ไวรัสนิปาห์: พยาบาลอินเดียผู้แลกชีวิตต่อสู้กับไวรัสมรณะ

  • 23 พฤษภาคม 2018
การเสียชีวิตของลินี ได้รับการยกย่องจากผู้ใช้โซเชียลมีเดียว่าเธอคือผู้เสียสละ ส่วนเจ้าหน้าที่และแพทย์ต่างยกย่องให้เธอเป็นวีรสตรี Image copyright DR DEEPU SEBIN/ TWITTER
คำบรรยายภาพ การเสียชีวิตของลินี ได้รับการยกย่องจากผู้ใช้โซเชียลมีเดียว่าเธอคือผู้เสียสละ ส่วนเจ้าหน้าที่และแพทย์ต่างยกย่องให้เธอเป็นวีรสตรี

"ฉันไม่คิดว่าฉันจะได้พบหน้าคุณอีกครั้ง ขอโทษนะ ได้โปรดเลี้ยงลูกของเราให้ดี"

นี่คือข้อความสุดท้ายที่ ลินี พุทธัสเสรี พยาบาลวัย 28 ปีเขียนทิ้งไว้ให้สามีก่อนที่เธอจะสิ้นลมด้วยโรคไข้สมองอักเสบจากเชื้อไวรัสนิปาห์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (21 พ.ค.) ในเมืองโคชิโคด รัฐเกรละ ทางภาคใต้ของอินเดีย เธอจากไปโดยทิ้งลูกชายวัย 2 และ 5 ขวบไว้เบื้องหลัง

ลินี ติดเชื้อไวรัสมรณะนี้หลังจากไปดูแลครอบครัวที่สมาชิก 3 คน ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสนิปาห์ โดยคาดว่าเธออยู่ดูแลคนไข้เหล่านั้นตลอดทั้งคืน จากนั้น ลินี ก็เริ่มมีอาการไข้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (20 พค.) สื่อท้องถิ่นรายงานว่าตอนที่ลินีรู้ตัวว่าอาจติดเชื้อเข้าให้แล้ว เธอได้เดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อขอให้แพทย์นำตัวเธอไปกักโรคเฝ้าระวังอาการ

Image copyright SK MOHAN
คำบรรยายภาพ ทางการสั่งใช้มาตรการฉุกเฉินเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรค

สามีของลินี ซึ่งไปทำงานเป็นนักบัญชีที่ประเทศบาห์เรน ได้เดินทางกลับบ้านทันทีหลังได้รับแจ้งข่าวภรรยาเข้าโรงพยาบาล แต่เมื่อไปถึง ลินีก็ถูกนำตัวเข้าหอดูแลรักษาผู้ป่วยหนัก (ไอซียู) แล้ว

"เธอสวมหน้ากากออกซิเจน เพราะออกซิเจนของเธออยู่ในระดับต่ำ" สามีของลินีกล่าว "เธอไม่สามารถพูดได้ ทำได้เพียงกุมมือผมเอาไว้"

หลังจากลินีจากไปในเช้าวันจันทร์ ญาติได้นำข้อความสั่งเสียที่เธอเขียนทิ้งไว้ให้กับสามีเธอ ซึ่งเขาได้เอาให้ผู้สื่อข่าวดู จากนั้นข้อความดังกล่าวก็ถูกแชร์ต่อ ๆ กันอย่างรวดเร็ว ร่างของลินีไม่ได้ถูกส่งกลับคืนให้ครอบครัวประกอบพิธีทางศาสนา แต่ถูกนำไปฌาปนกิจภายใต้การดูแลอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่ระบาด

การเสียชีวิตของลินี ได้รับการยกย่องจากบรรดาผู้ใช้โซเชียลมีเดียชาวอินเดียว่าเธอคือผู้เสียสละ ขณะที่เจ้าหน้าที่และแพทย์ต่างยกย่องให้เธอเป็นวีรสตรี ด้านมุขมนตรีรัฐเกรละ ได้ทวีตข้อความแสดงความเสียใจ และว่า "การทำงานโดยไม่เห็นแก่ตัวเองของเธอจะเป็นที่จดจำ"

คำบรรยายภาพ ข้อความสั่งเสียที่ลินีเขียนทิ้งไว้ให้สามี ถูกแชร์ต่อ ๆ กันอย่างรวดเร็วในโลกออนไลน์

นอกจาก ลินี แล้ว ยังมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคไข้สมองอักเสบจากไวรัสนิปาห์แล้วอย่างน้อย 9 รายในเมืองโคชิโคด รวมทั้งมีผู้ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้ออีก 2 คนที่มีอาการหนัก ส่วนอีกราว 40 คน ถูกนำตัวไปกักโรคเฝ้าระวังอาการ

หน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วรัฐเกรละได้เฝ้าติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ พร้อมตั้งค่ายทางการแพทย์และห้องควบคุมโรคเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขพบค้างคาวตายหลายตัวในบ่อน้ำบ้านคนไข้ของลินี

ไวรัสนิปาห์ คืออะไร

เชื้อไวรัสนิปาห์ เป็นเชื้อที่แพร่จากสัตว์สู่มนุษย์หรือสู่สัตว์ด้วยกัน โดยคาดว่าค้างคาวผลไม้เป็นแหล่งที่เชื้ออาศัยอยู่ การตรวจวินิจฉัยโรคนี้ทำได้ยาก ผู้ติดเชื้อมีอัตราการเสียชีวิต 70% และปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค องค์การอนามัยโลกจัดให้ไวรัสนิปาห์อยู่ใน 10 อันดับแรกของโรคที่อาจมีการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ในอนาคต

ในกรณีการระบาดที่เมืองโคชิโคดนั้น เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระบุว่าพบค้างคาวตายหลายตัวในบ่อน้ำบ้านคนไข้ของลินี จึงได้นำตาข่ายเรืองแสงไปปิดที่ปากบ่อ สื่อรายงานว่า อินเดียเคยมีการระบาดของเชื้อไวรัสนิปาห์ครั้งแรกเมื่อปี 2001 และปี 2007 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตรวมกันราว 50 คน

อาการผู้ติดเชื้อ

กระทรวงสาธารณสุขของไทยจัดให้ ไวรัสนิปาห์ เป็นโรคติดต่ออันตราย โดยผู้ติดเชื้อจะมีอาการคล้ายเป็นหวัด มีไข้สูง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ สมองอักเสบ บางรายอาจมีอาการของระบบทางเดินหายใจร่วมด้วย หรืออาจมีอาการไข้ร่วมกับอาการทางระบบประสาท เช่น วิงเวียนศีรษะ เดินโซเซ ซึม สับสน หรือชัก มีการเคลื่อนไหวของลูกตาผิดปกติ แขนและขามีการกระตุก ความดันโลหิตและชีพจรแปรปรวน และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

Image copyright AFP

การแพร่ของเชื้อ

ข้อมูลจากเว็บไซต์สถาบันวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า เชื้อไวรัสนิปาห์ ก่อให้เกิดโรคได้ทั้งในคนและสัตว์ โดยการสัมผัสสารคัดหลั่ง เช่น น้ำลาย หรือปัสสาวะของสัตว์ที่เป็นโรค โดยพบการระบาดครั้งแรกในมาเลเซียเมื่อปี 1998-1999 แต่ยังไม่พบการระบาดในประเทศไทย

การป้องกันการติดเชื้อ

ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางโรคอุบัติใหม่และอุบัติซ้ำในสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้คำแนะนำว่า วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือ หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ที่ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ และหลีกเลี่ยงการรับประทานผลไม้ที่อาจปนเปื้อนน้ำลายหรือปัสสาวะของค้างคาวกินผลไม้

ส่วนการป้องกันปศุสัตว์จากการติดเชื้อนั้น ทำได้โดยป้องกันไม่ให้สุกรสัมผัสโดยตรงกับค้างคาวกินผลไม้ และไม่ให้สัตว์อื่นสัมผัสกับสุกรที่ติดเชื้อแล้ว