เลือกตั้งมาเลเซีย 9 พ.ค. กับ 4 เรื่องน่ารู้ของการเมืองครูล้างศิษย์

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
จับตาศึกเลือกตั้งมาเลเซีย 9 พ.ค.

วันที่ 9 พ.ค.นี้ ประชาชนชาวมาเลเซียจะเดินเข้าคูหาใช้สิทธิออกเสียงในการเลือกตั้งทั่วไปเพื่อกำหนดอนาคตของประเทศ ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่ร้อนแรงจากการขับเคี่ยวช่วงชิงชัยชนะกันอย่างดุเดือดระหว่างนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค กับนายมหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีผู้เป็นเสมือนครูที่เคยผลักดันนายนาจิบในเส้นทางสายการเมือง ทว่าในปัจจุบันได้หันไปผนึกกำลังกับอริเก่าอย่างนายอันวาร์ อิบราฮิม หวังโค่นนายนาจิบลงจากอำนาจ

Image copyright BBC/DAVIESSURYA

บีบีซีไทย รวบรวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งล่าสุดนี้ที่เต็มไปด้วยสีสัน ทั้งเรื่องกลยุทธ์ทางการเมืองที่ถูกนำมาใช้สกัดคู่แข่ง ไปถึงปรากฏการณ์ "ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร" ในแวดวงการเมืองมาเลเซียมาให้อ่านกัน

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค กับนายมหาเธร์ โมฮัมหมัด

ครูล้างศิษย์

กรณีอื้อฉาวเรื่องการทุจริตเงินกองทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติมาเลเซีย (1MDB) ไม่เพียงจะทำให้ประชาชนออกมาชุมนุมขับไล่นายนาจิบออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่เรื่องนี้ยังเป็นชนวนเหตุสำคัญในความบาดหมางระหว่างเขากับนายมหาเธร์ ที่ออกโรงวิพากษ์วิจารณ์เขาอย่างรุนแรง จนทำให้บุตรชายของนายมหาเธร์ถูกพิษการเมืองเล่นงานและถูกขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรคอัมโนของนายนาจิบ

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ กรณีอื้อฉาวเรื่องการทุจริตเงินกองทุน1MDB เป็นชนวนเหตุสำคัญในความบาดหมางระหว่างนายนาจิบกับนายมหาเธร์

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ จึงเป็นการหักเหลี่ยมเฉือนคมกันระหว่างอดีตลูกศิษย์วัย 64 ปีอย่างนายนาจิบที่ต้องนำพรรคอัมโน รวมทั้งต้องพยายามทำให้กลุ่มแนวร่วมบาริซาน นาซิอองนาล หรือ บีเอ็น ชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ให้ได้อย่างท่วมท้นเพื่อความมั่นคงทางการเมืองของเขาเอง กับนายมหาเธร์ วัย 92 ปี อดีตครูของเขา ที่ลงเลือกตั้งในนามของกลุ่มพันธมิตรฝ่ายค้าน ปากาตัน ฮาราปัน

ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวรทางการเมือง

นายมหาเธร์ ซึ่งเคยครองเก้าอี้ผู้นำมาเลเซียมานาน 22 ปี และเคยเป็นผู้นำกลุ่มบีเอ็น ก่อนที่จะเกษียณตัวเองไปในปี 2003 แต่วันนี้ 15 ปีหลังจากก้าวลงจากอำนาจเขาได้กลับลงสังเวียนการเมืองอีกครั้ง ด้วยเป้าหมายที่จะโค่นพรรคการเมืองเก่าของเขาและนายนาจิบลงจากอำนาจ

ภารกิจครั้งนี้นายมหาเธร์ได้หันไปจับมือกับนายอันวาร์ อิบราฮิม คู่แค้นเดิมที่เขาเคยจับเข้าคุกด้วยข้อกล่าวหามีสัมพันธ์ทางเพศกับผู้ชายด้วยกัน ซึ่งเป็นข้อหาที่หลายฝ่ายมองว่ามีมูลเหตุจูงใจจากเรื่องทางการเมือง การร่วมมือกันครั้งนี้ของทั้งคู่ทำให้ความบาดหมางนานสองทศวรรษระหว่างกันสิ้นสุดลง

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ นายมหาเธร์หันไปผนึกกำลังกับอริเก่าอย่างนายอันวาร์ หวังโค่นนายนาจิบลงจากอำนาจ

นางเมเรดิธ ไวสส์ อาจารย์ด้านรัฐศาสตร์จาก University at Albany ในรัฐนิวยอร์ก บอกกับซีเอ็นเอ็นว่า นายมหาเธร์เคยประกาศว่าหากเขาชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ก็จะอยู่ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีเพียง 2 ปี จากนั้นก็จะส่งมอบตำแหน่งต่อให้นายอันวาร์ ซึ่งอยู่กลุ่มพันธมิตรฝ่ายค้านเดียวกัน การพูดเช่นนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความต้องการอย่างแท้จริงในการโค่นนายนาจิบลงจากอำนาจด้วยทุกวิถีทาง

นายเจมส์ ชิน ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษาแทสเมเนีย แห่งมหาวิทยาลัยแทสเมเนียในออสเตรเลีย บอกว่า "คนมาเลเซียความจำสั้น...พวกเขาเห็นว่าการที่นักการเมืองสองคนกลับมาผูกมิตรกันอีกครั้งเป็นเรื่องดี...นี่คือส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการเมืองมาเลเซีย"

ขณะที่ ดร.อัมริตา มัลฮี ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียแปซิฟิกของมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย มองว่า การที่นายมหาเธร์หันไปจับมือกับนายอันวาร์เพื่อโค่นนายนาจิบซึ่งถูกมองว่าเป็นผู้นำที่ทุจริตนั้นจะส่งผลดีต่อทั้งคู่ "มันคือข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย และผลประโยชน์นี้ก็อยู่เหนือความบาดหมางของพวกเขา"

กลยุทธ์สกัดคู่แข่ง

เว็บไซต์ซีเอ็นเอ็นรายงานโดยอ้างอิงสื่อมาเลเซียที่ระบุว่า ผลสำรวจความเห็นล่าสุดบ่งชี้ว่า กลุ่มพันธมิตรฝ่ายค้าน ปากาตัน ฮาราปัน ของนายมหาเธร์กับนายอันวาร์ กำลังมีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลเสียหายต่อกลุ่มแนวร่วมรัฐบาลของนายนาจิบ

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่นายนาจิบจะประกาศยุบสภา เขาได้ใช้อำนาจทางการเมืองปรับเปลี่ยนเขตเลือกตั้งใหม่เพื่อให้มั่นใจว่ากลุ่มแนวร่วมบีเอ็นของเขาจะได้เปรียบในการเลือกตั้ง และเมื่อเดือนที่แล้วมาเลเซียเป็นประเทศแรกในโลกที่ออกกฎหมายต่อต้านข่าวปลอม

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ นายนาจิบถูกวิจารณ์ว่าใช้กฎหมายต่อต้านข่าวปลอมเป็นเครื่องมือควบคุมฝ่ายที่เห็นต่างและจำกัดเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นในช่วงก่อนการเลือกตั้ง

หลายฝ่ายวิจารณ์ว่ารัฐบาลออกกฎหมายฉบับนี้เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการควบคุมฝ่ายที่เห็นต่างและจำกัดเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นในช่วงก่อนหน้าการเลือกตั้ง ซึ่งก็ดูเหมือนจะเป็นไปตามนั้นเพราะเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทางการได้เปิดการสอบสวนนายมหาเธร์ในข้อกล่าวหาเผยแพร่ "ข่าวปลอม" จากกรณีที่เขากล่าวหาว่ามีความพยายามเล่นสกปรกจนทำให้เครื่องบินโดยสารเช่าเหมาลำที่จะนำเขาไปขึ้นทะเบียนผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งอย่างเป็นทางการที่เกาะลังกาวีไม่สามารถออกเดินทางได้

อย่างไรก็ตาม นายมหาเธร์ก็เดินทางไปได้ในที่สุดด้วยเครื่องบินอีกลำ โดยที่สำนักงานการบินพลเรือน และบริษัทเจ้าของเครื่องบินเช่าเหมาลำดังกล่าวระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากความขัดข้องทางเทคนิค พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาของนายมหาเธร์โดยสิ้นเชิง

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นายราฟิซี รามลี ก็เป็นแกนนำฝ่ายค้านคนที่สองที่ถูกสอบสวนด้วยข้อกล่าวหากระทำผิดกฎหมายต่อต้านข่าวปลอม หลังโพสต์ข้อความทางโซเชียลมีเดียพาดพิงคณะกรรมการการเลือกตั้งและตำรวจมาเลเซีย

รายงานล่าสุดจาก Eurasia Group ซึ่งเป็นองค์กรที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงทางการเมืองระบุว่า แม้ดูเหมือนว่าฝ่ายค้านจะได้รับกระแสสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากประชาชน แต่โอกาสที่จะชนะการเลือกตั้งครั้งนี้มีเพียง 15% เท่านั้น

นายปีเตอร์ มัมฟอร์ด ผู้อำนวยการ Eurasia Group ประจำภาคพื้นเอเชีย กล่าวว่า "นายนาจิบได้วางสิ่งกีดขวางไว้มากมาย และตอนนี้ก็เหลือเวลาเพียงน้อยนิดก่อนจะถึงการเลือกตั้ง" แต่โฆษกกลุ่มบีเอ็น ได้ปฏิเสธเรื่องดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง

คนรุ่นใหม่ไม่สนใจการเมือง

การสำรวจข้อมูลของบีบีซีพบว่า แม้การเลือกตั้งทั่วไปของมาเลเซียครั้งนี้จะมีคนวัยหนุ่มสาวอายุระหว่าง 21-39 ปี คิดเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดในบรรดาผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด แต่พวกเขากลับไม่รู้สึกกระตือรือร้น หรือเชื่อว่าตนจะมีอิทธิพลต่อการเมืองในประเทศได้อย่างแท้จริง

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ คนวัยหนุ่มสาวอายุระหว่าง 21-39 ปี คิดเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดในบรรดาผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมดของมาเลเซียครั้งนี้

ข้อมูลจากคณะกรรมการเลือกตั้งมาเลเซียที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา พบว่า สัดส่วนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งนี้ประกอบไปด้วยคนวัย 21-39 อยู่มากที่สุดคือ 41% ซึ่งมากเป็นสองเท่าของกลุ่มคนอายุ 60 ปีขึ้นไป

มยุรี เหม่ย หลิน ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ว่า หากพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่า 70% ของสมาชิกรัฐสภามาเลเซียเป็นผู้มีอายุ 50 ปีขึ้น และก่อนหน้านี้ไม่นานนักศึกษามาเลเซียยังไม่ได้รับอนุญาตให้ชุมนุมทางการเมืองได้ คุณก็จะเข้าใจว่าเหตุใดหนุ่มสาวผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจึงไม่ค่อยกระตือรือร้นเรื่องนี้ จะเห็นได้จาก 67% ของคนที่ไม่ได้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งนี้เป็นคนอายุ 21-30 ปี

ย้อน 10 ไทม์ไลน์สำคัญ การเมืองมาเลเซีย

1957 ได้เอกราชจากสหราชอาณาจักร

1965 สิงคโปร์แยกตัวออกจากมาเลเซีย

1981 มหาเธร์ โมฮัมหมัด ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี

1997 เผชิญวิกฤตต้มยำกุ้ง

1998 มหาเธร์ โมฮัมหมัด สั่งปลดอันวาร์ อิบราฮิม รองนายกฯ-จับกุมข้อหาสัมพันธ์เพศเดียวกัน

2003 อับดุลลาห์ อาหมัด บาดาวี รับตำแหน่งนายกฯ ต่อจากมหาเธร์

2009 นาจิบ อับดุล ราซัค ขึ้นเป็นนายกฯ โดยการปลุกปั้นของมหาเธร์

2015-2016 เหตุอื้อฉาวทุจริตเงินกองทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติมาเลเซีย (1MDB) ของราซัค ชนวนสร้างความบาดหมางต่อมหาเธร์

2016 มหาเธร์ถอนตัวจากแนวร่วมรัฐบาล ก่อนเป็นผู้นำแนวร่วมฝ่ายค้านปากาตัน ฮาราปัน

2018 มหาเธร์นำแนวร่วมฝ่ายค้านคว้าชัยการเลือกตั้งได้จัดตั้งรัฐบาล