โว้กแจงปมเจ้าหญิงขึ้นปกนิตยสารฉบับฉลองปฏิรูปวัฒนธรรมในซาอุฯ

  • 2 มิถุนายน 2018
นับเป็นครั้งแรกที่เจ้าหญิงแห่งซาอุฯ ทรงเป็นนางแบบขึ้นภาพปกนิตยสาร Image copyright Vogue Arabia/Boo George
คำบรรยายภาพ นับเป็นครั้งแรกที่เจ้าหญิงแห่งซาอุฯ ทรงเป็นนางแบบขึ้นภาพปกนิตยสาร

นิตยสารโว้ก อาระเบีย (Vogue Arabia) ออกแถลงการณ์ปกป้องการตัดสินใจ ตีพิมพ์ภาพปกนิตยสารที่มีเจ้าหญิงเฮย์ฟา บินท์ อับดุลลาห์ อัลซาอุด ประทับด้านหลังพวงมาลัยรถยนต์ เพื่อยกย่อง "สตรีผู้บุกเบิกแห่งซาอุดีอาระเบีย" หลังถูกกล่าวหาว่าไม่ใส่ใจปัญหานักรณรงค์เรียกร้องสิทธิสตรีในการขับรถยนต์ถูกปราบปราม

คำสั่งยกเลิกข้อห้ามไม่ให้ผู้หญิงขับรถในซาอุดีอาระเบีย กำลังจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 มิ.ย. นี้ แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา กลับมีสตรีที่ออกมาเรียกร้องสิทธิ รวมถึงผู้สนับสนุนหลายคนถูกจับกุม ทำให้นิตยสารโว้ก อาระเบีย ถูกวิจารณ์ว่าละเลยประเด็นนี้ เนื่องจากยังมีสตรีนักรณรงค์อีกหลายคนอยู่ระหว่างถูกคุมขัง

นายมานูเอล อาร์โนต์ บรรณาธิการบริหารนิตยสาร โว้ก อาระเบีย ออกแถลงการณ์ปกป้องการตัดสินใจของกองบรรณาธิการ โดยระบุว่า "เป็นการเน้นย้ำและพูดถึงประเด็นหลักเกี่ยวกับสตรีในโลกอาหรับ" และการกราบทูลเชิญฯ เจ้าหญิงเฮย์ฟา มาขึ้นปก "ช่วยเน้นย้ำ" สิ่งที่ต้องการสื่อสารให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

"เราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกกับการให้ข้อมูล และการส่งเสริมให้เกิดการถกเถียงอย่างเหมาะสมในเรื่องที่สังคมสนใจ ดังนั้นเราตัดสินใจจะสื่อถึงเรื่องนี้ด้วยสัญลักษณ์และภาพอันทรงพลัง: เพื่อเรียกความสนใจในระดับภูมิภาคและบทบาทของสตรีในสังคมของซาอุดีอาระเบีย" นายอาร์โนต์ระบุในแถลงการณ์ที่ส่งให้บีบีซี

ขณะที่ผู้ใช้ทวิตเตอร์ชาวซาอุฯ บางราย โพสต์ข้อความวิจารณ์การขึ้นปกนิตยสารของเจ้าหญิง พร้อมวลีพาดหัวว่า "แรงผลักดันในการขับเคลื่อน" เช่น ผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่ใช้ชื่อว่า Sara ระบุว่า "ให้เจ้าหญิงที่ไม่เคยประสบความยากลำบากจากคำสั่งห้ามขับรถมาขึ้นปก ซึ่งครอบครัวของเธอเองก็เป็นผู้ออกกฎห้ามขับรถตั้งแต่แรก และจับผู้หญิงจำนวนมากเข้าคุกเพราะขับรถ และจับกุมนักรณรงค์สิทธิสตรีคนสำคัญที่เสี่ยงชีวิตและอิสรภาพเพื่อให้ยกเลิกข้อห้าม" ขณะที่ผู้ใช้ทวิตเตอร์บางรายนำภาพไปตัดต่อล้อเลียน โดยนำภาพของนักรณรงค์สิทธิสตรีมาแปะแทน

อย่างไรก็ตามผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์บางรายเห็นด้วยกับภาพปกนิตยสารนี้ เพราะ "ได้สร้างประวัติศาสตร์" ด้วยการกราบทูลเชิญเจ้าหญิงเฮย์ฟามาเป็นแบบ และยกย่องว่าพระองค์ทรงเป็น "แรงบันดาลใจ"

ด้านนายเซบาสเตียน อัชเชอร์ บรรณาธิการฝ่ายกิจการอาหรับของบีบีซี กล่าวว่า ข้อถกเถียงนี้ย้ำเตือนถึงอีกประเด็นเกี่ยวกับนิตยสารโว้กเมื่อปี 2011 ที่ตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับนางอัสมา อัสซาด สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของซีเรีย ในฉบับที่วางขายทั่วโลก ขณะที่สามีของเธอเริ่มใช้ความรุนแรงกดขี่ผู้ประท้วงรัฐบาล

Image copyright VOGUE ARABIA / BOO GEORGE
คำบรรยายภาพ ภาพเหล่านี้ถ่ายทำโดยนายบู จอร์จ ที่ทะเลทรายในนครเจดดาห์

สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานแห่งซาอุดิอาระเบีย ทรงประกาศเมื่อเดือน ก.ย. 2017 ว่าจะให้ยกเลิกข้อห้ามผู้หญิงขับรถ หลังจากมีผู้รณรงค์เรื่องนี้ติดต่อกันหลายปี ทั้งนี้แถลงการณ์จากโว้กระบุว่านิตยสารฉบับประจำเดือน มิ.ย. นี้ ทำขึ้นเพื่อฉลองการปฏิรูปวัฒนธรรมที่กำลังเกิดขึ้นในซาอุดีอาระเบีย ทัั้งนี้ในบทประทานสัมภาษณ์ของเจ้าหญิงเฮย์ฟา ระบุว่าทรงสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างแรงกล้า

นิตยสารโว้ก อาระเบีย ฉบับนี้ ยังมีบทความและบทสัมภาษณ์สตรีอีกหลายคนที่มีบทบาทสำคัญในสังคมของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงนักออกแบบแฟชัน นักฟุตบอล และช่างภาพ

ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ซาอุฯ

ซาอุดีอาระเบียเป็นประเทศสุดท้ายในโลกที่ห้ามผู้หญิงขับรถ แม้จะไม่ได้เขียนไว้ในกฎหมายอย่างชัดเจน แต่ผู้หญิงที่ขับรถในที่สาธารณะเสี่ยงถูกตำรวจจับและปรับได้ นอกจากนี้ ทางการออกใบอนุญาตขับขี่ให้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น กระทั่งสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน พระราชทานพระราชกฤษฎีกายกเลิกข้อห้ามผู้หญิงขับรถเมื่อปีก่อน

  • 27 ก.ย. 2017 สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานแห่งซาอุดิอาระเบีย โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้พระราชกฤษฎีกายกเลิกข้อห้ามผู้หญิงขับรถ โดยกำหนดให้มีผลบังคับใช้ในเดือน มิ.ย. 2018 เปิดทางให้หญิงอายุ 18 ปีขึ้นไปยื่นคำขอมีใบขับขี่ได้
  • 8 พ.ค. 2018 สำนักจราจรกลางซาอุดิอาระเบียแถลงให้ผู้หญิงเริ่มขับรถได้ตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย. เป็นต้นไป
  • 20 พ.ค. 2018 นางมานาล อัลชารีฟ หนึ่งในแกนนำสตรีชาวซาอุฯ ที่ร่วมรณรงค์เพื่อให้รัฐยกเลิกข้อห้ามผู้หญิงขับรถ ระบุว่าเธอถูกขู่ฆ่า โดยถูกกล่าวหาว่า "ทรยศชาติ" และร่วมมือกับกลุ่มอำนาจจากต่างประเทศ นอกจากนี้รอยเตอร์รายงานว่ามีนักรณรงค์รวม 12 คนถูกจับกุม ในจำนวนนี้คือ นางโลจาอิน อัลฮัธลุล ด้วย ขณะที่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกการข่มขู่เช่นนี้ว่าเป็นความพยายามทำให้อับอาย
Image copyright AFP/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ นางมานาล อัลชารีฟ หนึ่งในแกนนำสตรีชาวซาอุฯ ที่ร่วมรณรงค์เพื่อให้รัฐยกเลิกข้อห้ามผู้หญิงขับรถ

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม