กลุ่มสิทธิสตรีประณาม "ละครที่น่ารังเกียจของประธานาธิบดีผู้ชิงชังสตรี"

  • 4 มิถุนายน 2018
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
ประธานาธิบดีดูแตร์เตจูบคนงานหญิงฟิลิปปินส์

ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ของฟิลิปปินส์ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง หลังจากจูบคนงานหญิงชาวฟิลิปปินส์ระหว่างการเยือนเกาหลีใต้

ขณะปราศรัยกับคนงานฟิลิปปินส์ในเกาหลีใต้ นายดูแตร์เตได้เรียกผู้หญิงคนดังกล่าวขึ้นไปบนเวที และขอให้เธอจูบเขา ขณะที่มีเสียงเชียร์ดังมาจากฝูงชนด้านล่างเวที ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนงานฟิลิปปินส์ในต่างประเทศ (Overseas Filipino Workers--OFW) ในกรุงโซล ของเกาหลีใต้

ขณะที่กลุ่มกาเบรียลา ซึ่งเป็นกลุ่มเรียกร้องสิทธิสตรีของฟิลิปปินส์ เรียกเหตุการณ์นี้ว่า "ละครที่น่ารังเกียจของประธานาธิบดีผู้ชิงชังสตรี" แต่ หญิงคนดังกล่าว กล่าวภายหลังว่า การจูบนั้น "ไม่ใช่เรื่องประสงค์ร้าย"

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายดูแตร์เตถูกกล่าวหาเกี่ยวกับการทำตัวไม่เหมาะสมต่อผู้หญิง

ผู้หญิง 2 คนได้รับเชิญขึ้นไปบนเวทีเพื่อรับหนังสือเล่มหนึ่ง พวกเธอมีท่าทีตื่นเต้นดีใจอย่างเห็นได้ชัดที่ได้ยืนอยู่เคียงข้างนายดูแตร์เต

นายดูแตร์เต ได้กอดผู้หญิงคนแรก และจูบเธอที่แก้ม ก่อนที่จะทำท่าทางบอกให้ผู้หญิงคนที่สองจูบเขาที่ริมฝีปาก

หลังจากลังเลอยู่พักหนึ่ง พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะด้วยความประหม่าจากหญิงสาวคนดังกล่าว นายดูแตร์เตก็ได้ทำท่าทางเดิมซ้ำอีก จากนั้นก็ยื่นหน้าเข้าไปจูบเธอที่ริมฝีปาก

เสียงวิจารณ์จากโลกออนไลน์

ขณะที่ผู้หญิงคนดังกล่าวกำลังหัวเราะ และผู้คนด้านล่างส่งเสียงเชียร์ ในโลกอินเทอร์เนตก็ได้มีการแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์นี้อย่างมาก

กลุ่มเรียกร้องสิทธิสตรีกาเบรียลาได้ประณามเหตุการณ์นี้ โดยระบุว่า เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการหันเหความสนใจของผู้คนจากปัญหาด้านนโยบายต่าง ๆ และความนิยมที่ลดน้อยลงในตัวนายดูแตร์เต

"การแสดงความเป็นผู้ชายออกมาของเขา เป็นการสร้างความบันเทิงเพื่อกลบเกลื่อนความเป็นจริงที่ความนิยมในตัวเขาตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากปัญหาหลายอย่าง ทั้งการฆ่าคนโดยไม่เคารพกฎหมาย, กฎหมายการปฏิรูปภาษีเร่งด่วน (Tax Reform for Acceleration and Inclusion Law) และเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับทุจริตขนาดใหญ่ ซึ่งต่างส่งผลต่อการบริหารประเทศของเขาในตอนนี้" กลุ่มกาเบรียลาระบุในแถลงการณ์ที่ออกมาเมื่อวันจันทร์

สำนักข่าวฟิลิปปินส์ ระบุว่า ผู้หญิงคนดังกล่าวคือ บี คิม เธอกล่าวว่า ประธานาธิบดีได้ถามเธอว่ายังโสดอยู่หรือเปล่า ซึ่งเธอได้ตอบว่า เธอแต่งงานแล้วกับชาวเกาหลี

เธอกล่าวว่า ""ไม่ใช่เรื่องประสงค์ร้าย ในการจูบนี้ เหตุการณ์นี้ไม่ได้ "มีความหมายอะไรไปมากกว่าการสร้างความบันเทิงใจและทำให้ชาวฟิลิปปินส์คนอื่น ๆ ที่มารวมตัวกันรู้สึกมีความสุข"

นายดูแตร์เตเคยสร้างความไม่พอใจมาก่อนจากการแสดงความเห็นหลายอย่างที่ทำให้เขาถูกมองว่าเกลียดชังผู้หญิง

เมื่อเดือนเมษายน 2016 เขากล่าวระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งเกี่ยวกับการข่มขืนและฆาตกรรมมิชชันนารีชาวออสเตรเลียในปี 1989 ในเมืองดาเวา ซึ่งเขาเป็นนายกเทศมนตรีอยู่ในขณะนั้น

"ผมโกรธ เพราะเธอถูกข่มขืน" เขากล่าว "นั่นเรื่องหนึ่ง แต่เธอสวยด้วยสิ นายกเทศมนตรีน่าจะต้องได้ก่อน เสียของจริง ๆ" ต่อมาทำเนียบประธานาธิบดีได้ขอโทษต่อการแสดงความเห็นดังกล่าว

ในปีนี้ เขาได้กล่าวกับทหารฟิลิปปินส์ว่า พวกเขาควรจะยิงกบฏคอมมิวนิสต์ผู้หญิงที่อวัยวะเพศ

ทั้งสองเหตุการณ์นี้ ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ตามมาในสื่อสังคมออนไลน์

'ภาพลักษณ์ที่เข้มแข็งและมั่นใจ'

โฮเวิร์ด จอห์นสัน ผู้สื่อข่าว บีบีซี ฟิลิปปินส์

แม้ว่าประธานาธิบดีจะถูกกล่าวหาว่าเกลียดชังผู้หญิง แต่เขาก็ยังได้รับความนิยมในหมู่ชาวฟิลิปปินส์ และกลุ่มคนงานฟิลิปปินส์ในต่างประเทศ

คนงานฟิลิปปินส์ในต่างประเทศที่ผู้สื่อข่าวบีบีซีได้พูดคุยด้วยบอกว่า พวกเขาชอบนายดูแตร์เต เพราะเขาแสดงให้เห็นถึงภาพลักษณ์ที่เข้มแข็งและมั่นใจของชาวฟิลิปปินส์ เขาเป็นพ่อที่ดูแลประเทศและลูก ๆ ขณะที่พวกเขาทำงานในต่างประเทศ

พยาบาลชาวฟิลิปปินส์ที่ทำงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอนของอังกฤษ กล่าวว่า เธอคิดว่าสื่อตะวันตกมีอคติต่อประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ และไม่รายงานข่าวเกี่ยวกับเขาอย่างถูกต้อง

ผู้ต่อต้านรัฐบาล ระบุว่า บรรดาบล็อกเกอร์ที่สนับสนุนรัฐบาล ได้พุ่งเป้าไปที่คนงานฟิลิปปินส์ในต่างประเทศในสื่อสังคมออนไลน์ พวกเขาบอกว่า มีการโพสต์ตามช่องทางต่าง ๆ อย่างเช่น เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ ทำให้ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์มีภาพลักษณ์ที่ดี ซึ่งเป็นสิ่งที่คลาดเคลื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม