ความในใจของชายที่ “เสียความบริสุทธิ์” เมื่ออายุ 37 ปี

  • 19 มิถุนายน 2018
ภาพวาดชายนอนหลับ

โดยเฉลี่ยแล้วผู้ชายมักจะเสียความบริสุทธิ์ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น แต่สิ่งนี้ไม่ได้เกิดกับทุกคนเสมอไป "โจเซฟ" ปัจจุบันอยู่ในวัย 60 ปี และเป็นม่าย เล่าความรู้สึกคับข้องใจและอับอายที่เกิดขึ้นตอนที่เขามีอายุ 30 ปีเศษ แต่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เลย ซึ่งนั่นทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกตีตราจากสังคม

ผมเป็นคนขี้อายและขี้กังวล แต่ผมไม่ใช่คนโดดเดี่ยว ตั้งแต่ตอนเรียนชั้นมัธยมผมมีเพื่อนทั้งเด็กผู้หญิงและผู้หญิงรายล้อม ทว่าผมไม่เคยเปลี่ยนความสัมพันธ์ฉันเพื่อนเป็นความสัมพันธ์อันใกล้ชิดได้เลย

ผมรู้ดีว่าเมื่อเข้ามหาวิทยาลัยก็คงจะไม่มีแฟนเพราะผมขาดความมั่นใจในตัวเอง และเชื่ออยู่ลึก ๆ ว่าคงไม่มีใครเห็นว่าผมมีอะไรที่น่าดึงดูดใจ ที่รู้สึกแบบนี้ก็เพราะผมไม่เคยมีแฟนเลยตั้งแต่ตอนเป็นวัยรุ่น

ผมไม่เคยพูดเรื่องนี้กับเพื่อน และไม่เคยมีใครถามด้วย หากเพื่อนถามผมคงเคืองเหมือนกันเพราะตอนนั้นการไม่มีแฟนเป็นสิ่งที่ทำให้ผมอับอาย

ผมเชื่อว่าสังคมคงไม่ตัดสินคนเพียงเพราะเขาไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ แต่ในเวลาเดียวกันผมก็คิดว่าอะไรก็ตามที่ดูต่างไปจากปกติ มีแนวโน้มจะถูกมองว่าแปลกประหลาด

ผมรู้สึกว่ามันมีการลงทุนทางวัฒนธรรมที่ชี้ให้เห็นถึง "ความสำเร็จ" เกี่ยวกับผู้หญิง หากนึกถึงเพลงหรือภาพยนตร์ดังทั้งหลาย เนื้อเรื่องก็ล้วนพูดถึงเรื่องการมีแฟนตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น หรือการเป็นชายเต็มตัว ผมรู้สึกว่าทั้งหมดนั้นมันมีแต่ทำให้ผมรู้สึกอับอาย

Image copyright Getty Images

แน่นอนว่าเพื่อนฝูงของผมต่างมีแฟน ผมได้แต่เฝ้าดูพวกเขาจีบกัน เป็นแฟน และแต่งงาน ส่วนตัวผมเองก็ยิ่งไม่มั่นใจมากขึ้นทุกที รู้สึกโดดเดี่ยวและหดหู่ (แม้ตอนนั้นจะไม่รู้ตัวก็ตาม) สาเหตุอาจจะเป็นเพราะผมไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ในเวลาเดียวกันผมก็ไม่เคยใกล้ชิดสนิทสนมกับเพศตรงข้ามเลย

ผมมานึกย้อนกลับไปถึงชีวิตช่วงนั้นกับเมื่อ 15-20 ปีก่อน แทบจะไม่เคยมีใครสัมผัสหรือกอดผมเลย นอกจากพ่อ แม่และพี่สาวน้องสาว นอกจากนั้นไม่มีเลย ไม่มีใครเคยอยู่ใกล้ชิดตัวผมเลย นี่คือสิ่งที่ผมอธิบายว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของการมีเพศสัมพันธ์อย่างเดียว

ในตอนนั้นหากผมพบใครสักคนที่ผมชอบ ผมไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรือพึงพอใจใด ๆ แต่ผมกลับรู้สึกเศร้า หดหู่ รู้สึกสิ้นหวังกับทุกอย่าง

นี่ไม่ใช่เป็นเพราะผมกลัวการถูกปฏิเสธ มันไม่เกี่ยวเลย เพราะผมค่อนข้างแน่ใจอยู่แล้วว่าคงไม่มีใครชอบผมกลับ ฟังดูเหมือนกับว่าเป็นกลไกป้องกันตัวเองของผม แต่ตอนนั้นผมเริ่มรู้สึกลึก ๆ ว่าการเข้าไปทำความรู้จักผู้หญิงก่อนเป็นสิ่งผิด และอาจเป็นการยัดเยียดตัวเองให้พวกเธอ ผมรู้สึกว่าผู้หญิงมีสิทธิ์ที่จะใช้ชีวิตและออกไปไหนตอนกลางคืนได้โดยไม่ต้องมีใครมารบกวน

Image copyright Getty Images

ผมมีความสัมพันธ์ฉันเพื่อนกับผู้หญิงที่ผมรู้สึกชอบอยู่หลายคน ผมแน่ใจเลยว่าพวกเธอไม่รู้หรอกว่าผมแอบชอบพวกเธออยู่ ความรู้สึกของผมในตอนนั้นคงคิดว่าพวกเธอไม่สนใจผม แต่หากให้มองย้อนกลับไปจากวันนี้ ผมไม่รู้จริง ๆ ว่ามันเป็นอย่างไร แต่ผมคิดว่าตัวเองนั้นขาดทั้งความมั่นใจและความน่าดึงดูดใจ

ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนเลยที่ชวนผมไปออกเดท ซึ่งถ้ามีก็คงจะดี! แต่การที่ผู้หญิงจะชวนผู้ชายออกเดทอาจจะไม่เป็นที่ยอมรับก็ได้ในตอนนั้น

พอผมอายุได้สามสิบปีเศษ ๆ ผมก็กลายเป็นคนที่มีอาการซึมเศร้า หมอสั่งจ่ายยาต้านอาการซึมเศร้า และผมเริ่มไปรับคำปรึกษาจากจิตแพทย์ ซึ่งนั่นถือเป็นจุดเปลี่ยน

Image copyright Getty Images

อย่างแรกก็คือผมเริ่มมีความมั่นใจขึ้น อย่างที่สองผมคิดว่ายาต้านอาการซึมเศร้าอาจใช้ได้ผล ผมว่ามันทำหน้าที่เหมือนเป็นยาแก้อาการอาย ได้ด้วยเหมือนกัน

อีกอย่างหนึ่งผมโตขึ้นหน่อยแล้วด้วยในตอนนั้น ผมเริ่มชวนคนออกเดท และเป็นแฟนกันในช่วงเวลาสั้น ๆ จำได้ว่าตอนออกเดทครั้งแรกผมรู้สึกตื่นเต้นและประหม่า แต่ก็ "รู้สึกดี และชอบ" หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์เราก็เริ่มมีอะไรกัน ตอนนั้นผมไม่ใช่วัยรุ่นแล้ว ผมรู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่ และรู้สึกว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นมันทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นและมีความสุข พูดง่าย ๆ ว่าการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกของผมกับเธอนั้นไม่เลวร้ายเลย แต่ผมไม่ได้บอกเธอนะครับว่าผมไม่เคยเสียความบริสุทธิ์ให้ใคร ซึ่งหากเธอถามผมก็จะบอกเธอไปตามตรง

หลังจากนั้นราวปีครึ่ง ผมก็ได้พบกับผู้หญิงที่มาเป็นภรรยาของผม เราพบกันในที่ทำงาน เธอน่ารักมาก มีดวงตาคู่โตที่ดูเปี่ยมไปด้วยความฝัน เราออกเดทกันครั้งแรกในวันที่ผมมีอายุครบ 40 ปี และแต่งงานกันในอีก 18 เดือนหลังจากนั้น

Image copyright Getty Images

เธอเป็นผู้หญิงที่พิเศษ เธอรักผมอย่างไม่มีเงื่อนไข ผมเล่าเรื่องราวของตัวเองให้เธอฟังอย่างเปิดอก ซึ่งเธอก็รับได้และไม่เคยวิพากษ์วิจารณ์

เราอยู่ด้วยกันนาน 17 ปี แต่ช่างเศร้าเหลือเกินที่เธอเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อสามปีที่แล้ว ผมรู้สึกมาตลอดว่าได้พบเธอช้าเกินไปและกลับสูญเสียเธอเร็วเกินไป แต่ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าหากเราพบกันตอนที่ผมยังหนุ่มกว่านั้น เธอจะสนใจผมไหม

ผมมานั่งนึกถึงชีวิตตัวเองตอนยังเป็นหนุ่มด้วยความผิดหวัง ผมไม่เคยรู้เลยว่าการมีความรัก หรือคบเพศตรงข้ามตอนเป็นหนุ่มนั้นเป็นอย่างไร สนุกสนานแค่ไหน

สิ่งที่ผมอยากแนะนำคือว่า หากใครอยู่ในสถานการณ์เดียวกันนี้ จะต้องจัดการกับมันอย่างจริงจัง โดยคนรอบข้างควรใส่ใจช่วยเหลือ เพราะคนเหล่านี้แทบจะไม่อยู่ในความสนใจของใคร

หากคุณรู้จักใครที่ไม่เคยมีแฟนละก็ อย่าคิดว่าเขาไม่ต้องการมีแฟน ขอให้ช่วยชี้แนะแนวทางและบอกให้เขารู้ว่าทุกคนรู้สึกประหม่าเหมือนกันเวลาจะชวนใครไปออกเดทครั้งแรก

ความรู้สึกอยากใกล้ชิดกับใครสักคนนั้นถือเป็นเรื่องปกติของปุถุชนธรรมดา หากเราปฏิเสธสิ่งนี้ก็เท่ากับเราปฏิเสธส่วนเสี้ยวของความเป็นคนในตัวเราเอง

การตามหาความรักนั้นเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลในชีวิตของคนเรา และการไม่มีความรักก็ไม่ใช่ความผิดของใครทั้งสิ้น แต่เป็นเพียงสภาวะที่เกิดขึ้นเท่านั้น

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม