มกุฎราชกุมารซาอุฯ ชี้ชาวอิสราเอลมีสิทธิ์ในเขตแดนของตัวเอง

  • 3 เมษายน 2018
มกุฎราชกุมาร Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย

เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ตรัสว่าชาวอิสราเอลมีสิทธิ์ในการดำเนินชีวิตอย่างสงบสุขในแผ่นดินของตนเอง ในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสารดิ แอตแลนติก ของสหรัฐฯ

การให้สัมภาษณ์ของมกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบียครั้งนี้ เกิดขึ้นระหว่างที่มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด อยู่ระหว่างการเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา เพื่อหารือทางด้านการค้าการลงทุนและขอการสนับสนุนในการยับยั้งภัยคุกคามจากอิหร่าน

เมื่อถูกถามว่าพระองค์ทรงเชื่อหรือไม่ว่าชาวยิวมีสิทธิ์ในการเป็นรัฐชาติในดินแดนที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด ตรัสว่า "ข้าพเจ้าเชื่อว่าทั้งชาวปาเลสไตน์และชาวอิสราเอล ต่างมีสิทธิ์เหนือเขตแดนของตัวเอง แต่ต้องมีการทำข้อตกลงสันติภาพเสียก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าราษฎรทุกคนจะมีความมั่นคง และสามารถมีความสัมพันธ์ได้อย่างปกติ"

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ได้เกิดเหตุการณ์ประท้วงนองเลือดที่พรมแดนอิสราเอลและฉนวนกาซา ชาวปาเลสไตน์ 16 คน เสียชีวิตในเหตุปะทะกับทหารอิสราเอลระหว่างการประท้วงประจำปีของชาวปาเลสไตน์เพื่อทวงคืนดินแดนที่ถูกชาวยิวยึดครอง และมีผู้บาดเจ็บอีกนับพันคน

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ เหตุปะทะที่พรมแดนอิสราเอล-ฉนวนกาซา

ปัจจุบันซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นดินแดนต้นกำเนิดของศาสนาอิสลามและเป็นที่ตั้งอันศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาหลายแห่ง ไม่ให้การรับรองอิสราเอล หลังจากเข้ายึดครองดินแดนอาหรับในสงครามตะวันออกกลางเมื่อปี 1967 ซาอุดีอาระเบียจะฟื้นฟูความสัมพันธ์ก็ต่อเมื่ออิสราเอลถอนตัวออกจากดินแดนอาหรับ และปาเลสไตน์สามารถก่อตั้งเป็นเป็นรัฐชาติได้

"เรามีความกังวลทางศาสนาเกี่ยวกับอนาคตของมัสยิดอันศักดิ์สิทธิ์ในนครเยรูซาเล็มและสิทธิของชาวปาเลสไตน์ นี่คือสิ่งที่เรามี เราไม่ได้มีจุดประสงค์คัดค้านใครอื่น"

อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างอิหร่านและซาอุดีอาระเบียได้ อาจผลักดันให้ซาอุดีอาระเบียและอิสราเอลร่วมมือกันมากขึ้น เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากอิหร่านที่พยายามขยายเขตอิทธิพลของตนเองออกไปในตะวันออกกลาง

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ธงซาอุดีอาระเบียกับอิสราเอล

มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด ตรัสเพิ่มเติมว่า มีผลประโยชน์มากมายที่ซาอุดีอาระเบียและอิสราเอลมีร่วมกัน และหากสันติภาพเกิดขึ้น ทั้งอิสราเอลและกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council - GCC) ก็จะยิ่งมีการแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกันมากขึ้น

เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ซาอุดีอาระเบียได้เปิดให้เครื่องบินพาณิชย์บินผ่านน่านฟ้าไปยังอิสราเอลได้เป็นครั้งแรก ซึ่งทางการอิสราเอลเรียกเหตุการณ์ครั้งนั้นว่าเป็นครั้งประวัติศาสตร์หลังมีความพยายามขอบินผ่านน่าฟ้าซาอุดีอาระเบียมาเป็นเวลาสองปี

ก่อนหน้านี้ในเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว หนึ่งในสมาชิกคนหนึ่งของคณะรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย ถูกเปิดโปงว่ามีการติดต่ออย่างลับ ๆ กับอิสราเอล ข่าวลือเรื่องการเจรจาในทางลับดังกล่าวยังถูกปฏิเสธจากรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย

เมื่อปีที่แล้ว ซาอุดีอาระเบีย ประณามนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งแถลงรับรองนครเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ทางการของชาติอาหรับว่า รัฐบาลกรุงริยาดของซาอุดีอาระเบียดูเหมือนว่าจะเปิดกว้างกับสหรัฐฯ มากขึ้นต่อยุทธศาสตร์ในการจัดการปัญหาระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม