คุณเป็น "คนบ้างาน" เสพติดการทำงานหนักหรือเปล่า ?

  • 5 เมษายน 2018
หลายบริษัทในญี่ปุ่นกำหนด "วันกลับบ้านเร็ว" ในแต่ละเดือน เพื่อชาวยแก้ปัญหาสุขภาพจิตของพนักงาน Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ หลายบริษัทในญี่ปุ่นกำหนด "วันกลับบ้านเร็ว" ในแต่ละเดือน เพื่อช่วยแก้ปัญหาสุขภาพจิตของพนักงาน

"ฉันชื่อ เจซี และฉันเป็นคนเสพติดการทำงาน"

เจซี บอกว่าเธอต้องอาศัยความกล้าอย่างมากในครั้งแรกที่เธอยืนขึ้นและพูดประโยคนี้ต่อหน้าคนที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน

เธอทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ด้านการดูแลสุขภาพและตัดสินใจเข้าร่วม "กลุ่มผู้เสพติดงานนิรนาม" หรือ Workaholics Anonymous เพราะเธอรู้สึกว่ารับมือไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

เจซี ในวัย 40 ปี ผู้ไม่ต้องการให้เปิดเผยชื่อเต็ม เคยเอาชนะปัญหาติดสุราและความผิดปกติทางการกินมาแล้ว เธอบอกว่าเธอไม่สามารถสัมผัสความสงบที่หวังจะได้รับหลังเลิกดื่มเหล้า เพราะเธอกลายมาเสพติดการทำงานแทน

"ฉันคิดหมกมุ่นกับการทำงานอยู่ตลอดเวลา" เธอกล่าว "ฉันพบว่าฉันใช้การทำงานเพื่อทำให้ฉันไม่รู้สึกอะไร เพื่อหลีกเลี่ยงตัวตน อารมณ์ และความกลัวของฉัน"

Image copyright Getty Images

อาการ "บ้างาน" ของเธอนำมาซึ่งความเครียดที่ส่งผลต่อสุขภาพ

"ฉันมีผมหงอกก่อนวัยภายในช่วงเวลา 3 เดือนนับตั้งแต่เริ่มงานในตำแหน่งบริหาร" เธอกล่าว "ฉันมีภาวะต่อมหมวกไตอ่อนล้า (Adrenal fatigue) และมีอาการทางหัวใจ"

กลุ่มผู้ติดงานนิรนาม ก่อตัวขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1980 โดยยึดแนวทางบำบัด 12 ขั้นตอนที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยกลุ่ม กลุ่มผู้ติดสุรานิรนาม (Alcoholics Anonymous หรือ AA)

ทุกวันนี้มีผู้เสพติดงานนัดพบปะกันกว่า 100 กลุ่มทั่วโลก ทั้งในญี่ปุ่น อาร์เจนตินา สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร และยังสามารถเข้าร่วมผ่านทางโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ได้

แต่คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณ "เสพติดการทำงาน" ?

Image copyright JORD VISSER
คำบรรยายภาพ ศ.วิลมาร์ เชาเฟลี เชื่อว่าการเข้ากลุ่มผู้ติดงานนิรนามจะช่วยให้หลายคนดีขึ้นได้ เพราะมันทำให้พวกไม่รู้สึกว่าอยู่คนเดียว

วิลมาร์ เชาเฟลี ศาสตราจารย์ในสาขาจิตวิทยาในองค์กรและการทำงาน จากมหาวิทยาลัยยูเทรกต์ ของเนเธอร์แลนด์ อธิบายว่า คนที่เสพติดการทำงานคือ "คนที่ทำงานหนักอย่างหมกมุ่น ในแบบที่รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งจำเป็น … มันเป็นส่วนผสมระหว่างงานที่เยอะเกินไปกับงานที่ต้องทำ"

เขากล่าวว่า การเข้ากลุ่มผู้ติดงานนิรนามสามารถช่วยให้หลายคนดีขึ้นได้ เพราะ "คุณได้เห็นคนอื่นที่มีปัญหาเดียวกัน คุณไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว ผมคิดว่านี่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการบำบัดปัญหาด้านพฤติกรรมหรือการเสพติดทุกชนิด"

ขณะเดียวกัน การได้บำบัดกับผู้เชี่ยวชาญแบบตัวต่อตัวก็อาจเป็นทางเลือกที่ได้ผลสำหรับผู้มีปัญหาเสพติดงานบางคนเช่นกัน

แต่อะไรกันแน่ที่นำไปสู่การติดงาน?

Image copyright Claudia Herbert
คำบรรยายภาพ พญ.คลอเดีย เฮอร์เบิร์ต กล่าวว่าผู้เสพติดงานมักมีปัญหาสุขภาพจิตอื่นร่วมด้วย

พญ.คลอเดีย เฮอร์เบิร์ต นักจิตวิทยาคลีนิคที่ศูนย์พัฒนาการอ็อกซ์ฟอร์ด ให้คำปรึกษาผู้มีปัญหานี้อยู่บ่อยครั้ง เธอกล่าวว่า ผู้เสพติดการทำงานหลายคนมักมีปัญหาสุขภาพจิตอื่น ๆ ร่วมด้วย

"หลายคนอาจรู้สึกซึมเศร้า พวกเขาอาจจะคิดว่าชีวิตออกจะว่างเปล่า พวกเขาอาจมีปัญหาเรื่องความวิตกกังวล และพวกเขาอาจมีปัญหาเสพติดสิ่งอื่น ๆ ที่ต้องพยายามรับมือในเวลาเดียวกัน"

อาการเสพติดงานอาจถูกกระตุ้นจากการที่คนคนนั้นจำเป็นต้องทำงานหนัก "คนเรามักทำงานที่ในสมัยก่อนต้องใช้คน 2-3 คน"

การเสพติดงานอาจเป็นผลส่วนหนึ่งจากการที่คนคนนั้นถูกพ่อแม่กดดันมากเกินไปในวัยเด็ก "คนที่ตอนเด็กได้รับการยอมรับจากสิ่งที่พวกเขาทำสำเร็จ มากกว่าสิ่งที่พวกเขาเป็น มีแนวโน้มจะเสพติดการทำงานมากกว่า" เธอกล่าว

ในส่วนของงานประเภทที่ทำให้คนมีโอกาสเสพติดการทำงานหนัก ศ.เชาเฟลี บอกว่า ตำแหน่งงานที่อาวุโสกว่า มีแนวโน้มทำเกิดการเสพติดได้มากกว่างานในตำแหน่งที่ต่ำกว่าในองค์กร

เขาบอกว่า คนที่เป็นเจ้านายตัวเอง ก็เสี่ยงจะเสพติดการทำงานได้เช่นกัน เพราะพวกเขาอาจหมกมุ่นกับธุรกิจของตัวเอง

Image copyright AFP/Getty Images

ศ.เชาเฟลี เสริมว่า ผู้เสพติดงานนั้นมักจะไม่เห็นว่าพฤติกรรมของตัวเองเป็นปัญหา เพราะเมื่อพวกเขาทำงานปริมาณมาก พวกเขาก็มักจะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น รวมถึงการเลื่อนตำแหน่ง

พญ.เฮอร์เบิร์ต นักจิตวิทยาคลีนิค กล่าวว่าการรักษาอาการเสพติดงานจำเป็นต้องสืบหาต้นตอของสาเหตุ และปรับการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละคน

กลับมาที่รัฐฟลอริดา เจซี ผู้เข้าร่วมกลุ่มผู้เสพติดงามนิรนามครั้งแรกในปี 2012 ทุกวันนี้เธอทำงานเป็นอาสาสมัครให้กับองค์กรด้วย

"ฉันมีเวลามากขึ้นสำหรับความสนุกและความสัมพันธ์กับคนอื่น" เธอกล่าว "ฉันยังทำงานเดิมอยู่ แต่เพราะฉันได้เปลี่ยนวิธีคิดและปฏิบัติใหม่ ฉันสามารถจัดการมันได้ดีขึ้น"

"ฉันจำกัดจำนวนชั่วโมงที่ฉันจะทำงานในหนึ่งวัน"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม