พบสารอินทรีย์ที่ซับซ้อนบนดาวอังคาร ชี้อาจเป็นอาหารของสิ่งมีชีวิตได้

พาหนะตระเวนสำรวจพื้นผิวดาวอังคาร "คิวริออซิที โรเวอร์" (Curiosity Rover)

ที่มาของภาพ, NASA/JPL-CALTECH/MSSS

คำบรรยายภาพ,

พาหนะตระเวนสำรวจพื้นผิวดาวอังคาร "คิวริออซิที โรเวอร์" (Curiosity Rover)

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯหรือนาซา แถลงว่าพาหนะตระเวนสำรวจพื้นผิวดาวอังคาร "คิวริออซิที โรเวอร์" (Curiosity Rover) ได้ขุดพบสารอินทรีย์ซึ่งเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีความซับซ้อน จากใต้พื้นผิวดาวอังคารบริเวณแอ่งขนาดใหญ่ที่เคยเป็นทะเลสาบมาก่อน

สารอินทรีย์ดังกล่าวปะปนอยู่ในหินโคลน (Mudstone) ที่มีอายุเก่าแก่ 3 พันล้านปี ซึ่งหินนี้จมอยู่ในชั้นตะกอนของแอ่งเกล (Gale Crater) ลึกลงไปใต้พื้นผิวดาวเพียงไม่กี่เซนติเมตร

เมื่อหุ่นยนต์สำรวจนำตัวอย่างหินดังกล่าวไปให้ความร้อนในเตาอบที่อุณหภูมิ 500-820 องศาเซลเซียส พบว่ามีไอระเหยของสารประกอบอะโรมาติก 2 ชนิด คือสารประกอบจำพวกไธโอฟีน (Thiophene) และสารประกอบอะลิฟาติก (Aliphatic) ออกมา

ทีมวิจัยขององค์การนาซาชี้ว่า สารอินทรีย์ที่พบดังกล่าวน่าจะเป็นส่วนประกอบหนึ่งของสารเคมีที่มีความซับซ้อนยิ่งกว่านั้น ซึ่งหากดาวอังคารเคยมีสิ่งมีชีวิตจำพวกจุลชีพอยู่ สารอินทรีย์ที่พบนี้จะสามารถเป็นอาหารและช่วยเกื้อหนุนต่อการดำรงชีวิตของพวกมันได้

อย่างไรก็ตาม การค้นพบสารอินทรีย์ดังกล่าว ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่าดาวอังคารมีสิ่งมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันหรือเคยมีสิ่งมีชีวิตในครั้งอดีตแต่อย่างใด เนื่องจากยังไม่สามารถพิสูจน์ถึงที่มาของสารอินทรีย์ที่พบได้ว่า มาจากสิ่งมีชีวิตหรือเพียงเกิดจากปฏิกิริยาเคมีในหินตามธรรมดา หรืออาจได้มาจากอุกกาบาตที่พุ่งชนพื้นผิวดาวก็เป็นได้

คำบรรยายภาพ,

คาดว่าดาวอังคารอาจมีแหล่งมีเทนใต้ดินในรูปของมีเทนไฮเดรต หรือ "น้ำแข็งติดไฟ" เช่นเดียวกับที่พบบนโลก

มีการตีพิมพ์ผลการค้นพบครั้งนี้ในวารสาร Science โดยมีรายงานการวิจัยอีกฉบับหนึ่งที่ตีพิมพ์คู่กันระบุด้วยว่า ปริมาณก๊าซมีเทนในชั้นบรรยากาศของดาวอังคารนั้นเพิ่มขึ้นและลดลงเป็นวงจรตามฤดูกาล โดยสภาพอากาศที่อบอุ่นทำให้มีการปลดปล่อยก๊าซมีเทนจากใต้ดินเพิ่มมากขึ้นกว่าในฤดูหนาวถึง 3 เท่า ซึ่งการค้นพบนี้ยังไม่เพียงพอที่จะชี้ว่า ความเปลี่ยนแปลงของปริมาณมีเทนเป็นผลมาจากกิจกรรมของสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารหรือไม่

ก่อนหน้านี้เคยมีรายงานการค้นพบสารอินทรีย์บนดาวอังคารมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2015 โดยพบว่าเป็นสารที่มีคลอรีนเป็นส่วนประกอบ แต่ภายหลังกลับมีข้อสงสัยว่าอาจมีการปนเปื้อนหรือมีความผิดพลาดทางเทคนิคเกิดขึ้น จึงไม่สู้มีผู้ยอมรับผลการค้นพบครั้งนั้นเท่าที่ควร

ที่มาของภาพ, ESA

คำบรรยายภาพ,

ดาวเทียม Trace Gas Orbiter ขององค์การอวกาศยุโรป เริ่มสำรวจปริมาณมีเทนในบรรยากาศของดาวอังคารแล้ว

นับแต่ลงจอดบนดาวอังคารเมื่อ 6 ปีก่อน พาหนะตระเวนสำรวจคิวริออซิที โรเวอร์ ได้ออกปฏิบัติการเป็นระยะทางไกลรวม 19.3 กิโลเมตรแล้ว ส่วนนาซานั้นมีแผนจะขุดสำรวจใต้พื้นผิวดาวอังคารที่ระดับความลึกมากขึ้นในอนาคตด้วยหุ่นยนต์สำรวจในโครงการเอ็กโซมาร์ส (ExoMars)