สถานีอวกาศเทียนกง-1 ตกในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้แล้ว

  • 2 เมษายน 2018
องค์กรอวกาศทั่วโลก 13 แห่งได้ติดตามความเคลื่อนไหวของเทียนกง-1 ด้วยเรดาร์ Image copyright FRAUNHOFER
คำบรรยายภาพ องค์กรอวกาศทั่วโลก 13 แห่งได้ติดตามความเคลื่อนไหวของเทียนกง-1 ด้วยเรดาร์

ทางการจีนและสหรัฐฯ รายงานยืนยันว่า สถานีอวกาศเทียนกง-1 ที่สูญเสียการควบคุม ได้ตกกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกแล้ว เมื่อเวลา 00.16 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช (07.16 น. ตามเวลาในประเทศไทย)

โดยชิ้นส่วนของสถานีอวกาศดังกล่าวถูกเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศเป็นส่วนใหญ่ ก่อนส่วนที่เหลือจะตกลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ค่อนไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะตาฮีตี

ดร. โจนาธาน แม็กโดเวลล์ จากศูนย์ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ฮาร์วาร์ด-สมิธโซเนียนของสหรัฐฯ ได้ระบุทางทวิตเตอร์ว่า ตำแหน่งที่ซากของสถานีอวกาศเทียนกง-1 ตกลงสู่มหาสมุทรในครั้งนี้ อยู่นอกน่านน้ำส่วนที่ได้ชื่อว่าเป็น "สุสานยานอวกาศ" ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางตอนใต้ไม่ไกลมากนัก ซึ่งตามปกติแล้วดาวเทียมและสถานีอวกาศต่าง ๆ ที่สิ้นอายุการใช้งาน จะถูกบังคับให้ตกกลับสู่โลกในบริเวณนี้

ก่อนที่เทียนกง-1 จะตกกลับสู่โลกไม่กี่ชั่วโมง ผู้เชี่ยวชาญจาก 13 องค์กรอวกาศทั่วโลกได้ติดตามความเคลื่อนไหวของเทียนกง-1 ด้วยเรดาร์ และพยายามทำนายตำแหน่งที่จะตกให้ได้แม่นยำที่สุด แต่เกิดความผิดพลาดขึ้นเมื่อหน่วยงานด้านอวกาศของจีนชี้ว่าเทียนกง-1 จะตกลงในทะเลนอกชายฝั่งเมืองเซาเปาลูของบราซิล ก่อนสถานีอวกาศดังกล่าวตกลงในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ในอีกไม่กี่นาทีต่อมา

Image copyright TWITTER/Jonathan McDowell
คำบรรยายภาพ ข้อความทางทวิตเตอร์ของ ดร.โจนาธาน แม็กโดเวลล์ ชี้ว่าตำแหน่งที่เทียนกง-1 ตกสู่มหาสมุทร คลาดจาก "สุสานยานอวกาศ"ไปไม่ไกลนัก

ยังไม่ทราบว่ามีซากชิ้นส่วนของเทียนกง-1 ตกลงสู่มหาสมุทรมากเพียงใด แต่ก่อนหน้านี้ผู้เชี่ยวชาญบางรายคาดว่าอาจมีเศษชิ้นส่วนที่หลงเหลือจากการเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศราว 20-40% หรือราว 1.5-3.5 ตัน

ด้านองค์การอวกาศยุโรป (ESA) ชี้ก่อนหน้านี้ว่า มีความเป็นไปได้สูงที่เทียนกง-1 จะตกลงสู่มหาสมุทรแทนที่จะเป็นบนพื้นดิน โดยความเสี่ยงที่ชิ้นส่วนของสถานีอวกาศจะตกลงไปโดนผู้คนนั้น ต่ำกว่าความเสี่ยงที่จะถูกฟ้าผ่าภายใน 1 ปีถึง 10 ล้านเท่า

สถานีอวกาศเทียนกง-1 ซึ่งมีความยาวกว่า 10 เมตร และหนักกว่า 8 ตัน เป็นสถานีอวกาศแห่งแรกของจีน ถูกปล่อยขึ้นสู่วงโคจรเมื่อปี 2011 แต่ได้สูญเสียการควบคุมไปเมื่อปี 2016 ทำให้ไม่สามารถสั่งการจุดระเบิดจรวดขับดัน เพื่อบังคับทิศทางให้ตกลงสู่ "สุสานยานอวกาศ"ซึ่งเป็นจุดที่ห่างไกลจากผืนแผ่นดินมากที่สุดในมหาสมุทรและแทบไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ หวัง หยาผิง นักบินอวกาศหญิงของจีนบรรยายในชั้นเรียน โดยถ่ายทอดสดจากสถานีอวกาศเทียนกง-1

ดร. แม็กโดเวลล์คาดว่า เทียนกง-1 จะเป็นวัตถุขนาดใหญ่ที่สุดลำดับที่ 50 ซึ่งตกจากวงโคจรรอบโลกโดยไม่สามารถควบคุมได้ ส่วนในอดีตเคยมีวัตถุอวกาศที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นและมีขนาดใหญ่กว่าเทียนกง-1 ตกกลับสู่โลกในลักษณะนี้มาแล้ว เช่น ห้องปฏิบัติการอวกาศสกายแล็บ (Skylab) ของสหรัฐฯ ที่หนักเกือบ 80 ตัน ซึ่งบางส่วนตกลงในพื้นที่รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียเมื่อปี 1979 แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

เมื่อปี 2003 กระสวยอวกาศโคลัมเบียของสหรัฐฯ ซึ่งหนักกว่า 100 ตัน ตกจากวงโคจรโดยควบคุมไม่ได้ โดยเศษซากที่เหลือจากการเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศกระจายตัวตกลงสู่พื้นที่รัฐเทกซัสและรัฐลุยเซียนาโดยไม่มีผู้ได้รับอันตราย

ปัจจุบันจีนมีสถานีอวกาศเทียนกง-2 ที่ยังใช้งานอยู่ และกำลังเตรียมสร้างสถานีอวกาศแห่งที่ 3 ซึ่งจะเป็นห้องปฏิบัติการอวกาศที่ใช้งานอย่างถาวร สถานีอวกาศแห่งใหม่นี้ประกอบด้วยโมดูลแกนกลางขนาดใหญ่เชื่อมต่อกับโมดูลย่อยอีกสองส่วน และคาดว่าจะปล่อยขึ้นสู่วงโคจรได้ในช่วงต้นทศวรรษหน้า โดยจีนได้พัฒนาจรวดขนส่งอวกาศลองมาร์ช 5 (Long March 5 )ซึ่งสามารถบรรทุกน้ำหนักได้มากมาใช้กับภารกิจนี้โดยเฉพาะ

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม