แผ่นดินไหวที่เกาหลีใต้เมื่อปีก่อนอาจเกิดจากฝีมือมนุษย์

เหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.4 ที่เมืองโพฮัง ทำให้อาคารบ้านเรือนกว่า 1,000 หลังและรถยนต์หลายคันได้รับความเสียหาย Image copyright AFP/GETTYIMAGES
คำบรรยายภาพ เหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.4 ที่เมืองโพฮัง ทำให้อาคารบ้านเรือนกว่า 1,000 หลังและรถยนต์หลายคันได้รับความเสียหาย

รายงานการวิจัย 2 ฉบับที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science ชี้ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่เหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.4 ที่เมืองโพฮังของเกาหลีใต้เมื่อเดือนพฤศจิกายนของปีก่อน จะไม่ใช่ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่เป็นผลจากการกระทำของมนุษย์

รายงานของ ดร. คิม ควาง ฮี นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติปูซานของเกาหลีใต้ และรายงานของทีมนักวิจัยชาวยุโรปจากสหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ และเยอรมนี ต่างระบุว่าพบความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องระหว่างโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนใต้พิภพแห่งใหม่ที่เมืองโพฮังกับเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าว

โรงไฟฟ้าแห่งนี้ใช้วิธีการขุดเจาะหลุมลึกลงถึงจุดที่มีพลังงานความร้อนใต้ดินเพียงพออย่างน้อย 2 หลุม จากนั้นใช้วิธีฉีดอัดน้ำแรงดันสูงลงในหลุมขุดเจาะด้านหนึ่ง เพื่อทำให้เกิดรอยแยกในชั้นหิน ซึ่งจะเป็นช่องทางให้น้ำไหลผ่านไปยังอีกหลุมหนึ่ง ซึ่งไอน้ำร้อนจัดที่ลอยขึ้นมาจะสามารถนำไปผลิตไฟฟ้าได้

วิธีการฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อให้ชั้นหินแตกออกนี้เรียกว่า Hydraulic fracturing หรือ Fracking ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมใช้ในการขุดเจาะน้ำมันด้วย แต่ไม่กี่ปีก่อนนักธรณีวิทยาในสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรได้ออกมาเตือนว่า การทำเช่นนี้อาจไปกระตุ้นให้รอยเลื่อนของแผ่นเปลือกโลกที่สงบนิ่งอยู่แยกห่างออกจากกัน และเกิดการเคลื่อนไหวสั่นสะเทือนได้

ดร. คิมระบุว่า ก่อนหน้าที่จะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังความร้อนใต้พิภพดังกล่าว พื้นที่แถบเมืองโพฮังรวมทั้งเกาหลีใต้แทบไม่เคยมีเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงมาก่อนเป็นเวลาหลายสิบปี ส่วนการทำ Fracking ครั้งสุดท้ายที่โรงไฟฟ้าแห่งนี้ มีขึ้นก่อนจะเกิดเหตุแผ่นดินไหวได้ราว 2 เดือน โดยโรงไฟฟ้าตั้งอยู่ห่างจากเมืองเพียงไม่ถึง 2 กิโลเมตร

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ มีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยถึง 1,500 คน จากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้

ดร.โรเบิร์ต เวสต์อเวย์ จากมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ของสหราชอาณาจักร หนึ่งในทีมนักวิจัยชาวยุโรปบอกว่า ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวที่เมืองโพฮังและอาฟเตอร์ช็อกที่ตามมา ล้วนเกิดขึ้นที่ระดับความลึก 3-7 กิโลเมตรใต้พื้นดิน ซึ่งเป็นระดับเดียวกับที่มีการฉีดน้ำลงในหลุมขุดเจาะ แต่อย่างไรก็ตาม ความลึกเท่านี้จัดว่าตื้นเกินไปเมื่อเทียบกับเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในบริเวณดังกล่าวในอดีต

เหตุแผ่นดินไหวที่เมืองโพฮัง จัดว่ามีความรุนแรงในระดับปานกลาง แต่กลับสร้างความเสียหายอย่างหนักคิดเป็นมูลค่าถึง 52 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อาคารบ้านเรือนกว่า 1,000 หลังพังเสียหาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 90 คน และประชาชนราว 1,500 คนต้องไร้ที่อยู่อาศัย

ดร.คิม ยังตั้งข้อสงสัยว่า ปริมาณน้ำที่ใช้ฉีดลงในหลุมขุดเจาะของโรงไฟฟ้าดังกล่าวราว 10,000 คิวบิกเมตรนั้น จัดว่าน้อยเกินไปที่จะทำให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาดนี้ได้ แต่ก็อาจมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ร่วมผลักดันให้เกิดแผ่นดินไหวแฝงอยู่ด้วย เช่นตำแหน่งของหลุมขุดเจาะกับรอยเลื่อนอาจตรงกันพอดี หรือมีแรงดันสะสมใต้ดินที่สูงอยู่แล้ว การฉีดน้ำแรงดันสูงจึงอาจจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวได้ ไม่ว่าจะใช้น้ำในปริมาณมากน้อยเท่าใดก็ตาม

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม