ถ้ำหลวง: ตามดูภารกิจของ “คนตัวเล็ก ๆ” ที่ไม่หยุดหย่อนยามค่ำคืน

  • 7 กรกฎาคม 2018
คนหลับบนรถ Image copyright Kaona Pongpipat/BBC Thai

ตีสองกว่า ผู้สื่อข่าวหลายร้อยคนกลับที่พักไปเกือบหมดแล้ว นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่บริเวณถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนน่าทึ่งและน่าสะพรึงกลัวที่สุด

จากจุดรับ-ส่งคน ทางลูกรังราว 500 เมตรที่จะนำไปสู่บริเวณถ้ำมืดสนิท เป็นความมืดในที่โล่งและมีลมเย็นพัดแผ่วเบานี้ที่ชวนให้คิดว่า "ความมืด" สำหรับเด็ก 12 คนและโค้ชของพวกเขาภายในถ้ำลึกจะมีนิยามแตกต่างจากของเราแค่ไหน

ท่ามกลางความมืด เครื่องสูบน้ำบาดาลทำงานต่อเนื่อง สูบน้ำออกไม่ขาดสาย

"มากน้อยแค่ไหนไม่รู้ แต่ต้องซึมลงมาบ้าง"

ดึกสงัดเช่นนี้ สำหรับคนวัย 60 ปี ส่วนใหญ่ อาจเป็นเวลาสำหรับการเอนหลังดูโทรทัศน์ หรืออ่านหนังสือสักเล่มก่อนนอน แต่สำหรับ วรพันธ์ ปรีดาพันธุ์ ช่างเจาะบาดาลวัย 60 ปี ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จากจังหวัดลำปาง เขาต้องเข้าเวรตลอดคืนเพื่อให้มั่นใจว่า เครื่องสูบน้ำบาดาลทั้งสามตัวบริเวณใกล้ปากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ดำเนินไปอย่างราบรื่น

Image copyright Kaona Pongpipat/BBC Thai
คำบรรยายภาพ วรพันธ์ ปรีดาพันธุ์ ช่างเจาะบาดาลวัย 60 ปี

"นี่ครั้งแรก ไม่เคยเจอปัญหาแบบนี้" วรพันธ์เล่าถึงภารกิจนี้ซึ่งยากที่สุดที่เคยเจอมาในชีวิตการทำงาน โดยพวกเขาดำเนินงานต่อเนื่องมาตั้งแต่ปฏิบัติการช่วยเหลือเริ่มต้นเมื่อปลายเดือน มิ.ย.

สารในน้ำบาดาลที่ทดสอบแล้วพบว่าเป็นชนิดเดียวกับน้ำตัวอย่างที่เก็บมาจากบริเวณในถ้ำทำให้ทีมงานมั่นใจว่าเป็นน้ำที่มาจากชั้นเดียวกัน นั่นหมายความว่าน้ำที่กำลังถูกระบายพุ่งออกอย่างต่อเนื่องนั้นมีผลช่วยให้ระดับน้ำในถ้ำที่เด็ก ๆ กำลังติดอยู่ลดลงแน่นอน

"มามากน้อยไม่รู้ แต่ต้องซึมลงมาบ้าง" วรพันธ์ กล่าวพร้อมกับบอกต่อว่า วิธีช่วยมีวิธีเดียวคือ สูบน้ำออกมาให้มากที่สุดให้เด็ก ๆ สามารถลอยคอออกมาได้ อย่างไรก็ตาม เขาบอกว่า การรอให้ระดับน้ำลดลงเป็นเรื่องยากเนื่องจากป่าเขาบริเวณด้านบนยาว "ไม่รู้กี่กิโล" และก็ยังมีจำนวนน้ำปริมาณมากจากรากไม้ที่จะซึมตามรอยแตกของภูเขาที่เป็นหินปูนทำให้เหมือนมี "ฝนตกในถ้ำ" แม้ฝนจะไม่ตกลงมาเพิ่มก็ตาม

Image copyright Kaona Pongpipat/BBC Thai
คำบรรยายภาพ เครื่องสูบน้ำบาดาลทั้งสาม

วรพันธ์พาบีบีซีไทยลุยโคลนไปดูเครื่องสูบน้ำบาดาลที่เจาะลงลึกถึง 52 เมตรในดินและสามารถระบายน้ำได้ถึงห้าหมื่นลิตรต่อชั่วโมง เขาได้แต่หวังว่ารอยแตกสักอันจะเป็นอันเดียวกันกับรอยแตกในถ้ำซึ่งจะช่วยให้ระดับน้ำลดลงได้

เขาบอกไม่กล้าเดาว่าท้ายที่สุดแล้ว ปฏิบัติการการช่วยเหลือนี้จะออกมาเช่นไร แต่เจ้าหน้าที่แต่ละฝ่ายก็ต่างช่วยกันอย่างเต็มที่

"มันก็เยาวชนของชาติ คนไทยด้วยกัน ขนาดต่างชาติเขายังมาช่วยกันเยอะแยะ เขาเสียสละกันมา" วรพันธ์กล่าว

Image copyright Kaona Pongpipat/BBC Thai

ล่าสุด ตอนสายของวันที่ 7 ก.ค. นายณรงศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายฯ เผยถึงปฏิบัติการกู้ภัยที่ต้องเกิดขึ้นเร็ววันนี้เนื่องจากกังวลว่าฝนจะตกลงมาอีก และมีโอกาสท่วมถึงเนินนมสาวซึ่งเป็นจุดที่ 13 ชีวิตพักคอยอยู่ และนอกจากเหล่าผู้บัญชาการปฏิบัติการและนักดำน้ำทั้งไทยและเทศผู้เชี่ยวชาญที่ปรากฎอยู่บนหน้าสื่อทุกเมื่อเชื่อวัน ยังมีอีกหลายชีวิตที่กำลังทำงานไม่หยุดหย่อน "ในความมืด" โดยบอกเป็นเสียงเดียวกันทำหน้าที่ด้วยความเต็มใจเพราะว่า "มีชีวิตอยู่ข้างใน"

แข่งกับเวลา

เกือบตีสามแล้ว ที่หน้าเต๊นท์บริการอาหารว่าง ทีมงานจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสองคนกำลังหยิบขนมขบเคี้ยว และดื่มน้ำเพื่อช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้นบ้างขณะต้องทำงานติดต่อกันยาว 14 ชั่วโมง

Image copyright Kaona Pongpipat/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ทีมงามการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

พวกเขาทั้งสองปฏิเสธที่จะให้ชื่อจริงกับบีบีซีไทย เนื่องรู้สึกว่าเป็นเพียงทีมงานตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง แต่ก็เล่าให้ฟังว่าทีมงานการไฟฟ้ากำลังทำงานอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อให้ไฟฟ้าได้เข้าไปในตัวถ้ำลึกที่สุดที่จะทำได้เพื่อแสงสว่างและสำหรับชาร์จแบตเตอรีวิทยุในการสื่อสาร

พวกเขาเล่าว่า ขณะนี้ทีมงานได้ต่อสายไฟเข้าไปถึงโถงที่สามของถ้ำแล้ว โดยเป้าหมายสูงสุดก็คือการต่อเข้าไปจนถึงลึกที่สุด

Image copyright Kaona Pongpipat/BBC Thai
Image copyright Kaona Pongpipat/BBC Thai

สิ่งที่แตกต่างจากงานที่ผ่าน ๆ มา คือ ในขณะที่งานทั่วไปสามารถค่อย ๆ ทำไปได้จนเสร็จ ภารกิจนี้ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุดเพราะความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน แต่ก็รู้สึก "กระปรี้กระเปร่า" กว่าทุกครั้งเพราะว่ารู้ดีว่ามีชีวิตที่รออยู่ภายใน

ต่างทำตามหน้าที่

อีกด้านหนึ่ง บริเวณถนนที่มุ่งสู่ปากถ้ำ ดินโคลนแฉะริมทางลูกรังสามารถกลืนข้อเท้าคุณเข้าไปได้เกือบถึงแข้ง และทำเลแบบนี้คือที่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากปักเก้าอี้พลาสติกนั่งลงประจำการทั้งคืน ไม่ปริปากบ่นกลิ่นหึ่งของปัสสาวะที่ไหลลงมาจากบริเวณห้องน้ำชั่วคราวข้างบน

Image copyright Kaona Pongpipat/BBC Thai
Image copyright Kaona Pongpipat/BBC Thai

เส้นทางขึ้นลงจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนถูกปรับให้เป็นวิ่งแบบทางเดี่ยว ขึ้นทางหนึ่งและลงอีกทางหนึ่ง และพวกเขาอาจถูกมองข้ามไปเมื่อนึกถึงเส้นเดินทางสัญจรที่สะดวกคล่องแคล่วของเจ้าหน้าที่กู้ภัย สื่อมวลชน และผู้มีส่วนร่วมในปฏิบัติในครั้งนี้

ในช่วงที่ปฏิบัติการช่วยเหลือใกล้ขึ้นมาทุกที หลายคนอื่นอาจมองข้ามว่า "เส้นทาง" ที่พวกเขาวางไว้ และยืนกำกับตลอดทาง ตลอดวันตลอดคืน จะเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่สุดต่อความปลอดภัยของทั้ง 13 ชีวิตเมื่อช่วยตัวพวกเขาออกมาจากถ้ำได้ ไม่ว่าจะไปสู่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด หรือลานจอดเฮลิคอปเตอร์ที่อยู่ห่างไปราวสิบนาที

Image copyright Kaona Pongpipat/BBC Thai

ขณะที่มีเสียงสูบน้ำบาดาลไหลออกต่อเนื่อง และมีเสียงปั๊มอ๊อกซิเจนเข้าถังซึ่งดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณ เขา "ไม่รู้ " คือคำตอบเดียวต่อทุกคำถามที่บีบีซีไทยได้จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนับสิบชีวิตท่ามกลางความมืดและเงียบสนิท

"เราก็ทำตามหน้าที่ของเราไป"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม