นับถอยหลังเลือกตั้งกัมพูชา: ตั้งข้อหาหมิ่นกษัตริย์คดีแรกของประเทศ ปลด บ.ก. พนมเปญโพสต์

สถาบันกษัตริย์กัมพูชามักถูกมองว่ามีบทบาทเป็นเพียงสัญลักษณ์ของชาติ Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ สถาบันกษัตริย์กัมพูชาถูกมองว่ามีบทบาทเป็นเพียงสัญลักษณ์ของชาติ

ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งทั่วไปในกัมพูชา กลุ่มผู้เห็นต่างกับรัฐบาลฮุนเซน ยิ่งถูกจัดการ ด้วยอำนาจทุนและกฎหมาย ล่าสุดครูใหญ่โรงเรียนประถมในกัมพูชาถูกจับกุมและตั้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเมื่อวันอาทิตย์ (13 พ.ค.) นับเป็นคนแรก นับตั้งแต่กัมพูชาผ่านกฎหมายฉบับใหม่นี้เมื่อ ก.พ. ที่ผ่านมา

ไม่ถึงสัปดาห์ก่อนหน้านี้ บรรณาธิการใหญ่ของหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ พนมเปญโพสต์ ถูกปลดจากตำแหน่งหลังรายงานข่าวตั้งข้อสังเกตความใกล้ชิดของ นายศิวะกุมาร จี ประธานบริษัทเอเชียพีอาร์ ในมาเลเซีย เจ้าของพนมเปญโพสต์คนใหม่ กับ สมเด็จฮุนเซน ผู้นำกัมพูชา ที่เคยเป็นลูกค้าบริษัททำงานด้านประชาสัมพันธ์ของนายศิวะกุมาร

เอเอฟพีรายงานว่า นายเขียง นาวี ครูใหญ่วัย 50 ปี ถูกควบคุมตัวที่ จ. กำปงธม ของกัมพูชา เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากข้อความทางเฟซบุ๊กของเขาเข้าข่าย "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี

ก่อนหน้านี้กลุ่มรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชนนานาชาติต่างออกมาคัดค้านและเตือนว่ากฎหมายดังกล่าวมีแนวโน้มจะกลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่รัฐบาลกัมพูชาจะใช้จัดการกับผู้ที่ไม่เห็นด้วย

ขณะที่กัมพูชากำลังเดินหน้าสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า นักข่าวในกัมพูชาระบุว่า การจับกุมประชาชนและผู้เห็นต่างทางการเมืองมีจำนวนเพิ่มขึ้น ขณะที่องค์กรเพื่อเสรีภาพสื่อ ระบุว่า เสรีภาพสื่อในกัมพูชา อยู่ในสภาวะ "น่ากังวลอย่างยิ่ง"

Image copyright TANG CHHIN SOTHY
คำบรรยายภาพ พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี (ซ้าย) และสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา

ถูกจับกุมเพราะเฟซบุ๊ก

"เราจับกุมเขาเพราะการเขียนคอมเมนต์ที่ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์" เย็ง สะเรธ รองผู้กำกับการตำรวจประจำจังหวัดกล่าว โดยปฏิเสธที่จะขยายความเกี่ยวกับเนื้อหาของโพสต์นั้น และเสริมว่า นี่เป็นคดีแรกสำหรับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

ประเทศกัมพูชามีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งได้แก่ พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี ขณะที่สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรี นั้นครองอำนาจฝ่ายบริหารมากว่า 33 ปี ท่ามกลางข้อครหาว่ารัฐบาลของเขาบังคับใช้กฎหมายมากมาย เพื่อปิดปากฝ่ายตรงข้าม

นายพาย สีพัน โฆษกรัฐบาลกัมพูชา เคยโพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กว่า กฎหมายใหม่นี้บัญญัติในประมวลกฎหมายอาญา เพื่อ "ดำรงและปกป้องพระเกียรติและพระนามของพระมหากษัตริย์" โดยผู้ละเมิดกฎหมายนี้จะถูกจำคุก 1-5 ปี และปรับเป็นเงิน 2,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 77,500 บาท)

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี

สร้างบรรยากาศความกลัว

เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา นายเขียว โสเพียก โฆษกกระทรวงมหาดไทย กัมพูชา กล่าวว่ากฎหมายนี้ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้ประชาชนเกรงกลัว

"มนุษย์ทุกคนกลัวการติดคุก … เราสร้างกฎหมายเพื่อให้คนเกรงกลัว" นายโสเพียกกล่าวกับสถานีโทรทัศน์ แชนเนิลนิวส์เอเชีย ของสิงคโปร์

"มันไม่แปลกที่จะมีกฎข้อบังคับเช่นนี้ในประเทศที่มีกษัตริย์ปกครองประเทศ ประเทศไทยมีบทลงโทษที่รุนแรงกว่านี้ด้วยซ้ำ"

ในงานเสวนาเนื่องในวันเสรีภาพสื่อโลกเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา มติชนสุดสัปดาห์ รายงานว่า น.ส.วิเชยกา คานน์ ผู้สื่อข่าววอยซ์ ออฟ อเมริกา ประจำกัมพูชา มองว่ากฎหมายที่รัฐบาลร่างขึ้นใหม่หลายฉบับได้ถูกใช้เพื่อจัดการฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง

"เราสามารถกล่าวได้ว่า รัฐบาลก่อนหน้านี้ไม่เคยทำอะไรอย่างนั้น แต่ตอนนี้พวกเขาเริ่มทำและทำอย่างต่อเนื่อง" น.ส.คานน์ กล่าวในงานเสวนา ตามรายงานของ มติชนสุดสัปดาห์

ก่อนหน้านี้พรรคฝ่ายค้านที่ชื่อ พรรคกู้ชาติกัมพูชา หรือ CNRP ได้ถูกศาลพิพากษายุบพรรคจากข้อกล่าวหาว่าวางแผนโค่นล้มรัฐบาล ทำให้สมาชิกของพรรคทั้งหมดถูกห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมืองนาน 5 ปี และหมายความว่าพรรครัฐบาลของสมเด็จฮุนเซน จะไร้คู่แข่งสำคัญในการเลือกตั้งทั่วไปไปที่จะเกิดขึ้นปลายเดือน ก.ค. นี้

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ รายงานความเกี่ยวข้องระหว่างเจ้าของธุรกิจคนใหม่กับสมเด็จฮุนเซน

ปลด บ.ก.สื่ออิสระฉบับสุดท้าย

องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน (Reporters Without Borders) ระบุในรายงานเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมาถึงเสรีภาพของสื่อมวลชนในกัมพูชาว่าอยู่ในภาวะ "น่ากังวลอย่างยิ่ง" เพราะนับตั้งแต่กลางปีแล้ว มีสถานีวิทยุต้องปิดตัวลงไปมากกว่า 30 สถานี

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เสรีภาพสื่อในกัมพูชากลายเป็นที่สนใจของทั่วโลกอีกครั้ง เมื่อหนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นสื่ออิสระแห่งสุดท้ายในประเทศ ถูกซื้อกิจการโดยนายศิวะกุมาร จี เจ้าของบริษัทเอเชีย พีอาร์ ชาวมาเลเซีย ซึ่งมีสมเด็จฮุนเซน เป็นหนึ่งในลูกค้าของบริษัท

หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า การเข้าซื้อกิจการหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษที่เก่าแก่ที่สุดของกัมพูชาครั้งนี้ อาจเป็นอีกหนึ่งความพยายามควบคุมสื่อและบั่นทอนโอกาสของกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้าม ก่อนการเลือกตั้ง

หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์เองก็ได้รายงานการเปลี่ยนเจ้าของ และความเกี่ยวข้องของเจ้าของคนใหม่กับรัฐบาลกัมพูชาและมาเลเซีย แต่ต่อมาเจ้าของใหม่ได้มีคำสั่งให้ปลดบทความดังกล่าวออกจากหน้าเว็บไซต์ และตามมาด้วยการปลดนายกาย กิมซอง บรรณาธิการใหญ่ของหนังสือพิมพ์ และลาออกของนักข่าวของพนมเปญโพสต์อีกหลายสิบคน

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม