การปลูกถ่ายเชื้อจุลินทรีย์ในอุจจาระช่วยชีวิตคนเราได้

Poo transplant illustration

เมื่อเอ่ยถึงคำว่าการปลูกถ่ายเชื้อจุลินทรีย์ในอุจจาระอาจทำให้หลายคนรู้สึกกระอักกระอ่วน และจริง ๆ แล้วมันก็เป็นกระบวนการรักษาโรคที่ฟังดูน่ารังเกียจและมีวิธีการทำอย่างที่คนจินตนาการกัน คือนำอุจจาระจากคนหนึ่งไปใส่ในลำไส้ของอีกคนหนึ่ง แต่นั่นคือวิธีช่วยชีวิตอย่างหนึ่ง

ในลำไส้ของคนเรานั้นอุดมไปด้วยเชื้อจุลินทรีย์หลากหลายชนิดทั้งที่ใช้และไม่ใช้ออกซิเจนในการเจริญเติบโต ขณะที่ในส่วนลึกของลำไส้นั้นเป็นบริเวณที่แทบจะไม่มีออกซิเจนอยู่เลย ซึ่ง Clostridium difficile (C.difficile) แบคทีเรียรูปแท่งที่ไม่ต้องอาศัยออกซิเจนในการเจริญเติบโต สามารถแพร่กระจายได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลังจากที่ผู้ป่วยได้รับยาปฏิชีวนะ ที่ไปทำลายเชื้อจุลินทรีย์ชนิดดีในร่างกาย จนทำให้ไม่สามารถควบคุมเชื้อตัวนี้ไม่ให้ก่อโรคได้

ผู้ได้รับเชื้อ C.difficile จะมีอาการท้องเสียอย่างหนัก อาจถึงขั้นขับถ่ายเป็นมูกเลือดเป็นประจำ ปวดเป็นตะคริวบริเวณหน้าท้อง มีไข้ และในรายที่รุนแรงที่สุดอาจเสียชีวิต วิธีรักษาด้วยการใช้ยาที่ดีที่สุดก็คือการให้ยาปฏิชีวนะแต่นั่นก็ไม่ต่างจากการกลับสู่วังวนของโรคอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

การนำอุจจาระของคนที่มีเชื้อจุลินทรีย์ที่ดีไปปลูกถ่ายให้ผู้ป่วย ก็เพื่อให้มีเชื้อจุลินทรีย์ที่ดีอยู่ในลำไส้ และโดยปกติแล้วมักจะเป็นการปลูกถ่ายกันในหมู่ญาติเพราะน่าจะมีเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ชนิดเดียวกัน

สำหรับกระบวนการในการปลูกถ่ายเชื้อจุลินทรีย์นั้น จะทำโดยนำอุจจาระไปผสมกับน้ำ ซึ่งทำได้โดยใช้มือผสม หรือนำเข้าเครื่องปั่นอย่างที่ใช้กันตามบ้าน

ดร.เจเน็ท แจนส์สัน นักนิเวศวิทยาจุลินทรีย์ แห่ง Pacific Northwest National Laboratory ในสหรัฐฯ เป็นผู้หนึ่งที่พยายามพิสูจน์ว่าการรักษาด้วยวิธีนี้มีประสิทธิผล

คนไข้ของ ดร.แจนส์สัน เป็นหญิงวัย 61 ปี ที่มีอาการท้องร่วงเป็นประจำ อยู่นาน 8 เดือน จนทำให้น้ำหนักตัวลดลงไปถึง 27 กิโลกรัม และเสี่ยงที่จะเสียชีวิต แม้จะให้ยาปฏิชีวนะ แต่ก็ไมได้ผล

ในที่สุดแพทย์ได้นำเชื้อจุลินทรีย์จากอุจจาระของสามีไปปลูกถ่ายให้ และประสบความสำเร็จ

"สองวันหลังจากนั้นเธอก็หายจากอาการท้องร่วง และถ่ายเป็นปกติ พูดง่าย ๆ ว่าหายป่วยเลย" ดร.แจนส์สัน กล่าว

ในฐานะที่เป็นนักนิเวศวิทยาจุลินทร์ ดร.แจนส์สัน บอกว่าเป็นเรื่องไม่ปกติเลย ที่เชื้อจุลินทรีย์ในลำไส้จะเปลี่ยนจากจุลินทรีย์ที่ก่อโรคไปเป็นจุลินทรีย์ที่ดีเช่นเดียวกับสามีของเธอ

ผลการทดลองรักษาด้วยวิธีนี้ชี้ว่าประสบความสำเร็จ 90% และนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้มีผู้หันมารักษาอาการป่วยด้วยวิธีนี้ด้วยตัวเองมากขึ้น รวมทั้งมีการจัดตั้งกลุ่มอย่าง OpenBiome ในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นธนาคารรวบรวมอุจจาระ

ขณะนี้เริ่มมีคำถามว่าแท้จริงแล้วการปลูกถ่ายเชื้อจุลินทรีย์จากอุจจาระนี้จะมีผลอื่นใด นอกจากการช่วยผู้ป่วยที่ติดเชื้อ C.difficile หรือไม่

โดยปกติแล้วจุลินทรีย์ในร่างกายมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคต่าง ๆ รวมทั้งโรคติดเชื้อในลำไส้ เบาหวาน พาร์กินสัน และอื่น ๆ ดังนั้นจึงอาจเป็นไปได้ว่าการปลูกถ่ายจุลินทรีย์ที่ดีจากอุจจาระนี้อาจมีผลอย่างอื่นด้วย

เคยมีรายงานเมื่อสองปีที่แล้วว่า ผู้หญิงคนหนึ่งมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 16 กิโลกรัมและถูกจัดอยู่ในกลุ่มคนเป็นโรคอ้วน หลังได้รับการปลูกถ่ายจุลินทรีย์จากลูกสาว

ในการทดลองกับหนูทดลองพบว่าการปลูกถ่ายจุลินทรีย์จากคนอ้วนหรือผอมสู่หนูนั้น สามารถทำให้หนูทดลองอ้วนหรือผอมได้ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นกับคนหรือไม่

แต่มีความเสี่ยงที่ชัดเจนอย่างหนึ่งที่จะเกิดขึ้นกับคนได้ คือการถ่ายทอดจุลินทรีย์อันตรายและก่อให้เกิดโรคเข้าสู่ร่างกายของอีกคนหนึ่ง ดังนั้นขณะนี้นักวิทยาศาสตร์จึงพยายามศึกษาหาวิธีใช้จุลินทรีย์ในอุจจาระในการรักษาโรคอย่างเจาะจงตรงเป้ามากขึ้นในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม