ฟุตบอลโลก 2018: 7 ชุดสถิติที่น่าสนใจในอดีตและปัจจุบัน

  • 13 มิถุนายน 2018
ภาพโปรโมชาร์ตเวิลด์คัพ

เยอรมนีเตะลูกโทษเก่งจริง ๆ หรือเปล่า? การเป็นเจ้าภาพได้เปรียบแค่ไหน? กองหลังเม็กซิโกคนไหนที่ทำประตูในเวิลด์คัพได้เท่ากับคริสเตียโน โรนัลโด?

คำถามเหล่านี้มีคำตอบ และยังมีอีกหลายเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 บีบีซีรวบรวมไว้ใน 7 ชาร์ตต่อไปนี้

1. ชาติไหนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมากที่สุด ?

บราซิลนำมาเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยสถิติเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกมาแล้ว 5 สมัย โดยชัยชนะครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในปี 2002 แต่ในปี 2014 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน กลับตกรอบรองชนะเลิศอย่างไปน่าอับอาย ในนัดที่พ่ายให้กับเยอรมนีไป 7 ประตู ต่อ 1

ปัจจุบันยังไม่มีชาตินอกยุโรปหรืออเมริกาใต้คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้เลย โดยผู้ชนะ 3 ครั้งล่าสุด ได้แก่ เยอรมนี สเปน และอิตาลี ทำให้ยุโรปคว้าแชมป์รวม 11 ครั้ง ส่วนอเมริกาใต้ได้ทั้งหมด 9 ครั้ง

2. ใครทำประตูได้มากที่สุด?

มิโรสลาฟ โคลเซ่ ดาวยิงจากเยอรมนีครองอันดับ 1 ด้วยสถิติ 16 ประตูจากการเข้าร่วมเวิลด์คัพ 4 ครั้ง เขาแขวนสตั๊ดมาตั้งแต่ปี 2016 แต่จะเดินทางไปยังรัสเซีย เจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลโลกปีนี้ ในฐานะเจ้าหน้าที่ของทีมชาติเยอรมนี

โรนัลโด ของบราซิล ตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยสถิติ 15 ประตู ในจำนวนนี้ 8 ประตูเกิดขึ้นในปีที่บราซิลคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2002

ส่วน ฌุสต์ ฟอนเทน นักเตะฝรั่งเศสครองสถิติทำประตูได้มากที่สุดในการแข่งขันทัวร์นาเมนต์เดียว โดยยิงไปถึง 13 ประตูจากการลงเตะ 6 นัด ในฟุตบอลโลกปี 1958

3. นักเตะปัจจุบันใครทำประตูได้มากที่สุด?

ในบรรดานักเตะที่เคยทำประตูในฟุตบอลโลกได้ตั้งแต่ 10 ลูกขึ้นไป มีเพียงโทมัส มูลเลอร์ ของเยอรมนี เพียงคนเดียวเท่านั้น ที่จะเดินทางไปร่วมการแข่งขันที่รัสเซียครั้งนี้

หากมูลเลอร์ต้องการครองสถิติเป็นที่หนึ่งร่วมกับเพื่อนร่วมชาติ อย่าง โคลเซ่ มูลเลอร์จะต้องยิงให้ได้มากกว่า 5 ประตูในทัวร์นาเมนต์นี้

ส่วน ฮาเมส โรดริเกซ กองหน้าโคลอมเบีย เจ้าของรางวัลรองเท้าทองคำเมื่อครั้งที่แล้ว หากครั้งนี้เขายังทำผลงานได้ดีเหมือนเดิม ก็จะทำให้เขาขึ้นไปอยู่ในกลุ่มผู้ทำประตูสูงสุด

นอกจากนี้ ราฟาเอล มาร์เกซ ซึ่งเป็นกองหลังเพียงคนเดียวในกลุ่มบรรดานักเตะทำประตูสูงสุด จะร่วมลงเตะฟุตบอลโลกในนามทีมชาติเม็กซิโกเป็นครั้งที่ 5 ในปีนี้ เขามีสถิติทำประตูในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้เท่ากับ คริสเตียโน โรนัลโด

4. แต่ละทีมยิงประตูกันน้อยลง

การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดมีสถิติการยิงประตูต่อการเตะหนึ่งนัดที่ต่ำอย่างมาก อย่างน้อยก็ต่ำที่สุดเมื่อนับย้อนกลับไปถึงปี 1966 ซึ่งเป็นปีแรกที่บริษัทอ็อปตา (Opta) ผู้เชี่ยวชาญด้านสถิติฟุตบอลเริ่มจัดเก็บข้อมูล

แต่ถึงอย่างนั้น การทำประตูเฉลี่ย 2.7 ประตูต่อการเตะหนึ่งนัดในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ก็ถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่การแข่งขันที่สเปนในปี 1982

นอกจากนี้ ดูเหมือนสถิติการยิงจากระยะไกลก็มีจำนวนลดลงด้วย โดยตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การเปรียบเทียบการยิงประตูในนัดชิงชนะเลิศครั้งที่แล้ว กับการยิงประตูในนัดชิงปี 1966 ที่อังกฤษคว้าแชมป์ไปได้ ตามข้อมูลของอ็อปตา

ในรอบชิงชนะเลิศปี 1966 มีการยิงประตูจากนอกกรอบเขตโทษเป็น 2 เท่าของจำนวนที่ยิงจากด้านในกรอบ ส่วนในรอบชิงชนะเลิศปี 2014 มีการยิงประตูทั้งหมดราว 20 ครั้ง และส่วนใหญ่เป็นการยิงในบริเวณกรอบเขตโทษ

5. แม้อังกฤษมีผลงานไม่ดี แต่นักเตะพรีเมียร์ลีกยังได้ไปบอลโลกมากที่สุด

นับตั้งแต่คว้าชัยในปี 1966 อังกฤษเคยผ่านเข้าไปถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ประเทศต่าง ๆ เลิกเรียกตัวนักเตะจากพรีเมียร์ลีกของอังกฤษเข้าร่วมทีมชาติ

แม้ว่านักเตะหลายคนอย่าง เลรอย ซาเน, มาร์กอส อลอนโซ และ เดวิด ลูอิซ จะไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ แต่นักเตะจากพรีเมียร์ลีกก็ยังเข้าร่วมการแข่งขันมากกว่านักเตะจากทุกลีก

เมื่อดูจากประกาศรายชื่อนักเตะของทุกชาติ ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งนี้จะมีผู้เล่นถึง 130 คนที่เล่นให้กับสโมสรใน 3 ลีกชั้นนำของอังกฤษ ขณะที่มีเพียง 81 คนที่เล่นในลีกของสเปน และ 67 คนที่เล่นให้กับลีกของเยอรมนี มีเพียงอุรุกวัย, ปานามา, ซาอุดีอาระเบีย และรัสเซีย เท่านั้นที่ไม่มีนักเตะจากลีกของอังกฤษแม้แต่คนเดียว

อังกฤษยังเป็นเพียงประเทศเดียวที่นักเตะทั้ง 23 คนมาจากลีกภายในประเทศ กลับกันสวีเดนและเซเนกัลเป็นเพียง 2 ชาติที่ไม่มีนักเตะร่วมทีมที่มาจากลีกในประเทศเลย

6. ทีมชาติเจ้าภาพทำผลงานได้ดีแค่ไหน?

ไม่มีใครในบราซิลลืมการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 2 ครั้งของบราซิล นั่นคือในปี 1950 ที่บราซิลเสียตำแหน่งแชมป์ให้อุรุกวัย ในรอบชิงชนะเลิศ และในปี 2014 ที่แพ้เยอรมนีไป 7 ประตูต่อ 1 ในรอบ 4 ทีมสุดท้าย ทั้งสองครั้งถือเป็นเรื่องอับอายขายหน้าของชาติ

แต่ประเทศอื่นที่เป็นเจ้าภาพส่วนใหญ่มีผลงานดีกว่า เมื่อได้แรงเชียร์จากในประเทศ เจ้าภาพปีนี้อย่าง รัสเซีย ที่อยู่ร่วมกลุ่มกับ อุรุกวัย, อียิปต์ และซาอุดีอาระเบีย ก็หวังเช่นนั้น และหากพวกเขาผ่านรอบแบ่งกลุ่มไปได้ แอฟริกาใต้ก็จะเป็นชาติเจ้าภาพชาติเดียวที่ตกรอบแรกเวิลด์คัพต่อไป

7. การดวลจุดโทษ

มีนักเตะเยอรมนีเพียงคนเดียวที่เคยยิงจุดโทษพลาด และเยอรมนีสามารถเอาชนะการดวลจุดโทษทั้ง 4 ครั้งของพวกเขาในฟุตบอลโลก โดยทำประตูจากการดวลจุดโทษได้ 15 ประตูติดต่อกันนับตั้งแต่สถิติปี 1982

ส่วนทีมชาติอังกฤษเป็นทีมที่มีผลการดวลจุดโทษแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย โดยจากการดวลจุดโทษ 3 ครั้ง แพ้รวดทั้ง 3 ครั้ง

อิตาลี ก็เคยพ่ายแพ้อย่างเจ็บปวดจากการดวลจุดโทษมาแล้ว 3 ครั้ง รวมถึงในนัดชิงชนะเลิศเวิลด์คัพปี 1994 เมื่อโรแบร์โต บาจโจ ยิงลูกบอลข้ามคาน แต่ชัยชนะเหนือฝรั่งเศสในปี 2006 ก็น่าจะพอชดเชยความรู้สึกเจ็บปวดของอิตาลีได้บ้าง

ออกแบบกราฟิกโดย จอย โรซัส และ ซานดรา โรดริเกซ ชิยิดา

วิธีการ

สำหรับกราฟิก 'ทีมที่เป็นเจ้าภาพ มีแนวโน้มทำคะแนนต่อนัดได้ดีกว่า' ข้อมูลที่เราได้มาจากฟีฟ่านับผลการแข่งขันกรณีที่ต้องดวลจุดโทษว่า เสมอกัน แต่นับเป็นผลแพ้หรือชนะเมื่อมีการต่อเวลาพิเศษ เราให้ทีมที่ชนะ 3 คะแนน และหากเสมอกันได้ 1 คะแนนทั้งในรอบแบ่งกลุ่มและรอบแพ้แล้วตกรอบ

'ค่าเฉลี่ย' มาจากประเทศที่เคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเท่านั้น ไม่ได้มาจากค่าเฉลี่ยของทุกทีมที่เคยเข้าร่วมเวิลด์คัพ

ส่วนกราฟิก 'นักเตะฝีเท้าดีจากในประเทศ' เราคิดเฉพาะ 11 ประเทศที่มีจำนวนผู้เล่นเล่นในประเทศตัวเองมากที่สุด สโมสรต่าง ๆ ที่นักเตะเข้าร่วมเป็นข้อมูลทางการจากฟีฟ่าเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม

รอบรั้วบีบีซี