โม ซาลาห์: ก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะฝีเท้าเยี่ยมได้อย่างไร?

  • 26 พฤษภาคม 2018
โม ซาลาห์ Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ โม ซาลาห์ ทำประตูได้แล้ว 44 ประตูจากการลงเตะ 50 นัดให้แก่ทีมลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้

ขณะที่เหล่านักเตะกำลังดีใจแทบเป็นแทบตายหลังเอาชนะทีม ENPPI ไปได้ 4 ประตูต่อ 0 ซาอิด อัล เชเชนี ผู้ฝึกสอนกวาดตามองไปรอบ ๆ และเห็นสมาชิกของทีมอัล-โมกอว์ลูน รุ่นอายุ 16 ปี คนหนึ่ง ไม่ได้มีอาการดีอกดีใจสักเท่าไหร่นักกับชัยชนะในการแข่งขันซึ่งจัดขึ้นที่กรุงไคโรของอียิปต์

ความจริงแล้ว เขากำลังร้องไห้ เขาเสียใจที่ชื่อของเขาไม่ปรากฎอยู่บนจอแจ้งคะแนน การเล่นเป็นกองหลังปีกซ้าย ทำให้เขาไม่ได้มีบทบาทในเกมการเล่นมากเท่าที่เขาต้องการ

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มาจากหมู่บ้านนากริก ห่างจากกรุงไคโรไปทางเหนือราว 130 กิโลเมตร นักเตะรายนี้ต้องเดินทางไปกลับเป็นเวลา 9 ชั่วโมงเป็นกิจวัตร และบางครั้งต้องนั่งรถโดยสาร 10 ต่อ เพื่อไปร่วมฝึกซ้อมและแข่งขัน

อัล เชเชนี ประทับใจกับความตั้งใจของเด็กคนนี้ จึงให้โอกาสเขาได้ขยับขึ้นไปเป็นกองหน้า

นับจากนั้น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก็แทบไม่ได้กลับมาเล่นกองหลังอีกเลย

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ สร้างสนามฟุตบอลแห่งใหม่ใกล้กับโรงเรียนเก่าของเขาในหมู่บ้านนากริก

เรื่องราวต่อไปนี้ จะช่วยไขคำตอบให้แก่บรรดาแฟนบอลทั่วโลกว่า โม ซาลาห์ นักเตะที่ในอดีตกว่าจะทำประตูได้แต่ละครั้งให้กับสโมสรชั้นนำของยุโรปไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ แต่แล้วจู่ ๆ กลับกลายเป็นนักเตะฝีเท้าเยี่ยมที่ทำประตูได้เป็นว่าเล่น จนถูกยกเทียบชั้นลิโอเนล เมสซี่ และคริสเตียโน โรนัลโด ได้อย่างไร?

ถ้านักเตะพบที่ทางที่เหมาะสมของตัวเองในช่วงเวลาที่ลงตัวก็ช่วยทำให้ทำผลงานที่ดีขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะตอนที่เล่นให้กับสโมสรฟุตบอลเยาวชนในอียิปต์ หรือตอนที่ต้องมาอยู่ท่ามกลางซูเปอร์สตาร์ในพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ

เมื่อลิเวอร์พูลประกาศเซ็นสัญญาซื้อตัวซาลาห์ จากสโมสรโรมาของอิตาลี เมื่อปีที่แล้ว หลายคนเชื่อว่า เงินที่ต้องจ่าย 55.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1,779 ล้านบาท ถือเป็นค่าตัวที่ค่อนข้างสูงสำหรับนักเตะที่ไม่ได้มีผลงานการเล่นที่น่าประทับใจในฟุตบอลอังกฤษ เมื่อดูจากผลงานที่เขาเคยเล่นให้กับเชลซีในปี 2015 เป็นเวลากว่าหนึ่งปี

อียิปต์ไม่ได้เป็นมหาอำนาจทางฟุตบอลโลก แม้ว่าจะมีผลงานที่ดีในระดับภูมิภาค เคยคว้าแชมป์ฟุตบอลแห่งชาติแอฟริกา มาแล้ว 7 ครั้ง แต่อียิปต์เคยเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกเพียง 2 ครั้ง (1934 และ 1990) และจนกระทั่งซาลาห์เริ่มกลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง อียิปต์ก็เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น รวมถึงการที่เอสซัม เอล ฮาดารี ผู้รักษาประตูของอียิปต์ที่กำลังจะกลายเป็นผู้เล่นที่อายุมากที่สุดในโลกที่เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย เมื่ออียิปต์ได้กลับมาเข้ารอบอีกครั้งในการแข่งขันที่กำลังจะเกิดขึ้นในรัสเซีย

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ อียิปต์เคยเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกมาแล้วเพียง 2 ครั้ง และกำลังจะได้เข้าร่วมเป็นครั้งที่ 3 ในการแข่งขันที่ประเทศรัสเซียปีนี้

เกิดอะไรขึ้นกับซาลาห์ในช่วงแรกที่เล่นฟุตบอลในอังกฤษ? ซาลาห์ เคยเล่นในสวิตเซอร์แลนด์มาก่อน ซึ่งลีกที่นั่นไม่ได้แข่งกันกันดุเดือดเท่ากับพรีเมียร์ลีก

ตอนอยู่ที่เชลซี นักเตะหน้าใหม่อย่างเขาต้องเผชิญกับการแข่งขันที่เข้มข้นกับนักเตะหน้าเดิมที่เป็นที่ยอมรับอยู่แล้ว และเขาไม่ได้รับโอกาสมากนักในการสร้างความประทับใจให้กับโชเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีม

นักเตะจากอียิปต์คนนี้ได้ลงเล่นให้กับเชลซีเพียง 19 นัด และได้เป็นตัวจริงเพียง 9 นัด มีเพียง 2 นัดที่เขาได้อยู่ในสนาม 90 นาที

จากนั้น ซาลาห์ถูกขายให้กับสโมสรของอิตาลี 2 ครั้ง ก่อนที่จะถูกสโมสรโรม่าซื้อตัวไปในฤดูกาล 2015/16

เขาเริ่มฉายแววที่นั่น และทำประตูได้ 34 ประตูใน 2 ฤดูกาล จนได้ย้ายมาอยู่กับลิเวอร์พูล

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ซาลาห์ทำผลงานได้ไม่ดีนักตอนเล่นให้กับเชลซีในสมัยที่อยู่ภายใต้การควบคุมของมูรินโญ จาก 19 นัดที่เขาลงเล่น เขาทำประตูได้เพียง 2 ประตูเท่านั้น

"เขายังเด็กอยู่ตอนเข้ามาที่เชลซี และเชลซีก็มีทีมนักเตะที่น่าเหลือเชื่อ ก็เลยเป็นเรื่องยากมาก" เจอร์เกน คล็อปป์ ผู้คุมทีมลิเวอร์พูล กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ของเยอรมนี เมื่อเดือนที่แล้ว

"ผมว่า เราต่างเห็นตรงกันว่า โชเซ มูรินโญ เป็นผู้จัดการทีมที่ยอดเยี่ยม บางครั้งอะไรก็เลยออกมาเป็นแบบนั้น เมื่อมันไม่ได้ผล ก็ก้าวออกมาแล้วลองใหม่ นั่นคือสิ่งที่โมฮาเหม็ดทำ"

จากการได้เดินทางไปเยือนสนามแอนฟีลด์เมื่อไม่นานนี้ มูรินโญ ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ได้กอดกับนักเตะอียิปต์คนนี้ และในการให้สัมภาษณ์กับช่อง ESPN บราซิล ซึ่งออกอากาศไปเมื่อเดือนที่แล้ว ผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกสรายนี้ กล่าวอย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเขากับซาลาห์

"ผมเป็นคนที่รับซาลาห์เข้ามา และการตัดสินใจขายเขาไม่ได้มาจากผม แต่เป็นของเชลซี เขาเป็นคนน่ารัก แต่เขายังเด็ก และยังไม่พร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจตอนที่เขาเข้ามา เขารู้สึกสับสนกับวัฒนธรรมที่ไม่คุ้นเคยนิดหน่อยอีกด้วย ผมรู้สึกยินดีกับเขาจริง ๆ โดยเฉพาะเมื่อเขายังยิงประตูแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไม่ได้ในฤดูกาลนี้" มูรินโญ กล่าวติดตลก

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ซาลาห์ย้ายมาเล่นให้กับลิเวอร์พูล

จำนวนประตูที่ซาลาห์ยิงได้ในฤดูกาล 2017/18 อาจจะมากกว่าที่ตัวเขาเองคาดคิดไว้ ในจำนวน 50 นัดที่ลงเล่นให้กับลิเวอร์พูล นักเตะชาวอียิปต์คนนี้ทำประตูได้ 44 ประตู และเป็นคนส่งบอลให้คนอื่นยิงประตูโดยตรงอีก 15 ครั้ง เขาจึงกลายเป็นนักเตะคนสำคัญสำหรับศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกที่ลิเวอร์พูลผ่านเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2007

ซาลาห์ มีฝีเท้าที่รวดเร็วและเน้นการบุก ซึ่งผลงานของเขาอยู่เหนือความคาดหวังของคล็อปป์ที่มีต่อลูกทีม

ตอนนี้ ซาลาห์อาจจะกลายเป็นนักเตะจากแอฟริกาคนแรกที่คว้ารองเท้าทองคำของยุโรป ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับนักเตะที่ยิงประตูได้มากที่สุดจากการแข่งขันในลีกดิวิชั่นสูงสุดในแต่ละประเทศของยุโรป

ฤดูกาลนี้ของซาลาห์จะไม่หยุดอยู่ที่รอบชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ลีกเท่านั้น แต่ทีมชาติอียิปต์ยังได้ผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 2018 เป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปี หลังจากการแข่งขันในรอบคัดเลือก ซึ่งซาลาห์ยิงประตูได้ 5 ประตูจากทั้งหมด 8 ประตูที่ทีมชาติอียิปต์ทำได้ และเขายังช่วยส่งบอลให้นักเตะคนอื่นทำประตูอีก 2 ครั้งด้วย

ประตูยอดเยี่ยมของเขาก็คือ การยิงลูกโทษในนาทีที่ 94 ในการเตะกับทีมชาติคองโก นั่นเป็นประตูตัดสินที่ทำให้อียิปต์ได้กลับเข้ารอบสุดท้ายเวิลด์คัพอีกครั้ง

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ซาลาห์ทำประตูให้แต่ทีมชาติอียิปต์ในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกได้ 5 ประตู

การก้าวขึ้นมาเป็นดาวรุ่งในวันนี้ของซาลาห์เริ่มต้นขึ้นด้วยเรื่องที่อาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องบังเอิญ ย้อนกลับไปในเดือนมีนาคม 2012 วงการฟุตบอลของอียิปต์กำลังวุ่นวาย ลีกระดับชาติถูกยกเลิก เพราะเกิดเหตุจลาจลที่สนามในเมืองพอร์ตซาอิดเมื่อเดือนก่อนหน้า ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 70 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 500 คน

ในการหาทางอุ่นเครื่องก่อนเข้าแข่งขันลอนดอนโอลิมปิก ทีมชาติอียิปต์รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ได้จัดการเตะนัดกระชับมิตรกับสโมสรในยุโรปหลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือสโมสรบาเซิลของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเบอร์นาร์ด ฮอยสเลอร์ ประธานสโสมรได้เซ็นสัญญารับเขาเข้าร่วมทีมแทบจะทันที

"มันหนาวมาก แต่เขาเล่นได้น่าทึ่ง เขาลงเล่นเพียงครึ่งหลัง แต่ผมไม่เคยเห็นนักเตะที่มีฝีเท้าเร็วขนาดนั้นมาก่อนในชีวิต" ฮอยสเลอร์กล่าวในเวลาต่อมา

เพื่อนร่วมทีมบาเซิล เล่าว่า ซาลาห์ไม่ได้ลงเล่นง่าย ๆ ในช่วงปีแรกที่สโมสร นักเตะอียิปต์ได้เป็นเพียงผู้เล่นสำรอง และมีเพียง 10 นัดจาก 29 นัดที่ลงเล่นที่เขาได้อยู่ในสนามนานกว่า 1 ชั่วโมง

ฟิลิปป์ เดเกิน อดีตเพื่อนร่วมทีมของซาลาห์ เล่าให้สกายสปอร์ตฟังเกี่ยวกับ ผลงานการเล่นที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจของซาลาห์ เมื่อเขาทำประตูเอาชนะเชลซีได้ในการแข่งขันแชมเปียนส์ลีกนัดหนึ่ง

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ซาลาห์เข้ามาเล่นให้กับทีมบาเซิลในปี 2012 หลังจากลงเล่นเพียงครึ่งเดียวให้กับทีมชาติอียิปต์ในการเตะนัดกระชับมิตรกับทีมบาเซิล

"เราพยายามจะยินดีกับเขาในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่เขาไม่ยอมรับ เขาบอกว่า เขายิงออกนอกสนามไป 6 ลูก และเพิ่งยิงประตูได้ในลูกที่ 7 เพราะทางสโมสรเชื่อใจเขา"

ความอ่อนน้อมถ่อมตนของเขาหาได้ยากยิ่งในยุคที่นักฟุตบอลร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี ซาลาห์มีความถ่อมตัวทั้งในและนอกสนาม เขาเป็นมุสลิมที่เคร่งครัด นอกจากนี้ยังเป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอลและสื่ออีกด้วย

เขาได้รับการเคารพนับถือจากชาวอียิปต์ในช่วงที่ประเทศยังคงแตกแยกจากความวุ่นวายทางการเมืองที่เป็นผลมาจากการลุกฮือประท้วงในโลกอาหรับและการทำรัฐประหารในปี 2013 แต่การเป็นคนไม่ลืมถิ่นฐานบ้านเกิดของเขา ทำให้เขาเป็นที่ชื่นชอบ

ซาลาห์ช่วยสร้างโรงเรียนและโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังให้ใช้ชื่อเขาในการจัดกิจกรรมการกุศลหลายอย่างด้วย รวมถึง การบริจาคเงิน 280,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 8.93 ล้านบาท ให้กับกองทุนรัฐบาลที่มีเป้าหมายช่วยเหลือชาวอียิปต์ที่ยากจน

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ซาลาห์เป็นวีรบุรษแห่งชาติในอียิปต์

เรื่องที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับซาลาห์เพียงเรื่องเดียวก็คือ การถูกกล่าวหาว่า เขาจงใจหลีกเลี่ยงการจับมือกับนักเตะทีมมาคาบีเทลอาวีฟของอิสราเอล ระหว่างลงแข่งกับทีมบาเซิลในปี 2013 โดยตอนนั้นเขาได้ไปเปลี่ยนรองเท้า ขณะอยู่ในช่วงของพิธีการก่อนเริ่มการแข่งขัน

ช่วงนั้น ชาวอียิปต์จำนวนมากได้แสดงการไม่ยอมรับการกระทำของเขา และไม่อยากให้เขาลงเตะในนัดเยือนที่อิสราเอลด้วย

นอกจากเสียงโห่ของแฟนบอลทีมมาคาบีตอนที่ซาลาห์ลงเล่นนัดเยือนและทำประตูได้ เรื่องนี้ก็ดูเหมือนจะถูกลืมไปแล้ว

หลังจากที่นักเตะชาวอียิปต์ผู้นี้ เป็นแนวหน้าของการคว้าชัยให้กับทีมลิเวอร์พูลเหนือทีมโรมา ด้วยประตู 5-0 ในรอบรองชนะเลิศของแชมเปียนลีก อาวิกดอร์ ลีเบอร์แมน รัฐมนตรีกลาโหมของอียิปต์ ทวีตด้วยข้อความติดตลกว่า เขาอาจจะ "เรียกหัวหน้าเสนาธิการเข้าพบในทันที และบอกให้เขารับโมฮาเหม็ด ซาเลห์ มาประจำการ" กับกองทัพอิสราเอล

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม