักษาได้ดี แต่ยังคงต้องให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง"