ระเบิดสุราบายา: ปธน. สั่งทำลายเครือข่าย "คนขลาด" หลังเหตุร้ายระลอกใหม่ในรอบ 13 ปี

  • 13 พฤษภาคม 2018
ระเบิดสุราบายา Image copyright AFP/Getty Images

อินโดนีเซียเปิดปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มหัวรุนแรง หลังเกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายหลายระลอกในสุราบายา เมืองใหญ่อันดับ 2 ของอินโดนีเซีย ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 25 คน ซึ่งรวมถึงมือระเบิดฆ่าตัวตาย 13 คนและผู้ต้องสงสัยที่ถูกตำรวจยิงเสียชีวิต

การโจมตีต่อเนื่องนี้นับว่าเป็นครั้งร้ายแรงที่สุดของอินโดนีเซียในรอบกว่า 10 ปี

โฆษกตำรวจชวาตะวันออก ฟรานส์ บารัง กล่าวว่าวันนี้ ตำรวจได้ล้อมจับผู้ต้องสงสัย 7 คน ซึ่ง 2 ใน 7 นั้นถูกยิงเสียชีวิตระหว่างการยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่

"พวกเขาวางแผนที่จะก่อเหตุในหลายพื้นที่ แต่แผนล้มเหลวเสียก่อน" นายบารัง กล่าวระหว่างแถลงข่าว แต่ไม่ได้บอกว่าพื้นที่เหล่านั้นเป็นที่ใดบ้าง

ตั้งแต่วันอาทิตย์ (13 พ.ค.) มีเหตุระเบิดเกิดขึ้นในสุราบายา เมืองหลวงของจังหวัดชวาตะวันออก แล้วถึง 5 ครั้ง สามครั้งแรกเกิดขึ้นช่วงเช้าวันอาทิตย์ในโบสถ์สามแห่งในเมือง ครั้งที่สี่เกิดขึ้นที่อพาร์ทเมนท์อีกด้านหนึ่งของเมืองในวันเดียวกัน ก่อนจะเกิดการโจมตีที่สำนักงานตำรวจของสุราบายาในวันนี้ซึ่งเป็นครั้งที่ 5

ลำดับเวลาโดยประมาณ (ตามเวลาท้องถิ่น)

6 สมาชิกในครอบครัวเดียวกันเริ่มก่อเหตุโจมตีเมื่อวันอาทิตย์

1. 7:30 น. ลูกชายวัยรุ่นขับขี่มอเตอร์ไซค์เข้าไปยังโบสถ์ซานตา มาเรีย คาทอลิก และจุดชนวนระเบิด

2. 7:35 น. ผู้เป็นพ่อขับรถขับรถที่บรรทุกระเบิดวิ่งเข้าโจมตีโบสถ์เพนเทคอสต์ สุราบายา เซ็นเตอร์

3. ไม่กี่นาทีต่อมา ผู้เป็นแม่ พร้อมด้วยลูกสาว 2 คน ก่อเหตุระเบิดที่โบสถ์คริสเตียน อินโดนีเซีย ดีโปเนโกโร

4. 21:00 น. เกิดเหตุระเบิดที่อพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่ง ตำรวจระบุว่า เกิดจากความไม่ชำนาญของผู้ประกอบระเบิด ซึ่งเป็นเพื่อนของหัวหน้าครอบครัวแรก

ครอบครัวที่สองก่อเหตุโจมตีในวันจันทร์

5. 8:50 น. ครอบครัวที่มีสมาชิก 5 คนขับขี่มอเตอร์ไซค์ไปยังจุดตรวจของเจ้าหน้าที่ในสำนักงานตำรวจ ก่อนจะจุดชนวนระเบิด

Image copyright Surabaya Goverment Handout/Getty Images
คำบรรยายภาพ เจ้าหน้าที่ช่วยกันดับเพลิงหลังเกิดเหตุระเบิดที่โบสถ์แห่งหนึ่งในสุราบายา เมื่อวันอาทิตย์

ใครเป็นผู้ก่อเหตุ?

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ติโต คาร์นาเวียน ซึ่งเดินทางมาที่สุราบายา ระบุว่าระเบิด 5 ครั้งเกิดขึ้นจากฝีมือของสามครอบครัว ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มจามาอะห์ อันชารุท เดาเลาะห์ (Jemaah Ansharut Daulah - JAD) กลุ่มติดอาวุธที่ได้รับอิทธิพลจากกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม หรือ ไอเอส

ระเบิดสามครั้งที่โบสถ์เป็นฝีมือของครอบครัวที่มีด้วยกัน 6 คน ซึ่งหัวหน้าครอบครัว ดิตา ฟูทริอันโต เป็นหัวหน้ากลุ่มย่อยของ JAD ในพื้นที่ ตำรวจกล่าวว่าดิตา ขับรถที่เต็มไปด้วยระเบิดโจมตีโบสถ์แห่งหนึ่ง หลังไปส่งภรรยาและลูกสาวสองคนที่มีวัยเพียง 9 และ 12 ขวบไปปฏิบัติการที่โบสถ์อีกแห่งหนึ่ง ขณะที่ลูกชายวัยรุ่น 2 คนก็ขับรถจักรยานยนต์ไปโจมตีอีกที่ สมาชิกครอบครัวนี้ทั้งหมดเสียชีวิตจากแรงระเบิด

Image copyright HANDOUT
คำบรรยายภาพ ตำรวจอินโดเผยแพร่ภาพครอบครัวนี้ ซึ่งระบุว่าเป็นผู้ก่อเหตุระเบิดเมื่อวันอาทิตย์

ส่วนการโจมตีสำนักงานตำรวจสุราบายาวันนี้ เกิดขึ้นโดยครอบครัวหนึ่งที่มีสมาชิก 5 คน ที่หัวหน้าครอบครัวมีชื่อต้นโดยย่อ ว่า ทีเอ็ม โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ แรงระเบิดทำให้ผู้ก่อการ 4 คนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เหลือเพียงเด็ก 1 คนที่ถูกพาไปก่อเหตุด้วย รอดชีวิตเพราะถูกเหวี่ยงกระเด็นออกมาเสียก่อน

ในขณะที่เหตุระเบิดที่อพาร์ทเมนท์นั้นเกิดขึ้นในขณะประกอบระเบิดเตรียมการโจมตี และมีผู้เสียชีวิต 3 คน ซึ่งก็เป็นคนในครอบครัวเดียวกันเช่นกัน ติโตกล่าวว่า "เมื่อเราไปถึงก็พบว่าระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ เนื่องจากคนทีประกอบระเบิดที่อยู่ในอพาร์ทเมนท์แห่งนั้นไม่มีความชำนาญ" และเขายังได้บอกอีกว่า คนที่ประกอบระเบิดชื่อ แอนทัน เป็นเพื่อนของดิตา หัวหน้าครอบครัวที่ก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่โบสถ์

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในสุราบายาอย่างเข้มงวด หลังการโจมตีหลายระลอก

ผู้บัญชาตำรวจ ติโต กล่าวว่า ชนิดของระเบิดที่ใช้โจมตีสุราบายานั้นเป็น ไปป์บอมบ์ หรือ ระเบิดท่อ ที่ใช้ส่วนผสมดินปืนแบบที่ไอซิสนั้นนิยมใช้ในอิรักและซีเรีย ซึ่งมีแรงทำลายล้างสูงมาก ทำให้มีสมญาว่า "มารดาแห่งซาตาน" อย่างไรก็ตามส่วนผสมนี้มีความเสถียรต่ำ สามารถที่จะระเบิดขึ้นเองโดยไม่ต้องมีการจุดระเบิด

ผู้บัญชาตำรวจกล่าวอีกว่า เหตุโจมตีสุราบายาหลายระลอกนี้มีสาเหตุมาจาก กลุ่ม JAD ต้องการแก้แค้น เพราะหัวหน้ากลุ่ม อามาน อับเดอร์รามาน ถูกจับเมื่อปีที่แล้ว หลังจากนั้น ซาเอนาล อันสารี ซึ่งเป็นหัวหน้า JAD ในชวาตะวันออกก็ถูกจับตามมา "ซึ่งทำให้ JAD ในชวาตะวันออกโกรธแค้น และหาทางเอาคืน" ติโตกล่าว

Image copyright IVAN DAMANIK/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ ประชาชนในเมืองเมดานออกมาจุดเทียนรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในเหตุโจมตีที่สุราบายา

ด้านประธานาธิบดี โจโก วิโดโด ได้ไปดูสถานที่เกิดเหตุ และกล่าวว่าเป็นการโจมตีที่ "ป่าเถื่อน" ของ "คนขลาด" และเขาได้สั่งให้ตำรวจ "สืบสวนและทำลายเครือข่ายของผู้ก่อการให้ได้"

การแผ่อิทธิพลเข้ามาของไอเอส

การโจมตีระลอกนี้นับว่าเป็นครั้งร้ายแรงที่สุดของอินโดนีเซียในรอบมากกว่า 10 ปี ประเทศมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้ก็ตกเป็นเป้าก่อเหตุของมุสลิมหัวรุนแรงอยู่เนือง ๆ เมื่อปี 2002 กองกำลังที่เกี่ยวพันกับกลุ่มอัลกออิดะห์ก่อเหตุวางระเบิดที่เมืองบาหลี ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 200 คน และในปี 2005 ก็เกิดเหตุระเบิดพลีชีพที่บาหลีอีกครั้ง คร่าชีวิตผู้คนไป 20 คน และในปีเดียวกันก็มีเหตุที่สุลาเวสีทำให้มีผู้เสียขีวิต 22 คน

หลังจากนั้นทางการอินโดนีเซียก็เริ่มปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายอย่างเข้มงวดทำให้เหตุต่าง ๆ หายไปเป็นชั่วระยะหนึ่ง แต่ก็เริ่มกลับมาอีกเมื่อไอเอสเริ่มแผ่ขยายอิทธิพลของตนเข้ามาในอินโดนีเซีย การโจมตีครั้งแรกของไอเอสต่ออินโดนีเซียนั้นเริ่มขึ้นเมื่อสองปีก่อน โดยผู้ภักดีต่อไอเอสก่อเหตุระเบิดและกราดยิงในกรุงจาการ์ตา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และไอเอสก็ได้ออกมาอ้างว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีอีกหลายครั้ง และหลังเกิดเหตุสามครั้งที่โบสถ์เมื่อวันอาทิตย์ ไอเอสก็ออกมากล่าวว่าเป็นฝีมือของกลุ่มตนเช่นเดียวกัน

Image copyright AFP/Getty Images