โครเอเชีย: ประเทศขนาดเล็ก กลายมาเป็น "ขุมกำลังทางฟุตบอล" ได้อย่างไร

  • 14 กรกฎาคม 2018
เมืองดูบรอฟนิก Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เมืองดูบรอฟนิก เมืองเก่าริมฝั่งของโครเอเชีย ถูกใช้เป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำหลักของ เกม ออฟ โธรนส์

หลังประกาศอิสรภาพในปี 1991 โครเอเชียต้องเผชิญกับภาวะสงครามและความไม่สงบตลอด 4 ปีหลังจากนั้น

แต่อีกไม่กี่ปีต่อมา ทีมชาติโครเอเชียได้สร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอลทั่วโลก เมื่อพวกเขากลายเป็นทีมม้ามืดที่คว้าอันดับ 3 ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส ไปครอง

ในวันอาทิตย์ที่ 15 ก.ค. นี้ "ทีมตราหมากรุก" จะลงแข่งขันในฐานะประเทศที่มีประชากรน้อยที่สุดที่ได้เข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกในห้วงเวลากว่า 60 ปี

มีปัจจัยหลายประการที่แสดงให้เห็นว่าความสำเร็จของประเทศยุโรปตะวันออก ที่มีประชากรราว 4.4 ล้านคนแห่งนี้ อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

บางสิ่งที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับโครเอเชีย

คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะชาวยุโรป รู้จักโครเอเชียในฐานะจุดมุ่งหมายยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชายฝั่งทะเลอะเดรียติกอันงดงาม และหมู่เกาะเล็กใหญ่กว่า 1,000 แห่ง

ชาวโครเอเชียต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 18 ล้านคนต่อปี และมีรายได้จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวคิดเป็นราว 1 ใน 5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ แม้เป็นประเทศเล็ก ๆ ในยุโรป แต่โครเอเชียก็เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยว

1. ประเทศที่เราเพิ่งรู้จักในปี 1991

โครเอเชีย เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย ก่อนจะประกาศตัวเป็นเอกราชในปี 1991 และในช่วง 10 ปีต่อจากนั้นประเทศก็ถูกปกครองภายใต้รัฐบาลชาตินิยมของ ประธานาธิบดีฟรานโจ ทุชมัน

ต่อมาในปี 2003 ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีเสตียปัน เมชิช โครเอเชียได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป และเกือบ 10 ปีให้หลัง ในวันที่ 1 ก.ค. 2013 โครเอเชียได้กลายเป็นประเทศอดีตสหพันธ์สาธารณรัฐยูโกสลาเวีย ประเทศที่ 2 ที่เข้าร่วมสหภาพยุโรป ถัดจากสโลเวเนีย

สาธารณรัฐโครเอเชีย

เมืองหลวง: ซาเกร็บ

  • ประชากร 4.4 ล้านคน

  • พื้นที่ 56,594 ตร.กม.

  • ภาษา โครเอเชียน

  • ศาสนาหลัก คริสต์

  • อายุไขเฉลี่ย ชาย 74 ปี หญิง 80 ปี

  • สกุลเงิน คูนา (kuna)

Getty Images

2. หนึ่งในสามของพื้นที่ปกคลุมไปด้วยป่า

โครเอเชียมีอุทยานแห่งชาติที่งดงาม คุณสามารถว่ายน้ำในน้ำตกที่น่ามหัศจรรย์และสำรวจป่าอุดมสมบูรณ์ที่ยังไม่ถูกทำลาย ซึ่งธนาคารโลกระบุว่าหนึ่งในสามของพื้นที่ประเทศถูกปกคลุมด้วยผืนป่า

ประเทศแห่งนี้มีอุทยานแห่งชาติ 8 แห่ง ในจำนวนนี้รวมถึงทะเลสาบพลิทวิเซ่ Plitvice Lakes ในอุทยานแห่งชาติทะเลสาบพลิทวิเซ่ ซึ่งได้รับการประกาศจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี 1979 ด้วย

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ทะเลสาบพลิทวิเซ่ เป็นหนึ่งในมรดกโลก

3. สุนัขดัลเมเชียนมาจากโครเอเชีย

รากเหง้าของสุนัข "ดัลเมเชียน" เชื่อกันว่ามาจากโครเอเชีย ซึ่งก็มีแคว้นดัลเมเชีย โดยมีการค้นพบรูปภาพเหมือนดัลเมเชียนในโบสถ์

เราจะเห็นสุนัขซึ่งมีขนขาวและลายจุดสีดำทั่วตัวนี้ได้ในภาพเขียนต่าง ๆ และในบันทึกของโบสถ์หลายแห่งทั่วแคว้นดัลเมเชีย ข้อมูลจาก Fédération Cynologique Internationale (FCI) ซึ่งเป็นสหพันธ์ของผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์สุนัขอาชีพที่ใหญ่ที่สุดระบุว่าร่องรอยที่เก่าแก่ที่สุดของสุนัขดัลเมเชียนสามารถสืบย้อนไปได้ถึงคริสศตวรรษที่ 16

Image copyright Getty Images

FCI อ้างข้อมูลของโธมัส เพนแนนท์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องพันธุ์สุนัขว่า พันธุ์นี้มีความเป็นตัวของตัวเองมาก และเขาเป็นคนที่เรียกมันว่าดัลเมเชียนเป็นคนแรกและอธิบายว่ามีต้นกำเนิดจากแคว้นดัลเมเชีย

4. คิงส์ แลนดิ้ง ใน เกม ออฟ โธรนส์ อยู่ในเมืองดูบรอฟนิก

เมืองหลวงของอาณาจักรสมมติ คิงส์ แลนดิ้ง (Kings' Landing) ในซีรีส์ เกม ออฟ โธรนส์ ถูกถ่ายทำเกือบทั้งหมดในบรอฟนิก เมืองเก่าแก่ของโครเอเชียที่อยู่ริมชายฝั่งทะเลอะเดรียติก มีกำแพงโอบล้อมรอบเมือง และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกด้วย

ด้วยเพราะเป็นเมืองค้าขายในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมานับพันปี ทำให้สถาปัตยกรรมเก่าแก่ยังเหลืออยู่ อาทิ พระราชวังสไตล์โกธิค-เรอเนสซองส์ โบสถ์สไตล์บาโรค สร้างเสน่ห์ให้กับเมืองแห่งนี้ จนถูกเลือกให้เป็นฉากสำคัญในซีรีส์ดัง

ความสำเร็จในโลกกีฬา

Image copyright AFP

ปัจจุบันทีมชาติโครเอเชียอยู่ในอันดับที่ 20 ตามการจัดอันดับของฟีฟ่า และพวกเขาเคยขึ้นไปถึงอันดับ 3 เมื่อปี 1998 ในยุคที่ทีมประกอบไปด้วยดาวดังอย่าง ดาวอร์ ซูเคอร์ และ สโวนิเมียร์ โบบัน

แต่โครเอเชีย ไม่ได้ทำผลงานได้ดีแค่ในกีฬาฟุตบอล หรือที่ชาวโครเอเชียเรียกว่า "โนโกเมต" (nogomet) เท่านั้น

ทีมแฮนด์บอลของพวกเขา คว้าแชมป์โลกได้ในปี 2003 รวมถึงเป็นเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 2 สมัย ขณะที่ทีมโปโลน้ำของพวกเขาก็เป็นแชมป์โลกด้วยเช่นกัน

แฟนบาสเก็ตบอลอาจรู้จัก ดราเซน เพโตรวิช และ โทนี คูโคช สองนักบาสจากโครเอเชียในลีกเอ็นบีเอ ของสหรัฐฯ ขณะที่แฟนเทนนิสน่าจะเคยได้ชมผลงานของ โกรัน อิวานิเซวิช และ มาริน ซิลิช

Image copyright AFP/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ ประธานาธิบดีโคลินดา กราบาร์ คิตาโรวิช ของโครเอเชีย มอบเสื้อทีมชาติให้กับนางเทรีซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ระหว่างการประชุมสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ณ กรุงบรัสเซลล์ ของเบลเยียม

พวกเขาทำได้อย่างไร ?

อิกอร์ สติแมช กุนซือทีมชาติโครเอเชียชุดปี 2012 เคยกล่าวว่า "ชาวโครแอตมีความสามารถอยู่แล้วโดยธรรมชาติ"

ขณะที่ โรมีโอ โจแซค หัวหน้าฝ่ายเทคนิคของสมาคมฟุตบอลโครเอเชีย กล่าวในการสัมภาษณ์กับบีบีซีเมื่อปี 2013 ว่า "พระเจ้ามอบเด็กที่น่าทึ่งและมีความสามารถสูงให้กับเรา"

แต่ความสามารถของเด็ก ๆ อาจไม่ใช่เหตุผลเดียว ที่ทำให้ทีมฟุตบอลตราหมากรุกประสบความสำเร็จเกินความคาดหมายซ้ำแล้วซ้ำเล่า

Image copyright CARL RECINE/REUTERS
คำบรรยายภาพ นักเตะทีมชาติโครเอเชียหลายคนล้มตัวทับช่างภาพขณะร่วมแสดงความดีใจ หลังยิงประตูขึ้นนำอังกฤษในช่วงต่อเวลา

ในการสัมภาษณ์กับบีบีซี โจแซคกล่าวว่า ยุทธศาสตร์ในการพัฒนานักฟุตบอลภายในประเทศของโครเอเชีย กำหนดให้โค้ชมุ่งฝึกสอนทักษะในแนวทางเดียวกัน สำหรับแต่ละช่วงอายุของเด็ก โดยมีสมาคมฟุตบอลฯ เป็นผู้สนับสนุนด้านเทคนิค ขณะที่สโมสรทั้งหมดในโครเอเชียก็เห็นพ้องต้องกันกับแผนนี้

นั่นหมายความว่า นักฟุตบอลของโครเอเชียทุกอายุ ตั้งแต่ชุดเด็ก ชุดเยาวชน ไปจนถึงชุดใหญ่ ต่างได้รับการปลูกฝังเกี่ยวกับฟุตบอลในทิศทางเดียวกัน

"คุณต้องสร้างวิสัยทัศน์เดียวกันตั้งแต่อายุ 12 ปี เมื่อ 4 ปีก่อน เราคิดค้นหลักสูตรนี้ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ทางเทคนิคสำหรับทีมชุดอายุต่ำกว่า 14 ปีขึ้นไป นักฟุตบอลทุกรุ่นจะต้องทำตามแผนนี้ มันเป็นเรื่องของความสามารถ การมีวิสัยทัศน์ และเกณฑ์การคัดเลือกที่ชัดเจน" เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่า ระบบพัฒนานักฟุตบอลเยาวชนของโครเอเชีย ยังคงตามหลังหลายประเทศในยุโรป และยังต้องอาศัยผลผลิตจากศูนย์ฝึกสอนจากสโมสรยักษ์ใหญ่ในประเทศเป็นหลัก

ทีมชาติชุดประวัติศาสตร์

Image copyright AFP/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ ลูก้า โมดริช (กลาง) และมาริโอ มานด์ซูคิช (ขวา)

การเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ นับเป็นผลการแข่งขันที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ทีมชาติโครเอเชีย ซึ่งมีผู้เล่นคนสำคัญหลายคนเล่นให้กับสโมสรชั้นนำในยุโรป

มาริโอ มานด์ซูคิช กองหน้าวัย 32 ปี ผู้ทำประตูให้โครเอเชียแซงชนะอังกฤษ 2-1 ในรอบรองชนะเลิศ มาจากสโมสรยูเวนตุส ในอิตาลี ขณะที่ กองกลางกัปตันทีมทีมอย่าง ลูก้า โมดริช ของสโมสรรีล มาดริด ในสเปน

หลังจบเกมดังกล่าว โมดริชได้แสดงความเห็นว่า นักวิจารณ์ชาวอังกฤษนั้นประเมินทีมโครเอเชียต่ำเกินไป รวมทั้งระบุว่าผู้เล่นในทีมต่างนำคำสบประมาทว่าพวกเขาจะต้องเหนื่อยล้าจากเกมก่อนหน้านี้ มาใช้เป็นแรงผลักดัน

"เราแสดงให้เห็นอีกครั้งว่าเราไม่เหนื่อย เราครอบครองเกมได้ทั้งทางกายภาพและจิตใจในทุก ๆ ด้าน" โมดริชกล่าว

"มันเป็นความสำเร็จที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กีฬาของโครเอเชีย และเราต้องภูมิใจ"

Image copyright Anadolu Agency/Getty Images
คำบรรยายภาพ นายอันเดร์ เพล็นโควิช นายกรัฐมนตรีของโครเอเชีย

หลังจากโครเอเชียเอาชนะอังกฤษเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา นายอันเดร เพล็นโควิช นายกรัฐมนตรีของโครเอเชีย สวมชุดทีมชาติโครเอเชียในการประชุมของรัฐบาล

นายเพล็นโควิช กล่าวว่า ความสำเร็จครั้งนี้แสดงถึงความเข้มแข็งของประเทศที่อาจไม่มีประชากรจำนวนมาก "แต่มีหัวใจ ความกล้าหาญ ความกระตือรือร้นที่ยิ่งใหญ่"

"คนหนุ่มเหล่านี้ได้ก้าวข้ามไปอีกขั้นจากทีมอันยอดเยี่ยมในยุคปี 1998" นายกรัฐมนตรีของโครเอเชีย กล่าว

"ภายในเวลา 20 ปี เราได้กลายมาเป็นขุมกำลังทางฟุตบอลอย่างแท้จริง"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม