'ผมอยากผลิตกัญชาที่ดีที่สุดในโลก'

  • 30 พฤษภาคม 2018
ลาร์ส เฮเวนส์
คำบรรยายภาพ ลาร์ส เฮเวนส์ หวังว่าจะทำกำไรจากการลงทุนในอุตสาหกรรมกัญชาถูกกฎหมายที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ท่ามกลางความร้อนระอุจากทะเลทรายโคเชลา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพร้อมอาวุธกำลังเฝ้าระวังบริเวณประตูทางเข้าโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อไม่ให้มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญเข้าไปได้

ยังไม่ทันที่จะก้าวเท้าเข้าไปข้างในอาคารที่ดูธรรมดา ๆ หลังหนึ่ง คุณก็สัมผัสได้ถึงกลิ่น

ลาร์ส เฮเวนส์ ได้พาเราเข้าไปชมต้นกัญชาหลายพันต้นที่บริษัทเดล-โกรของเขากำลังเพาะปลูกอยู่ ภายใต้แสงไฟที่ส่องสว่าง และพัดลมหลายสิบตัวที่กำลังทำงานอยู่

พื้นที่ขนาดประมาณ 17 ไร่ 3 งาน ส่วนใหญ่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา แต่มีห้องหลายห้องที่เริ่มใช้งานได้แล้ว

ลาร์ส เป็นบุรุษพยาบาล, นักเล่นรักบี้มืออาชีพ, ผู้ใช้ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน และยังเป็นผู้จัดการบาร์ด้วย แต่ตอนนี้เขาหวังว่า จะทำกำไรจากการลงทุนในอุตสาหกรรมกัญชาถูกกฎหมายที่ใหญ่ที่สุดในโลก

คำบรรยายภาพ ต้นกัญชาที่ปลูกอยู่ในฟาร์มกัญชาของเดล-โกร

วันที่ 1 มกราคม ปีนี้ รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ เริ่มให้ใบอนุญาตทำธุรกิจปลูกกัญชาเพื่อขายภายในรัฐได้

บีดีเอส อะนาลิติกส์ (BDS Analytics) และ อาร์กวิว มาร์เก็ต รีเสิร์ช (Arcview Market Research) ระบุว่า ผลผลิตทางเศรษฐกิจโดยรวมจากกัญชาถูกกฎหมายในสหรัฐฯ มีมูลค่า 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว หรือประมาณ 5.14 แสนล้านบาท และคาดว่าจะขยายตัว 150% เป็น 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1.28 ล้านล้านบาทภายในปี 2021

ปีที่แล้ว เมืองอัสเปน รัฐโคโลราโด ได้กลายเป็นเมืองแรกในสหรัฐฯ ที่ขายกัญชาได้มากกว่าแอลกอฮอล์

'เสียภาษีมากที่สุด'

"ผมย้ายมาอยู่ที่แคลิฟอร์เนียเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผู้ชอบกัญชาจะต้องสนใจ" ลาร์ส กล่าว "ผมอยากผลิตกัญชาที่ดีที่สุดในโลก"

ผลิตภัณฑ์ของเขาจะต้องดี เพราะผู้ผลิตถูกกฎหมายรายต่าง ๆ ไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับผู้ค้าผิดกฎหมายในแคลิฟอร์เนียได้

คำบรรยายภาพ กัญชาของเดล-โกร รอถูกส่งไปโรงงาน

ลาร์ส อ้างว่า กัญชาเป็น "ผลิตภัณฑ์ที่เสียภาษีมากที่สุด" ในรัฐ เมื่อคิดรวมภาษีทุกอย่างแล้วมีการเก็บภาษีที่เกือบ 40% แต่รัฐคงจะไม่ทำเช่นนี้ในระยะยาว

"ผมคิดว่า คุณจะเริ่มเห็นการผ่อนคลายกฎเกณฑ์ด้านภาษีลงบางอย่าง เพราะตอนนี้ราคาที่ขายอยู่ก็เกือบจะแข่งไม่ได้ในตลาดแล้ว"

กฎหมายใหม่ของแคลิฟอร์เนีย ยังกำหนดด้วยว่าการส่งออกกัญชาออกนอกรัฐเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับกัญชาล้นตลาด

นี่คือปัญหาสำคัญในรัฐโอเรกอน ซึ่งมีกัญชาจำนวนมาก และเกษตรกรต้องลดราคาลง 50%

มันยังแสดงให้เห็นถึงความยุ่งยาก และการไม่สามารถคาดการณ์ได้ในการสร้างตลาดที่ถูกกฎหมายในสิ่งที่มีขายอยู่แล้วในตลาดมืด

'อเมริกากระแสหลัก'

เดินทางไปทางตะวันตกของโคเชลา 3 ชั่วโมง เม็ดเมน (MedMen) ผู้ค้ากัญชารายย่อยเปิดร้านทั้งในและโดยรอบนครลอสแอนเจลิสแล้ว 5 แห่ง

ร้านกัญชาเหล่านี้ถูกออกแบบให้เป็นร้านที่ทันสมัยเหมือนกับแอปเปิลสโตร์

คำบรรยายภาพ วิธีการซื้อกัญชาในนครลอสแอนเจลิส ทำเช่นนี้ในปี 2018

พนักงานในร้านใส่เสื้อทีเชิ้ตแบบเดียวกัน ช่วยลูกค้าค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ผ่านทางแท็บเล็ต ผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายมีหลากหลายทั้ง ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกัญชาที่กินได้, น้ำมัน และครีม พร้อมกับ "ดอกกัญชา" ที่คุ้นตาผู้คนมากกว่า

แดเนียล อี จากเม็ดเมน กล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่จะบอกว่าลูกค้าเป็นคนกลุ่มไหน "ปกติลูกค้าที่ซื้อเก้าอี้มีลักษณะอย่างไร หรือคนที่ซื้อโซดามีลักษณะอย่างไร พวกเขาสะท้อนให้เห็นถึงอเมริกากระแสหลัก"

"เราอยู่ในจุดที่เป็นเรื่องปกติในการเดินเข้าร้านที่มีหน้าตาไม่ต่างไปจากร้านค้าอื่น ๆ มีบางคนที่เคยซื้อกัญชาจากคนขายยาเสพติด มีอีกหลายคนที่ไม่เคยทำอะไรผิดกฎหมายมาก่อนเลย" เขากล่าว

"ถ้าคุณออกแอปฯ ใหม่ หรือรถยนต์ใหม่ คุณอาจจะต้องโน้มน้าวคนให้อยากใช้ผลิตภัณฑ์นี้ แต่กัญชาเป็นสิ่งที่มีคนบริโภคอยู่แล้ว เฉพาะในสหรัฐฯ อย่างเดียวก็มีมูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แล้ว(ประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท) และเกือบ 90% ก็อยู่ในตลาดผิดกฎหมาย" แดเนียล กล่าว

"ส่วนหนึ่งของสิ่งนี้ก็คือ การนำผู้คนเหล่านั้นให้เข้ามาในตลาดที่ถูกกฎหมายและปลอดภัย ซึ่งพวกเขารู้ว่าผลิตภัณฑ์มาจากไหน"

ผลของการทำให้ถูกกฎหมาย

การเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายไม่ได้ทำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในเชิงพฤติกรรมอย่างเห็นได้ชัดในเวลาอันรวดเร็วในแคลิฟอร์เนีย ผู้คนยังซื้อหากัญชาตามท้องถนน หรือตามบาร์ และร้านอาหาร ส่วนใหญ่เป็นเพราะถ้าเสพกัญชาในที่สาธารณะยังถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย

คำบรรยายภาพ แดเนียล อี จากเม็ดเมน เชื่อว่า ผู้ใช้กัญชาสามารถถูกโน้มน้าวให้หันมาซื้อกัญชาถูกกฎหมายได้

การครอบครองกัญชาในปริมาณเล็กน้อยเพื่อใช้ส่วนตัวได้รับอนุญาตมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2016 และชาวแคลิฟอร์เนียก็สามารถใช้กัญชาเพื่อเหตุผลทางการแพทย์มานานกว่า 20 ปีแล้ว

เป็นการเร็วเกินไปที่จะตัดสินผลกระทบที่มีต่ออัตราก่ออาชญากรรม แต่รัฐโคโลราโดและรัฐวอชิงตันมีรายงานการเกิดเหตุอาชญากรรมรุนแรงลดลง หลังจากกำหนดให้กัญชาเป็นเรื่องถูกกฎหมายเมื่อ 5 ปีก่อน

มีหลักฐานบางอย่างที่ระบุว่า มันเคยทำให้เกิดอุบัติเหตุรถชนเพิ่มขึ้น และเกิดเหตุได้รับพิษจากการใช้กัญชาหลายกรณีในเด็ก

แต่มันก็ได้สร้างตลาดใหม่ให้ผู้ประกอบการเข้ามาแสวงหากำไร แอปพลิเคชั่น Eaze เป็นแอปฯ ที่มีการใช้งานกันในนครลอสแอนเจลิสเมื่อไม่นานนี้ เพื่อใช้บริการเรียกให้คนมาส่งกัญชาให้ถึงบ้าน

แอปฯ Eaze ยังทำการสำรวจความคิดเห็นประจำปีเกี่ยวกับสภาวะการบริโภคกัญชาด้วย รายงานล่าสุดอ้างว่า มีผู้หญิงใช้เงินในการซื้อผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับกัญชามากขึ้น และมีคนมากขึ้นหันมาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ แทนการใช้ยานอนหลับ

'เพิ่มงาน'

ริกกี้ รอสส์ ทำเงินได้หลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการค้าโคเคนในนครลอสแอนเจลิสในช่วงทศวรรษ 1990 เขาถูกจำคุกตลอดชีวิต แต่ต่อมาได้อุทธรณ์ขอลดโทษและได้รับการปล่อยตัวในปี 2009

คำบรรยายภาพ ริกกี้ รอสส์ ถูกจำคุก เพราะขายโคเคน แต่ตอนนี้เขากำลังสนใจในตลาดยาเสพติดถูกกฎหมาย

ตอนนี้เขากลับตัวใหม่แล้ว และยืนยันว่าเขารู้สึกผิดจากสิ่งที่ทำในอดีต "ผมเห็นมันทำให้ผู้คนเสียผู้เสียคน โคเคนทำให้คนเสพติดรุนแรงมาก ผมเคยเห็นคนจ่ายคืนเดียว 3-4 พันดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 96,000-128,000 บาท)"

เขากำลังสนใจขอใบอนุญาตค้ากัญชาถูกกฎหมาย แต่เชื่อว่าราคาที่สูงคงเป็นอุปสรรคสำหรับคนผิวสีหลายคนที่เคยเผชิญปัญหาเนื่องจากยาเสพติดผิดกฎหมายในอดีต

"เราไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของปลายทางที่ทำเงิน เราส่วนใหญ่เป็นผู้บริโภคและเราอยากเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้น ผมคิดว่า อุตสาหกรรมนี้สามารถเพิ่มงานให้แก่ชุมชนได้"

"มีโอกาสจำนวนมากมาย ที่คุณแทบไม่ต้องแตะต้องกัญชาเลย อย่างการตลาด, การทำบัญชี, ทำความสะอาด, ปรับอากาศ มันไม่หยุดอยู่แค่นี้" รอสส์ กล่าว

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม