เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์จริง?

  • 21 พฤษภาคม 2018
People at a train station in Seoul walk past a television screen showing footage of Kim Jong Un Image copyright Getty Images

เกาหลีเหนือบอกว่า จะเริ่มรื้อฐานทดสอบนิวเคลียร์ในสัปดาห์นี้ โดยจะมีผู้สื่อข่าวต่างประเทศเข้าร่วมในพิธีนี้ด้วย แต่การที่เกาหลีเหนือจะ "ปลดอาวุธนิวเคลียร์" อย่างแท้จริง จะต้องทำอะไรบ้าง?

ฐานปุงเก-รี เป็นสถานที่ทดสอบนิวเคลียร์ของรัฐบาลเกาหลีเหนือ ตั้งอยู่แนวเทือกเขาฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ถูกใช้ทดสอบนิวเคลียร์มาแล้ว 6 ครั้งตั้งแต่ปี 2006 มาบัดนี้ เกาหลีเหนือระบุว่า จะใช้ "มาตรการทางเทคนิค" ในการรื้อฐานทดสอบนิวเคลียร์นี้ ระหว่างวันที่ 23-26 พ.ค. นี้

เกาหลีเหนือ ให้คำมั่นว่าจะปลดอาวุธนิวเคลียร์ แต่ก็ขู่ว่าจะถอนตัวออกจากการเจรจาที่กำลังจะเกิดขึ้นกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จากการที่มีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับแนวทางการปลดอาวุธนิวเคลียร์

เมื่อดูเผิน ๆ คำมั่นสัญญาของรัฐบาลเกาหลีเหนือในการปิดฐานทดสอบนิวเคลียร์ ดูเหมือนจะเป็นก้าวแรกที่น่ายินดี แต่มันอาจบ่งชี้ว่าถึงความมั่นใจของ เกาหลีเหนือว่า โครงการนิวเคลียร์ของตัวเอง มีความก้าวหน้ามากเพียงพอและไม่จำเป็นต้องมีการทดสอบอย่างเต็มรูปแบบอีกต่อไปแล้ว โครงการนี้ก้าวไปไกลเกินกว่าที่จะต้องมีฐานทดสอบแห่งนี้แล้ว

ฐานทดสอบนิวเคลียร์ปุงเก-รี ถูกใช้เป็นที่ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ด้วยเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินใกล้กับภูเขามันทัพ พร้อมกับมีรายงานบางกระแสว่าโครงสร้างบางส่วนได้พังทลายลง

Image copyright Planet Labs Inc
คำบรรยายภาพ ภาพถ่ายดาวเทียมของฐานทดสอบนิวเคลียร์ปุงเก-รี ในเกาหลีเหนือ

รัฐบาลเกาหลีเหนือ ระบุว่า การเชิญผู้สังเกตการณ์ชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวจากเกาหลีใต้และนานาประเทศ ให้มาชมว่าอุโมงค์ได้พังถล่มลงมา และมีการรื้อทำลายอาคารสังเกตการณ์ทดสอบนิวเคลียร์ จะเป็นการแสดงให้เห็นถึง "ความโปร่งใส" ในการดำเนินการของเกาหลีเหนือ

แต่ก็ยังไม่แน่ชัดว่า มีผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ได้รับเชิญด้วยหรือไม่ การเชิญผู้เชี่ยวชาญจากองค์การสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองอาวุธนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ (Comprehensive Nuclear Test Ban Treaty Organization -- CTBTO) จะเป็นการยืนยันว่า ฐานทดสอบนิวเคลียร์ไม่สามารถูกใช้ทดสอบนิวเคลียร์ได้อีกต่อไป

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
ทรัมป์และคิม เห็นต่างในการปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ

CTBTO ป็นกลุ่มสังเกตการณ์ที่สหประชาชาติให้การรับรอง มีวัตถุประสงค์ต่อต้านการทดสอบนิวเคลียร์ทั่วโลก โดยใช้เครือข่ายอุปกรณ์ที่ติดตั้งตรวจจับ การทดสอบนิวเคลียร์ ผู้เชี่ยวชาญของ CTBTO จะสามารถช่วยพิจารณาตัดสินทางด้านเทคนิคเกี่ยวกับการทำลายฐานทดสอบอย่างสมบูรณ์ได้

นักวิเคราะห์จะตรวจการพังถล่มของอุโมงค์ทดสอบที่มีอยู่ที่ฐานทดสอบปุงเก-รี และการรื้อทำลายอาคารสังเกตการณ์

หลังจากพิธีการรื้อถอนนี้ รัฐบาลประเทศต่าง ๆ และผู้เชี่ยวชาญอิสระ จะใช้ภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อสังเกตการณ์ว่า มีกิจกรรมอะไรเกิดขึ้น มีการสร้างอาคารแห่งใหม่ หรือ อุปกรณ์ใด ๆ ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่าเกาหลีเหนือมีแผนจะทำการทดสอบต่อไป หรือไม่

ภาพถ่ายดาวเทียมอาจจะไม่ได้ช่วยอะไร ถ้าเกาหลีเหนือเปิดฐานทดสอบนิวเคลียร์ลับแห่งใหม่ เพราะเกาหลีเหนือมีเทือกเขาหลายแนวให้เลือกเเป็นฐานทดสอบได้ แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เกาหลีเหนือก็จะไม่สามารถปิดบังการทดสอบใต้ดินที่เกิดขึ้นใหม่ได้ เพราะแรงสั่นสะเทือนจากการทดสอบจะถูกตรวจจับได้

การปิดฐานทดสอบจะเป็นเพียงก้าวแรกของการนำไปสู่การปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างเต็มรูปแบบเท่านั้น

เกาหลีเหนือยังมีสถานที่อีกหลายแห่งที่ใช้ในการผลิตยูเรเนียมและพลูโตเนียมสมรรถนะสูง ที่จำเป็นสำหรับผลิตอาวุธนิวเคลียร์ เช่น เหมืองแร่ยูเรเนียมหลายแห่ง รวมถึงเครื่องหมุนเหวี่ยง, เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ และโรงงานแปรรูปที่โรงงานนิวเคลียร์ยองเบียน ซึ่งเป็นโรงงานนิวเคลียร์หลักของเกาหลีเหนือ รวมทั้งโครงการขีปนาวุธข้ามทวีป

ทว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นบนคาบสมุทรเกาหลี ทำให้เกาหลีเหนือประกาศว่า กำลังยุติการทดสอบนิวเคลียร์และขีปนาวุธทุกอย่างลง

คำมั่นสัญญาของรัฐบาลเกาหลีเหนือใน "การปลดอาวุธนิวเคลียร์" น่าจะแตกต่างไปจากข้อเรียกร้องที่มีมายาวนานของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งต้องการให้ปลดอาวุธนิวเคลียร์ "อย่างเบ็ดเสร็จ ตรวจสอบได้ และต้องไม่กลับมาทำอีก" (comprehensive, verifiable and irreversible nuclear disarmament -- CVID)

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะยังไปไม่ถึงขั้นนั้น ก็เคยมีตัวอย่างที่เกิดขึ้นมาก่อน ที่อาจจะช่วยลดความไร้เสถียรภาพลงได้

ในปี 1994 ภายใต้กรอบทำงานที่เห็นชอบร่วมกัน เกาหลีเหนือยุติโครงการนิวเคลียร์ เพื่อแลกกับน้ำมันเตา และเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์น้ำเบา 2 แห่ง ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency -- IAEA) ซึ่งตรวจสอบการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ ได้ตรวจสอบเพื่อยืนยันว่าเกาหลีเหนือไม่ได้ใช้วัสดุนิวเคลียร์ในการผลิตอาวุธ

การตรวจสอบที่โรงงานนิวเคลียร์ยองเบียน เป็นส่วนสำคัญของกรอบทำงานที่เห็นชอบร่วมกัน และมีการทำลายอาคารหล่อเย็นสำหรับเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์แห่งหนึ่งที่ถูกใช้ในการผลิตพลูโตเนียมด้วย

Image copyright Getty Images

อย่างไรก็ตาม เกาหลีเหนือก็ยังไม่ล้มเลิก และในปี 2002 หลังจากที่ข้อตกลงร่วมกันล้มเหลว รัฐบาลเกาหลีเหนือก็ประกาศว่า ได้กลับมาเปิดใช้งานโรงงานนิวเคลียร์ยองเบียนอีกครั้ง จากนั้นก็ได้มีการยอมรับว่า ได้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์เพื่อ "ป้องกันตัวเอง" ในปี 2005

ข้อตกลงปลดอาวุธนิวเคลียร์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จำเป็นต้องมีการส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเข้าไปจำนวนมากเป็นพิเศษ

การรื้อทำลายฐานทดสอบนิวเคลียร์ปุงเก-รี อาจจะใช้เวลาหลายสัปดาห์ แต่การตรวจสอบการรื้อถอนโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนืออาจจะต้องใช้เวลานานหลายปี

ยังมีอีกหลายวิธี ที่กระบวนการตรวจสอบนี้อาจจะผิดพลาดได้

การปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างเบ็ดเสร็จ ตรวจสอบได้ และต้องไม่กลับมาทำอีก จำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ต่อฐานปฏิบัติการณ์เกี่ยวข้องนิวเคลียร์ที่หลงเหลืออยู่

ผู้ตรวจสอบจะต้องสามารถเข้าถึงสถานที่ต่าง ๆ ที่ได้รับการเปิดเผยชื่อนั้นได้ และยังจะต้องสอดส่องพื้นที่ที่เป็นความลับด้วย

แต่ต่อให้ดำเนินการไปจนถึงขั้นนั้นแล้ว ก็คงไม่สามารถที่จะลบล้างความเชี่ยวชาญที่สำคัญในด้านต่าง ๆ ทั้งทางเทคนิคและทางวิทยาศาสตร์ ที่เกาหลีเหนือสั่งสมมานานหลายสิบปีได้

ในการรักษาความรู้ที่สำคัญและเป็นความลับไว้ ไม่จำเป็นต้องเก็บรักษาโครงสร้างพื้นฐานด้านกายภาพนี้ไว้ก็ได้ หากไม่มีการเข้าไปสอดส่องอย่างต่อเนื่องจากผู้ตรวจสอบนานาชาติแล้ว เกาหลีเหนือก็จะสามารถกลับมาเริ่มโครงการอาวุธนิวเคลียร์ได้อีกภายในเวลาไม่กี่ปี

เกี่ยวกับบทความชิ้นนี้

บีบีซี มอบหมายให้ แคทเธอรีน ดิลล์ แคทเธอรีน ดิลล์ ผู้ช่วยวิจัยอาวุโสที่สถาบัน Middlebury Institute of International Studies เป็นผู้เขียนบทวิเคราะห์ชิ้นนี้ ติดตามทวิตเตอร์ของเธอได้ที่ @atomic_pickles

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม